สาวบัญชี รมควันฆ่าตัวตาย
ทิ้งจม. จุดเตาถ่านคาห้องนํ้า

เช้าวันหนึ่งพรี่หนอมเห็นพาดหัวข่าวเรื่องนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือยังไง ที่เรื่องนี้เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของเดือนพฤษภาคม หรือวันเคลียร์งานปิดงบของนักบัญชีทั้งหลายพอดิบพอดี

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม..
เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับนักบัญชี

---

บัญชีงานหนักแค่ไหนน่ะหรอ?
รู้แต่ว่าถ้ามีลูกอย่างให้มันเรียนบัญชี

ประโยคนี้เป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ ในวงการนักบัญชี ซึ่งเป็นเครื่องการันตีว่างานหนักจริงๆ แต่ก็แปลกที่ใครหลายคนยังทำงานอยู่ในวงการนี้ ไม่ว่าจะด้วยแพชชั่น ความตั้งใจ หรือไม่มีทางเลือกใดๆก็ตาม

ว่าแต่ว่า... สำหรับคนที่ทำงานบัญชี
ทุกวันนี้มองว่าตัวเองมีค่าแค่ไหนในสายตาคนอื่น?

---

ประเด็นคือ เราเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง? ในฐานะคนทำงานบัญชี และคลุกคลีกับวงการนี้ พรี่หนอมขอแชร์สิ่งที่ตัวเองรู้ให้ฟังหน่อยนะครับ

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คือ สาเหตุการตายยังไม่ได้เป็นที่แน่ชัด มันอาจจะเป็นเพราะโรคซึมเศร้าที่ทำให้คนอยากจะฆ่าตัวตายได้ง่ายขึ้น ความเครียดจากการทำงานหนักที่ทรมาน หรือแม้แต่ปัจจัยของการแข่งขันในทุกๆวันนี้ที่ทำให้เราต้องพยายามจนรู้สึกว่าพยายามแค่ไหนก็ไม่พอที่จะแข่งขันกับใครได้

โดยส่วนตัวงานบัญชีเป็นงานที่หนักครับ และเป็นงานที่สำคัญมากในการที่จะทำทั้งการบันทึกรายการ จัดทำรายงาน ดูแลภาษี สอบบัญชี และอื่นๆที่เกี่ยวกับการรับรองความถูกต้องของวิชาชีพ ไม่รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆจากหน่วยงานอื่นๆที่ดูแล ซึ่งเรียกได้ว่ามีต้นทุนหลายอย่าง

ในขณะที่ทางตรงข้ามคือ คนหลายคนในสายงานนี้ไม่สนใจอยากจะทำงานบัญชีอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าทีต้องทำงานหนักมานาน ไปจนถึงการไม่ให้ความสำคัญกับความถูกต้องของตัวเลขในงบการเงินมากกว่าประเด็นทางภาษีที่ทำให้หลายคนท้อใจ

สาเหตุเหล่านี้คือปัญหายิบย่อยที่รวมกันเป็นเรื่องใหญ่ มันค่อยๆทำให้อาชีพนี้กลายเป็นอาชีพที่ต้องทำงานหนัก รับผิดชอบสูง แต่ผลงานกลับไม่ถูกมองเห็นคุณค่าอย่างที่ควรจะเป็น


คำถามคือเราจะแก้ไขมันได้อย่างไร? 

เราควรจะยอมรับงานบัญชีที่มีคุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้านราคา หรือให้ความสำคัญแค่ไหนจนรู้สึกว่าเพียงพอกับคุณค่าที่นักบัญชีทำงานอยู่

หรือตัวนักบัญชีเอง จะต่อสู้และอดทนกับการแข่งขัน การเข้ามาของเทคโนโลยี การจัดการความเครียดต่างๆ ไปจนถึงการรักษาสุขภาพร่างกาย และบริหารเวลาให้มีชีวิตด้านอื่นๆที่มากกว่านั่งหน้าจอคอมได้หรือเปล่า

ผมเองก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกันครับ รู้เพียงแต่ว่าอยากให้นักบัญชีเป็นที่ยอมรับมากกว่าที่เป็นอยู่ เลยได้แต่เขียนความรู้สึกออกมาแล้วก็บอกว่าสู้ๆกันต่อไป

ฟังดูน่าเศร้า แต่ทำได้เท่านี้จริงๆครับ

เพิ่มเติม : มีหลายท่านช่วยชี้แจงมาว่าน้องทำงานสอบบัญชีนะครับ แต่จุดประสงค์ของผมคือต้องการสะท้อนถึงความหนักและความกดดันในงานด้านบัญชีทุกๆด้านที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้เกิดความเครียดมากกว่า (จนอาจเป็นเหตุให้หลายคนจบชีวิตลง) และอีกทั้งไม่ต้องการลงรายละเอียดของน้อง (จากข้อมูลอื่นๆที่พอทราบมา รวมถึงลิงค์ข่าว) เพราะต้องการให้เกียรติผู้เสียชีวิตครับ