ช่วงหลังจากนี้ เศรษฐกิจโลกจะกลับมาแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนเอาชนะเงินเฟ้อได้ ซึ่ง “หุ้นโลก” ยังคงให้ผลตอบแทนระยะยาวสูงกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ ดังนั้นใครที่ยังไม่มีอยู่ในพอร์ต ก็อาจลองพิจารณาดูได้ครับ

ถ้าใครอยากลงทุนในตลาดต่างประเทศ แต่ไม่มีเวลา การเลือกกองทุนดี ๆ ที่มีทีมงานบริหารเก่ง ๆ นั่นคือคำตอบครับ ซึ่งตอนนี้มีกองทุนหุ้นโลกตัวหนึ่งที่มาแรงมาก ๆ คือ “LHGEQ” จาก LHFund โดยจะลงทุนในหุ้นบริษัทที่คัดเลือกมาแล้วว่า มีแนวโน้มเติบโตได้ดี สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ชนะตลาดทั้งขาขึ้น-ขาลง และสามารถใช้วางแผนเกษียณได้ แถมยังนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย

กองทุนนี้จะสร้างความคุ้มค่าให้เราได้ถึง 3 ต่อ จนเรียกได้ว่า “แค่ลงทุนก็ได้กำไรแล้ว” เราลองมาดูรายละเอียดกันครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

กองทุน LHGEQ คืออะไร?

กองทุน LHGEQ คือกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ (Global Equity) ประเภท Feeder Fund บริหารงานโดยกองทุน T. Rowe Price Funds ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในการเลือกเฟ้นหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี ทั้งยังถูกจัดอันดับอยู่ในกองทุนชั้นนำ ได้รับ Morningstar Rating ถึง 5 ดาว สำหรับกองทุนประเภท EAA Fund Global Large-Cap Growth Equity

กองทุนนี้เน้นลงทุนในหน่วยลงทุน ของกองทุนรวมต่างประเทศ โดยลงทุนในกองทุนหลัก T. Rowe Price Funds SICAV-Global Focused Growth Equity Fund ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศที่ชื่อเสียง และผลงานโดดเด่นที่สุดกองหนึ่งของโลก

จุดเด่นของกองทุน LHGEQ

1.กระจายการลงทุนไปทั่วโลก
      
ความโดดเด่นของ LHGEQ ที่มากกว่ากองทุน Global Equity อื่น ๆ คือมีการกระจายความเสี่ยงไปที่การลงทุนทั่วโลก ทั้งในประเทศพัฒนาแล้ว และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฟ้นหาหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูง รวมถึงบริษัทที่มีความได้เปรียบทางธุรกิจ มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง ไม่จำกัดกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่เทน้ำหนักไปที่หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง



2.เลือกลงทุนเฉพาะรายบริษัท ไม่ใช่ทั้งเซคเตอร์
      
กองทุนนี้จะไม่ได้บอกว่า ต้องลงทุนประเทศใดกี่เปอร์เซ็นต์บ้าง หรือจะลงทุนในอุตสาหกรรมนี้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะลงทุนแบบ “Bottom Up” คือเลือกหุ้นเฉพาะรายบริษัท ที่วิเคราะห์แล้วว่ามีแนวโน้มเติบโตได้ดี และนี่ก็คือ 10 บริษัทระดับโลกที่อยู่ในพอร์ตของกองทุนนี้

1.Amazon สัดส่วน 4.4%

2.Charles Schwab สัดส่วน 3.9%

3.UnitedHealth Group สัดส่วน 3.8%

4.Facebook สัดส่วน 3.6%

5.London Stock Exchange สัดส่วน 3.5%

6.Alphabet สัดส่วน 3.2%

7.GE สัดส่วน 2.8%

8.T-Mobile US สัดส่วน 2.7%

9.Airbus สัดส่วน 2.7%

10.Ashtead สัดส่วน 2.4%

(Source: T. Rowe Price, Sep 2021)



3.สร้างผลตอบแทนชนะตลาด ไม่ว่าจะขาขึ้นหรือลง
      
ถ้าดูผลตอบแทนใน Year to date ในปีนี้ ก็จะพบว่ากองทุนนี้อาจจะเติบโตช้ากว่า Benchmark นิดหน่อย แต่ก็ทำผลตอบแทนได้ค่อนข้างดี

แต่เมื่อดูผลตอบแทนระยะยาว จะพบว่ากองทุน LHGEQ เอาชนะ Benchmark ได้อย่างสม่ำเสมอ และชนะตลาดทั้งใน “ขาขึ้น” และ “ขาลง” จึงสอดคล้องกับการลงทุน SSF หรือ RMF ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะยาว

กองทุน LHGEQ มีให้เลือก 3 สไตล์

1.LHGEQRMF : สำหรับวางแผนเกษียณ
      
กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล อิควิตี้ ชนิดเพื่อการเลี้ยงชีพ เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนเกษียณ ด้วยการลงทุนระยะยาว โดยสร้างวินัยอย่างสม่ำเสมอ



2.LHGEQ-ASSF : สำหรับออมเงินก้อน
      
กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล อิควิตี้ ชนิดเพื่อการออมและสะสมมูลค่า เหมาะกับคนที่ต้องการลงทุนระยะยาว มีแผนใช้เงินก้อนภายใน 10 ปี โดยได้รับผลตอบแทนแบบทบต้น



3.LHGEQ-DSSF : สำหรับสร้างเงินปันผล
         กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล อิควิตี้ ชนิดเพื่อการออมและจ่ายเงินปันผล เหมาะกับคนที่ต้องการลงทุนระยะยาว โดยได้รับเงินปันผลสม่ำเสมอทุกปี

คุ้ม 3 ต่อ เมื่อซื้อกองทุน LHGEQ

  • ต่อที่ 1 ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี
          
    กองทุน SSF สามารถลดหย่อนภาษี ไม่เกิน 30% ของรายได้ สูงสุด 200,000 บาท โดยต้องถือครองเป็นเวลา 10 ปี แต่ไม่บังคับว่าต้องซื้อทุกปี

กองทุน RMF สามารถลดหย่อนภาษี ไม่เกิน 30% ของรายได้ สูงสุด 500,000 บาท โดยต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี และขายได้เมื่อมีอายุ 55 ปี ซึ่งบังคับว่าต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี

  • ต่อที่ 2 ได้ลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณ
          
    สำหรับกองทุน RMF เป็นเครื่องมือชั้นเลิศในการวางแผนเกษียณ ทำให้เรามีเงินก้อนใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิต ซึ่งการลงทุน RMF ตั้งแต่วันนี้ ถือเป็นการสร้างวินัยการออมระยะยาว

  • ต่อที่ 3 ได้สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ
          
    กองทุนนี้มีการจัดพอร์ตโดยกระจายการลงทุนในหุ้นโลก แล้วปรับเปลี่ยนน้ำหนักในแต่ละภูมิภาค แต่ละบริษัท หรือแต่ละอุตสาหกรรม ตามแนวโน้มที่คาดว่าจะเติบโตในอนาคต

กองทุนลักษณะนี้จะไม่ได้มีความผันผวนสูงเท่ากับกองทุน Thematic Fund (การลงทุนในกระแส หรือแนวโน้มใดแนวโน้มหนึ่ง) แต่จะมีความสม่ำเสมอมากกว่า โดยจะเน้นการลงทุนแบบ Active Ratio คือเวทน้ำหนักในหุ้นแต่ละตัวที่แตกต่างจาก Benchmark เมื่อมองระยะยาวแล้วจึงสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ และเอาชนะ Benchmark ได้

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากลงทุนระยะยาว แต่ไม่มีเวลาติดตาม หรือคอยปรับพอร์ตสม่ำเสมอ LHGEQ ก็จะเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์มาก ๆ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพคอยดูแลการลงทุนให้เรา ทั้งยังสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอเหนือตลาดในระยะยาว และยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย


         ใครที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทุกสาขา และผู้สนับสนุนการขายที่ได้รับการแต่งตั้ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 286 3484 หรือที่ www.lhfund.co.th

         นอกจากนี้ยังมีช่องทางเปิดบัญชีออนไลน์ที่ LHFund Online Mobile Application โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ครับ

***คำเตือน***

ทำความเข้าใจลักษณะกองทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงและผลการดำเนินงานของกองทุน ก่อนการตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

บทความนี้เป็น Advertorial