สวัสดีครับบบบบ เซลามัทปากิ (อินโดนีเซีย) ซาลามัด ดาตัง (มาเลเซีย) กูมูสต้า (ฟิลิปปินส์) ซินจ่าว (เวียดนาม) ครั้งนี้ DaddyTrader ขอกล่าวทักทายผู้อ่านพร้อมกันทีเดียว 5 ภาษาเลยครับ เพราะในบทความนี้ผมจะมารีวิว กองทุนจากบลจ. กสิกรไทย ที่มีชื่อย่อว่า K-AEC ที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นกระจายไปยัง 5 ประเทศหลัก ๆ ที่เป็นสมาชิกในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย

FB-1200x628

กองทุน K-AEC จะเสนอขายครั้งแรกวันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ 2559 นี้แล้วครับ ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไร มีจุดเด่นอย่างไร และทำไมผมถึงคิดว่ากองทุนนี้น่าสนใจ เรามาอ่านต่อกันเลยครับ

 

K-AEC คืออะไร ?

จากที่ผมอ่านข้อมูลในหนังสือชี้ชวน โดยสรุป กองทุน K-AEC เป็นกองทุนที่จะไปลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีนโยบายที่จะกระจายการลงทุนในหุ้นหลาย ๆ ประเทศที่อยู่ในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน (ASEAN)

ส่วนแนวทางของกองทุน K-AEC จะลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง หรือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจในกลุ่ม ASEAN ของประเทศหลัก ๆ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปินส์ และเวียดนาม

เมื่อดูจากนโยบายการลงทุนแล้วจะเห็นได้ว่า คนที่จะมาลงทุนกองทุน K-AEC ก็คือ คนที่ต้องการกระจายการลงทุนจากหุ้นไทยไปยังหุ้นต่างประเทศ โดยมีมุมมองในการสร้างผลตอบแทนจากโอกาสของการเติบโตของเศรษฐกิจ เนื่องจากการรวมตัวของชาติต่าง ๆ ในอาเซียน (ASEAN) เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community หรือ AEC)

 

ทำไมหุ้นในกลุ่มประเทศ ASEAN จึงน่าสนใจ ?

ผมสรุปประเด็นสำคัญ ๆ จากข้อมูลในหนังสือชี้ชวนและเอกสารนำเสนอกองทุน K-AEC  ได้ดังนี้ คือ

1.มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่

จากข้อมูลพบว่าเศรษฐกิจของ ASEAN รวมกันจะมีขนาด 2.47 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก รองจาก กลุ่ม EU  สหรัฐอเมริกา จีน และ ญี่ปุ่น การรวมตัวของประเทศกลุ่ม ASEAN จึงช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน รวมถึงเป็นตลาดที่สำคัญของโลกอีกด้วย

 

01

 

 

2.เศรษฐกิจมีศักยภาพในการเติบโตสูง

โดยข้อมูลอัตราการเจริญเติบโตของกลุ่มประเทศ ASEAN มีแนวโน้มการเติบโตสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่น สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น

02

นอกจากอัตราการเติบโตที่สูงแล้ว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่สังเกตได้จากข้อมูล คือ อัตราการเติบโตค่อนข้างมีเสถียรภาพไม่หวือหวาขึ้นลงผันผวนอีกด้วย  

 

3.มีประชากรมากและมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะเติบโตได้อีกมาก

โดย กลุ่ม ASEAN มีจำนวนประชากร กว่า 600 ล้านคน  คิดเป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจได้ ทั้งทางด้านแรงงานและการบริโภค

และ IMF ยังคาดว่าเศรษฐกิจกลุ่ม ASEAN จะเติบโตได้ 4.9%ในปี 2559 ในขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจโลก จะเติบโตเพียง 3.9 % เป็นปัจจัยที่หนุนเศรษฐกิจในภูมิภาคที่สำคัญ

03

 

4.ผลตอบแทนสูงกว่า ความเสี่ยงต่ำกว่าลงทุนในหุ้นไทยเพียงอย่างเดียว

จากการศึกษาข้อมูล 10 ปี ย้อนหลัง (พ.ศ.2548-2557) พบว่าการลงทุนในดัชนีตลาดหุ้นของ 4 ประเทศ อาเซียนในสัดส่วนที่เท่ากัน (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 16.48% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในดัชนีตลาดหุ้นไทยอย่างเดียวที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 12.82% ต่อปี และมีความผันผวนเฉลี่ย 4 ประเทศ คิดเป็น18% ตํ่ากว่าเมือเทียบลงทุนในไทยเพียงประเทศเดียวที่มีความผันผวนถึง 21%

 

ลงทุนในหุ้นกลุ่มภูมิภาคเดียวกันจะกระจายความเสี่ยงจริงหรือ ?

เนื่องจากกองทุน K-AEC จะไปลงทุนในหุ้นที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ประเทศก็อยู่ใกล้ๆ กัน แล้วแบบนี้จะถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงได้หรือเปล่า มีวิธีวัดง่ายๆ ครับ จากการวิเคราะห์ค่าความสัมพันธ์ของผลตอบแทน (Correlation) ซึ่งเวลาแปลความหมายจากค่าความสัมพันธ์ สามารถแปลความหมายได้ดังนี้ คือ

0.90 - 1.00 มีความสัมพันธ์กันสูงมาก
0.70 - 0.90 มีความสัมพันธ์สูง
0.50 - 0.70 มีความสัมพันธ์กันปานกลาง
0.30 - 0.50 มีความสัมพันธ์กันต่ำ
0.00 - 0.30 มีความสัมพันธ์กันต่ำมาก

04

05

 

จากข้อมูลในตารางข้างต้นพบว่า ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศอาเซียนมีความสัมพันธ์ต่ำกับผลตอบแทนจากตลาดหุ้นไทย ดังนั้นจึงถือได้ว่าการลงทุนในกองทุน K-AEC เป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดี  

 

จุดที่น่าสนใจของกองทุน K-AEC

ต้องบอกว่ากองทุนที่ลงทุนในประเทศกลุ่ม ASEAN ในปัจจุบันมีอยู่หลายกองทุน แต่ข้อมูลที่ได้มาพบว่ากองทุน K-AEC นั้นมีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ กองทุน K-AEC จะใช้วิธีลงทุนในหุ้นด้วยตัวเองโดยตรง ไม่ได้เป็นกองทุนประเภทที่ลงทุนผ่านกองทุนแม่อีกทีนึง (Feeder Fund) จึงไม่เสียค่าใช้จ่ายสองต่อ ทำให้ค่าใช้จ่ายของกองทุนลดลง

นอกจากนั้นยังมีทำการบ้านล่วงหน้าก่อนออกกองทุน โดยให้ผู้จัดการกองทุนเริ่มศึกษาหุ้น และกิจการใน AEC ตั้งแต่ปี 2557 เข้าพบผู้บริหารกว่า 200 บริษัท เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์เลือกหุ้นเด็ดเข้าพอร์ท เป็นการสร้างความมั่นใจให้คนซื้อกองทุนอีกระดับนึง

 

ความเสี่ยงที่ต้องทำความเข้าใจ

ความเสี่ยงที่ควบคู่ไปกับการลงทุนในหุ้นคือความผันผวนของราคาหุ้นตามสภาวะตลาด แต่หากเป็นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศไม่ว่ากองทุนใดก็ตาม ผมอยากให้ผู้ซื้อกองทุนทำความเข้าใจเพิ่มเติมไว้ก่อนว่าการไปซื้อหุ้นในต่างประเทศจะมีความเสี่ยงเพิ่มเติมได้แก่

1.ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้ผลตอบแทนของกองทุนสูงขึ้นหรือต่ำลงก็ได้ โดยกองทุน K-AEC นั้นจะมีนโยบายในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

2.ความเสี่ยงจากประเทศที่ไปลงทุน เนื่องจากลักษณะทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง นโยบายทางการเงินการคลัง และกฏข้อบังคับต่างๆ ของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งจะทำให้เกิดผลก&

Related Story