สวัสดีวันนี้ “วันแม่” ครับผมครับ พี่เกรย์แห่ง Mr.GraymanV2 กลับมาอีกครั้งกับบทความต้อนรับวันแม่ปี 2558 เหตุที่ต้องเขียนบทความชวนน้ำตาไหลขึ้นมาแบบนี้ มันมีเหตุผลมาจากที่พี่เกรย์ได้เห็นโฆษณาอาหารปิ้งย่างร้านหนึ่งที่พูดถึงความรักที่พนักงานหลายคนมีต่อแม่ ด้วยคำถามสั้นๆแบบกระแทกใจมาเป็นชุดคอมโบเซ็ทว่า

 

คุณทำงานเดือนละกี่วัน? คุณอยู่กับแม่ไหม? คุณได้คุยกับแม่ไหม? คุณหัวเราะครั้งสุดท้ายกับแม่เมื่อไหร่? คุณรู้ไหมว่าแม่ชอบกินอะไร? คุณกินข้าวกับแม่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? คุณเคยบอกรักแม่ไหม? อะไรคือสิ่งที่แม่มีความสุข? อะไรคือสิ่งที่อยากทำเมื่อได้กินข้าวกับแม่? คุณอยากบอกอะไรกับแม่? ฯลฯ

 

--- ไอ้สัส คำถามมึงนี่อยากให้กูรู้สึกว่าตัวเองเลวหรือไงครับผม ---

 

พอดูจบแล้วคนดีๆอย่างเราก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ความผิดพลาดที่ผ่านมาของชีวิตทำให้คิดแล้วอยากจะกลับไปกราบลงที่ซอกง่ามเท้าของคุณแม่ #แม่จ๋าเกรย์คิดถึง แล้วก็ปล่อยนังพนักงานพวกนี้ทำงานวันแม่ต่อไปเหมือนเดิมครับผม #คนจนไม่มีวันแม่สินะ ส่วนเราก็ซาบซึ้งความดีชาบูความรักแม่แบบน้ำตาไหลพรากๆ เพราะได้สิทธิหยุดงานในวันแม่จะได้พาแม่ไปกินปิ้งย่างรอคิวยาวๆต่อไป #กร้ากก

 

การซาบซึ้งตรึงใจในความรักแม่นั้น พี่เกรย์บอกตรงๆเลยครับ มันไม่ใช่เรื่องผิดหรือห้ามทำ ใครทำได้ก็ดี ใครทำไม่ได้ก็ไม่ใช่คนเลวหรอก แต่ปัญหาที่พี่เกรย์อยากให้คุณและคุณทั้งหลายถามตัวเอง คือ “รู้หรือเปล่าครับว่า กว่าที่แม่จะเลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญาตรี แม่หมดเงินไปเท่าไหร่แล้ว” มีตั้งแต่ค่าเทอม ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าเลี้ยงดู ค่านู่นนั่นนี่ที่เราต้องการอีกจิปาถะ ฯลฯ

 

เอาล่ะอย่าเสียเวลา เราลองมาคิดกันดูครับผมครับว่า ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 22 ปี เรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง พี่เกรย์อยากให้ถือโอกาสดีๆในวันแม่ปีนี้ ค่อยๆตั้งสติแล้วกรอกคุณค่าชีวิตของตัวเองเข้าไปดูครับ

 

Screen Shot 2558-08-12 at 13.59.33

 

(1) ค่าใช้จ่ายก่อนจะเกิด ค่าคลอดบุตร และค่าใช้จ่ายต่อเดือนแรกเกิด (พี่เกรย์ถามแม่มาคร่าวๆ)
(2) ค่าใช้จ่ายในวัยเรียน คิดเฉลี่ยต่อวันวันละ 150 บาทจำนวน 17 ปี
(3) ค่าเทอม - ค่าเล่าเรียน คิดจากค่าเล่าเรียนจริง (รวมกวดวิชา)
(4) ค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูอื่นๆ คือ ค่าเบิกจิปาถะ ของที่อยากได้ หรือค่าความฉิบหายที่ลูกไปสร้างไว้
(5) ค่าใช้จ่ายคิดถึงอายุ 22 ปีเท่านั้น ถ้าใครอายุมากกว่านั้นแล้วยังต้องขอเงิน ก็ละอายใจบ้างนะ

 

พี่เกรย์คิดค่าใช้จ่ายตัวเองออกมาคร่าวๆ ก็ยังได้ออกมาเงินประมาณ 2.4 ล้านบาท นี่คือมูลค่าที่แม่ทยอยผ่อนจ่ายให้กับเราตั้งแต่คลอดออกมาเป็นลูกหนึ่งคนจนกลายมาเป็นตัวเป็นตนตอนอายุยี่สิบสองปีบริบูรณ์ปู๊นๆๆๆ จบปริญญาตรีพอดิบพอดี

 

แล้วเราละครับผม ทุกวันนี้ เราสร้างคุณค่าได้คุ้มมูลค่าตามจำนวนเงินที่แม่ทุ่มเทมอบให้และจ่ายไปบ้างหรือเปล่า หรือว่ายังทำหน้าง่าวๆคิดว่าตัวเองมีมูลค่ามากมายแต่ที่จริงเป็นได้แค่วัวควายใช้แรงงานอยู่เหมือนเดิม

 

เอางี้ดีกว่า .. ถ้าคำตอบคือ “ยัง” พี่เกรย์อยากถามต่อดังๆว่า รู้หรือไม่ ว่า คุณแม่ของเราทั้งหลายต้องใช้เงินเกษียณเดือนละเท่าไร เพื่อให้มีชีวิตอยู่จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต และที่สำคัญ ตอนนี้แม่เราแม่มมีเงินเก็บพอจะเลี้ยงดูตัวเองไหม?

 

ถ้าลองคิดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่ 10,000 บาทต่อเดือน สำหรับคุณแม่หนึ่งคนที่จะมีเวลาอยู่กับเราต่อไปอีกสัก 20 ปีหลังเกษียณ ดีดตัวเลขกลมๆ คิดออกมาได้ประมาณ 2,400,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับเงินที่แม่จ่ายไปเลี้ยงเพื่อเลี้ยงให้เราเติบโตขึ้นมา แต่ทำให้แม่กลายเป็นหญิงชราที่ไม่มีเงินเกษียณหรือเปล่า?

 

เมื่ออาทิตย์ก่อน พี่เกรย์เคยเขียนบทความไว้เรื่อง ผิดตรงไหนถ้าทำงานมีเงินใช้แล้วไม่ให้พ่อแม่ เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของพ่อแม่ที่มีเงินเหลือเฟือ แต่ต้องการเพียงความรักและเวลาจากลูก และอย่าวัดความดีความกตัญญูของเราเพียงแค่ให้เงินพ่อแม่เท่านั้น

 

แต่บทความในตอนนี้ก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่พี่เกรย์อยากจะสะท้อนสังคมไทยให้ฟังว่า อย่าคิดว่าค่านิยมแห่งความรักตามเทศกาลต่างๆที่คุณให้กับแม่นั้นมันจะพอเพียงที่จะทำให้แม่ของคุณมีความสุขได้ เพราะการที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเสียทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และเสียเงินเกษียณทั้งชีวิตมาเลี้ยงดูคุณนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับคนหนึ่งคนเลยครับผมครับ

 

จริงอยู่ครับว่า
แม่ที่ดีก็มีมาก แม่ที่เลวก็มีไม่น้อย
ลูกที่ดีก็มีเยอะ ลูกที่เลวก็แยะตาแป๊ะไก่

 

แต่ไม่ว่าแม่ของคุณจะเป็นคนดีหรือเลวอย่างไร
คุณเคยคิดไหมว่า เราได้ตอบแทนพระคุณแม่ได้สมกับที่ได้รับหรือยัง

 

บทสรุปของเรื่องนี้
(จำเป็นต้องมีหัวข้อนี้เพราะนายหมีสั่งให้เขียนครับ  เนืองจากนายหมีคิดว่าคนอ่านสรุปเองไม่ได้)

 

ทุกวันนี้ เทศกาล “รักแม่” ต่างๆ ทั้งการกดแชร์ กดไลค์ น้ำตาไหลกับโฆษณาในโลกโซเชี่ยล หรือบอกรักออนไลน์ อัพรูปคู่โชว์ความรักแม่ชนิดที่ว่าคนอื่นจะต้องอาย มันเป็นแค่ความสุขบนปลายนิ้วสัมผัสแบบหล่อไปวันๆ ใช่หรือเปล่า? #ลองถามตัวเองดูครับผม

 

อย่าลืมนะครับผมว่า การซื้อพวงมาลัยมากราบไหว้ การซื้อของมามอบให้ พาไปกินข้าวไกลๆ มันเป็นแค่ออฟชั่นเสริมที่คุณจะทำให้แม่ของคุณมีความสุขเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่มันไม่ใช่ความสุขที่จีรังยั่งยืนเท่ากับความกตัญญูและการเลี้ยงดูที่คุณต้องมอบให้กับผู้มีพระคุณของคุณตลอดทั้งชีวิต

 

--- อย่าทำตัวเพราะมันคือเทศกาล แต่กรุณาทำออกจากสันดานที่แท้จริง ---

 

ส่วนไอ้คำที่หลายคนแม่มชอบพูดกันหล่อๆ ประมาณว่าวันแม่มีทุกวันไม่ใช่ต้องรักแม่แค่วันเดียว พี่เกรย์

Related Story