นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตสำหรับนักลงทุนมือใหม่นะครับ หลายๆคนเห็นเพื่อนที่ทำงานเข้ามาเล่นหุ้นแล้วได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ได้เงินมาวันละหลายๆพันถึงหลายๆหมื่นบาทก็รู้สึกว่าการเล่นหุ้นมันเป็นเรื่องที่ง่าย และแล้วก็ไปเข้าแถวไปเปิด Port การลงทุนเพื่อหวังที่จะทำกำไรกับเขาบ้าง แต่พอเข้ามาซื้อหุ้นในตลาดแล้วก็พบว่ามีความเสี่ยงเต็มไปหมด ถ้าได้กำไรก็นับว่าโชคดีไปแต่โดยส่วนใหญ่ที่เราจะพบกันเยอะก็คือ "การขาดทุน" ซึ่งก็อาจจะทำให้หลายๆคนเข็ดกับตลาดหุ้นและถอนตัวออกไป อย่างว่านะครับ ตลาดหุ้นยังเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของหลายๆคนที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน แต่ถ้าเราทุกคนลงทุนและประสบความสำเร็จกันง่ายๆก็คงไม่มีคนขาดทุนในตลาดหุ้นกันแล้วใช่ไหมครับ ของที่มันประสบความสำเร็จยากนี่ล่ะท้าทายแท้ๆ 

 

 ผมเป็น "มนุษย์เงินเดือน"

 

อยากมี "อิสรภาพทางการเงิน"

 

และอยากเล่นหุ้น "ต้องเริ่มยังไงพี่?"

 

บทความนี้ก็เลยขอเสนอ 5 ขั้นตอนเบื้องต้นสำหรับทุกคน ที่เข้ามาลงทุนหุ้นในครั้งแรกให้สามารถลงทุนได้อย่างปลอดภัย มาดูกันนะครับว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ตามมาเลยครับ

 

ข้อแนะนำสำหรับ มนุษย์เงินเดือน ก่อน เข้าสู่ตลาดหุ้น

 

 ข้อที่ 1 หาความรู้ก่อน อย่าพึ่งใจร้อน ตลาดหุ้นไม่ได้หายไปไหน

ผมมักจะเตือนนักลงทุนมือใหม่เสมอว่า อย่าใจร้อน และ รีบลงทุนเพราะความโลภ บางครั้งพอเราเห็นหุ้นขึ้นเรื่อยๆ ก็รีบเปิดพอร์ทการลงทุนเอาเงินใส่เข้าไปเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้น 1 วันบ้าง 3 วันบ้าง ซึ่งจะทำเราเกิดความเสี่ยงมาก ผมถามบางคนว่า "รู้ไหมว่าที่ลงทุนไปกิจการเขาทำอะไร?" คำตอบที่ได้รับคือ "ไม่รู้อะพี่ เห็นหุ้นขึ้นเอาๆผมก็เลยซื้อ ว่าจะถือยาวเลย" เขาก็เลยแซวกันว่าถือติดดอยยาวก็ประการละเช่นนี้ล่ะครับ ใจเย็นๆตลาดหุ้นมันไม่ได้หายไปไหน เราสามารถลงทุนได้เสมอหากเราเข้าใจเกี่ยวกับมันได้อยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องรีบ

แน่นอนว่าเมื่อเราเข้ามาลงทุนใหม่ นั่นคือเรามีความเสี่ยงในการลงทุนจากความไม่รู้สูงอยู่แล้ว หากไม่รู้จะกลายเป็นการลดความมั่งคั่งของตัวเองได้ วิธีการที่น่าจะเริ่มต้นได้ดีก็คือลองศึกษาหาความรู้เรื่องหุ้นก่อน อาจจะเป็นการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีแหล่งข้อมูลมากมายเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นบนอินเตอร์เน็ทหรือหาซื้อได้ตามร้านหนังสือ แต่สิ่งที่เราควรจะระวังก็คือเราควรศึกษาจากเวปไซต์และผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ

 

ข้อที่ 2 ฝึกฝนการวิเคราะห์ก่อน ลองใช้พอร์ทจำลองซื้อขายดู

อย่าลืมว่าหากเราใช้เงินจริงซื้อขายหุ้น เราก็อาจจะได้เงินจริงหรือเสียเงินจริง กรณีได้ก็ดี กรณีเสียเนี่ยแย่เลย การฝึกฝนในการวิเคราะห์การลงทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทางเทคนิคหรือการลงทุนด้วยการดูพื้นฐานก็ตาม และหากเป็นไปได้เราก็อาจจะเริ่มต้นด้วยการฝึกฝนอารมณ์ในการลงทุนด้วยพอร์ทการลงทุนจำลอง เพื่อให้เราได้ทราบว่าช่วงหุ้นขึ้นเป็นอย่างไร อารมณ์เราจะรู้สึกอย่างไร และช่วงหุ้นลงล่ะ เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง ทั้งหมดจะทำให้เราได้เห็นว่าในการลงทุนจริงๆนั้นจะต้องตัดสินใจอย่างไรให้เด็ดขาด แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าการลงทุนจำลองก็ย่อมต่างจากการลงทุนจริง การลงทุนจริงใช้เงินจริงย่อมมีอารมณ์ที่แตกต่าง การลงทุนจำลองก็มีวัตถุประสงค์ให้ได้ฝึกฝนเป็นสำคัญ

 

ข้อที่ 3 วางแผนการลงทุนและลงทุนในตลาดหุ้นจริง

แน่นอนครับว่า มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เราจะได้เงินจากพอร์ทจำลองและการอ่านหนังสือไปเรื่อยๆโดยที่เราไม่ได้ลงทุนซักทีก็ไม่สามารถทำให้เราสร้างอิสรภาพทางการเงินได้ การลงทุนจริงจึงต้องเกิดขึ้นเมื่อเราพร้อม และการที่เราจะลงทุนให้ประสบความสำเร็จได้ก็ย่อมต้องวางแผนการลงทุนให้ดีเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การจัดสรรเงินออมมาลงทุน การวางแผนจัดพอร์ทการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยที่เราต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงอยู่เสมอ ไม่ควรลงทุนจนเกินตัวและควรจะตัดสินใจในการลงทุนต่างๆตามแผนที่ได้วางไว้

 

ข้อที่ 4 ตรวจสอบสิ่งที่เราลงทุนว่าผิดพลาดและสำเร็จอย่างไรบ้าง

สิ่งที่เราจะได้รับจากการลงทุนนั้นก็คงหนีไม่พ้น "กำไร หรือ ขาดทุน" ซึ่งทั้งหมดนั้นเราต้องมาเทียบกับแผนที่เคยวางเอาไว้ว่าประสบความสำเร็จมากขนาดไหน สิ่งใดที่เป็นจุดบกพร่องของเราบ้าง จุดไหนที่รู้สึกว่าเราดูไม่รอบคอบ จุดไหนที่เป็นสิ่งที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงในการลงทุนและนำกลับไปคิดในการวางแผนเพื่อใช้ในอนาคต บางครั้งก็อย่างที่ทราบกันนะครับ เราอาจจะฟลุ๊กก็ได้ หรือบางครั้งเราอาจจะคิดถูกแต่นิ่งไม่พอก็ได้ ทุกอย่างคือการเรียนรู้ที่เราต้องตรวจสอบและปรับปรุงเสมอครับ

 

ข้อที่ 5 ทบทวนวิธีการลงทุน ศึกษา พัฒนา ความสามารถเป็นประจำ

เมื่อเราสามารถเรียนรู้การลงทุนด้วยตัวเองได้และพัฒนาเรื่อยๆเราจะหา "Style หรือ ความถนัด" ของเราเจอ และพบว่าทำอย่างไรเราจึงประสบความสำเร็จในการลงทุนตามวิถีทางของเราได้บ้าง สูตรสำเร็จนี้ผมพบว่ามันจะเป็นพื้นฐานการลงทุนและการตัดสินใจของแต่ละบุคคลที่ไม่มีใครลอกเรียนแบบได้ครับ เราอาจจะเพิ่มเติมความรู้จากการศึกษาแนวทางอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อมาประยุกต์ใช้ในแบบฉบับของเรา นำข้อดีข้อเสียต่างๆมาพิจารณาและหยิบนำไปใช้อย่างเหมาะสม เพื่อเสริมสร้างแนวทางในการลงทุนให้พัฒนาไปให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ

 

ท้ายสุดนี้ต้องอย่าลืมนะครับว่า การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง เราควรศึกษาให้รอบคอบก่อนการลงทุน ฝึกฝนและเรียนรู้กับการลงทุนอยู่เสมอ มีการวางแผนการลงทุนที่ดี รวมถึงปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมอยู่เสมอ เรียนรู้ พัฒนาทักษะความสามารถของเราอยู่เสมอและเราจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนครับ