ความเสี่ยงของกองทุนตลาดเงินที่ต้องเตรียมพร้อม

กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ก็คือการที่กองทุนไปซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินระยะสั้น ที่มีความคล่องตัวคล้ายเงินสด(แต่ก็ไม่ถึงขนาดเงินสดนะครับ)

โดยเป็นกองทุนที่มี นโยบายการลงทุนในเงินฝากของธนาคารต่าง ๆ ทั้งนอกและในประเทศ ตั๋วเงิน รวมถึงตราสารหนี้ที่อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี แต่อย่าเพิ่ง งง กันนะครับ ถ้าบางท่านอาจจะยังไม่รู้จักตราสารหนี้ ก็สามารถไปอ่านเรื่องตราสารหนี้กันก่อนได้ที่นี่ครับ-> http://bit.ly/1uLzMj2

 

กองทุนตลาดเงินเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่ผมไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงนะครับ ความเสี่ยงของกองทุนตลาดเงิน ก็มีความเสี่ยงใกล้เคียงกับการเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ และ ฝากประจำ ร่วมกับความเสี่ยงของตราสารหนี้ระยะสั้น นั่นแหละครับ คือถ้าแบงค์ล้มเราก็ล้มด้วยครับ หรือถ้าคนที่ออกตราสารหนี้เบี้ยวหนี้แล้วหนีไป เราก็จะไม่ได้รับเงินคืนนั่นเองครับ

ประเด็นสำคัญ ในอนาคตอันใกล้นี้กับกองทุนตราตลาดเงินก็คือ จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกอย่างครับ คือ เรื่องของ พรบ. คุ้มครองเงินฝากครับ ไอ้พรบ. นี้คืออะไร ผมจะอธิบายง่าย ๆ อย่างนี้ครับ ปัจจุบัน ถ้าเงินที่เราฝากธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ แล้ววันดีคืนดี(น่าจะเป็นวันไม่ดี คืนร้ายมากกว่า) ธนาคารเจ๊ง ก็จะมีการจ่ายเงินตามที่กฎหมายคุ้มครองไว้ครับ ในสมัยก่อนจะคุ้มครองเต็มจำนวน คือถ้าธนาคารเจ๊ง ก็จะรับผิดชอบจ่ายเงินคืนเต็มจำนวนเลยครับ ซึ่งในปัจจุบันการคุ้มครองเงินฝากนั้น จะได้เพียงแค่ 50 ล้านบาทต่อ 1 ธนาคารครับ

แต่ !!!! ต่อไปจะเหลือเพียง 1 ล้านบาทต่อ 1 ธนาคารเท่านั้นครับ ยกตัวอย่างครับ เช่น มีเงินฝาก 100 ล้าน ถ้าธนาคารต้องปิดกิจการ เราก็จะได้รับเงินคืนแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้นเองครับ ไม่ว่าจะมีกี่บัญชีก็ตามครับ นั่นก็หมายความว่าความเสี่ยงที่เราจะเสียเงินไปก็มีมากขึ้นครับ

(เอ๊ะ ! นี่เราควรที่จะเรียกว่าคุ้มครองเงินฝากเหรอนี่ ทำไมมันดูขัดแย้งว่าไหมครับ ตอนยังไม่มี พรบ. กลับคุ้มครอง พอมี พรบ. กลับไม่คุ้มครอง โอ้ย งง !!)

 

ระยะเวลาจำนวนเงินที่คุ้มครอง
11 ส.ค. 53 - 10 ส.ค. 54เต็มจำนวน
11 ส.ค. 54 - 10 ส.ค. 55ไม่เกิน 50 ล้านบาท
11 ส.ค. 58 - 10 ส.ค. 59ไม่เกิน 25 ล้านบาท
11 ส.ค. 59 เป็นต้นไปไม่เกิน 1 ล้านบาท

 

จาก พรบ. นี้ทำให้ผมเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เงินในระบบจะมากขึ้น เพราะว่าการฝากเงินในธนาคารอาจจะไม่ใช่ที่ปลอดภัยอย่างเราเคยคิดกันครับ ดังนั้นคงมีหลายท่านที่คิดว่าเอาเงินมาลงทุนให้งอกเงยจะดีกว่าที่ฝากไว้ในธนาคารครับ จุดสำคัญคือ ถ้าเราฝากเงินด้วยจำนวนเยอะ ๆ ความเสี่ยงของเราจะยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยจริงไหมครับ ??  ดังนั้นความเสี่ยงเรื่อง พรบ. คุ้มครองเงินฝาก ก็เป็นอะไรที่เราต้องระวังกันมากขึ้นนะครับ

อย่างไรก็อย่าเพิ่งเสียขวัญกันไปนะครับ เพราะผมเชื่อว่ากองทุนจะพยายามหาสถานที่พักเงินให้กับพวกท่านเองครับ โดยอาจจะไปฝากที่ธนาคารรัฐบาลมากขึ้น หรือเน้นไปที่ตั๋วเงิน และตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น ซึ่งก็แล้วแต่การจัดการของผู้จัดการกองทุนครับว่าจะปรับตัวกันอย่างไร

แต่ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย อย่าเพิ่งคิดแต่ข้อเสียของกองทุนตลาดเงินกันนะครับ กองทุนตลาดเงินยังมีข้อดีก็คือ เวลาขายกองทุนแล้วเงินเหล่านี้ก็จะไม่เสียภาษีครับ จะไม่เหมือนเวลาที่เราไปฝากเงินตามธนาคารที่ดอกเบี้ยที่ได้จะต้องนำไปคิดภาษีนั่นเอง (ถ้าไม่ใช่บัญชีแบบพิเศษ)

ที่สำคัญเลยก็คือ บางท่านที่เป็นนักลงทุนในหุ้น หรือชอบซื้อกองทุนหุ้น ถ้าช่วงไหนที่ตลาดปรับตัวมากขึ้นจนผิดสังเกต นักลงทุนทั้งหลายก็จะนำเงินออกจากตลาดหุ้น หรือกองทุนหุ้นมาหลบ + พักเงินไว้ในกองทุนตลาดเงินนั้นเองครับ เพื่อรอวันที่หุ้นกลับมาถูกลงและทำการช้อนซื้อครับ เรียกได้ว่าเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีเลยครับ ส่วนการขายกองทุนนั้นก็จะได้รับเงินหลังจากที่เราทำการขายหน่วยลงทุนแล้วใน 1-2 วันเท่านั้นเองครับ

ท่านไหนที่มีการวางแผนในการใช้เงินดี ๆ แล้วละก็ กองทุนตลาดเงินเป็นอะไรที่น่าสนใจมากครับ ถึงแม้ผลตอบแทนจะไม่มาก แต่ก็พอที่จะทำให้เงินที่เรามีนั้นไม่ถูกลดมูลค่าลงไปเท่าไหร่ เมื่อเปรียบเทียบกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นครับ

 

อาจารย์ด้านกองทุนของผม มักจะบอกเสมอ ๆ ว่า " ความเสี่ยงที่เสี่ยงมากที่สุด คือการที่เราไม่รู้ว่ามีความเสี่ยงอยู่ครับ"

ดังนั้นผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้บางท่านที่ไม่รู้ว่ากองทุนตลาดเงินก็มีความเสี่ยงด้วยเหมือนกัน ได้เข้าใจความเสี่ยงมากขึ้นครับ

พบกันครั้งหน้าครับ ^_^