วันก่อนมีครูสอนออนไลน์ท่านหนึ่งมาถามพรี่หนอมว่า เปิดคอร์สสอนออนไลน์ในกรุ๊ปแบบนี้ ต้องเสียภาษีไหม ฮ่าๆ เริ่มต้นแบบนี้ก็ต้องคุยกันยาวตั้งแต่หลักการที่เคยบอกไว้ว่า มีรายได้ต้องเสียภาษี แต่วันนี้เราจะมาดูกันต่อว่า จะต้องเสียแบบไหน อย่างไรกันบ้างครับผม 

สิ่งทีต้องรู้คือเป็นคนสอนในฐานะไหน บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล เพราะว่ามันมีภาระภาษีแตกต่างกันครับ ดูจากบัญชีที่รับชำระเงินก็ได้ครับ 

รู้ต่อมา คือ คำนวณให้เป็นด้วย จะได้ไม่มีปัญหาภาษี โดยเฉพาะบุคคลธรรมดานี่ต้องระวังไว้เลยล่ะครับผม ไม่งั้นจะมีปัญหาได้ครับ 

รู้สุดท้าย รายได้จากการสอนดี ถ้ามีเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยนะครับ ระวังไว้ครับผม

ส่วนคำถามว่า พี่สรรพากรจะรู้ไหม ถ้าเปิดกรุ๊ปลับแบบนี้ ไม่มีใครเห็น คำถามคือ แล้วจะแน่ใจได้ยังไงครับว่า พี่สรรพากรไม่ได้เข้ามาเรียนด้วย อิอิ เอ้ย ไม่ใช่ๆๆ เอาเป็นว่าถ้าเค้าเห็นเปิดขายออนไลน์แล้วสงสัย ขอตรวจสอบขึ้นมาจะเป็นปัญหาได้คร้าบ 


คุณเป็นใคร บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล เริ่มต้นต้องตอบคำถามก่อนครับว่า เราเป็นคนทำธุรกิจในรูปแบบไหน (รับเงินเข้าบัญชีไหน นั่นแหละจ้าคือคำตอบ) เพราะหลักการตรงนี้มันเสียภาษีต่างกันไป ซึ่งใช้วิธีคำนวณที่แตกต่างกันครับ

  • บุคคลธรรมดา ต้องเสียภาษีตามวิธีเงินได้สุทธิ หรือ เงินได้พึงประเมิน
  • นิติบุคคล ต้องเสียภาษีจากกำไรสุทธิ 

แต่โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นบุคคลธรรมดามากกว่า และพรี่หนอมเชื่อว่าถ้าเป็นนิติบุคคล คงมีคนจัดการให้แล้ว อย่างน้อยก็ต้องมีนักบัญชี รับเงิน ดูแลจัดการให้ ชีวิตสบายไปแล้วล่ะครับ แต่ถ้าใครอยากรู้วิธีของนิติบุคคลก็บอกไว้ครับ เดี๋ยวจะทำให้อีกสักชุดหนึ่




วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีรับเงินจากคอร์สออนไลน์ ส่วนใหญ่แล้วจะถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 จากการตีความกฎหมายในตอนนี้ ดังนั้น วิธีการคำนวณจะมีดังนี้คือ

รายได้เกิน 1 ล้านต่อปีไหม ถ้าไม่เกิน จะคำนวณโดยวิธีเงินได้สุทธิ (รายได้ - ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ 100,000 บาท ส่วนค่าลดหย่อนก็หักตามที่มีเลยจ้า

ถ้ารายได้เกิน 1 ล้านบาทต่อปี ต้องคำนวณอีกวิธีมาเปรียบเทียบด้วย และเสียตามที่คำนวณได้สูงกว่า นันคือ เอารายได้ x 0.5% แค่นั้นครับผม ได้เท่าไรมาเปรียบเทียบกับวิธีแรก แล้วเสียตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่าครับ



มาดูตัวอย่างกันต่อครับ สมมตินายบักหนอมเปิดคอร์สออนไลน์ในเฟสบุ๊ค จัดกรุ๊ปลับมีรายได้ปีละ 1,200,000 บาท แต่ไม่มีค่าลดหย่อนอะไรเลย ดังนั้นนายบักหนอมจะเสียภาษีตามนี้

วิธีเงินได้สุทธิ 1,200,000 – 100,000 – 60,000 = 1,040,000 บาท คิดเป็นภาษีจำนวน 125,000 บาท

วิธีเงินได้พึงประเมิน 1,200,000 x 0.5% = 6,000 บาท เลือกเสียตามที่มากกว่า ก็คือเสียตามวิธีแรก คือ 125,000 บาท จบจ้า


คอร์สสอนสด Live ในกรุ๊ปลับ ระวังพี่สรรพากรจับมาเสียภาษี!!!


อีกประเด็น คือ ระวังภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ยังไม่จบแค่นั้น หลังจากการคำนวณภาษีเงินได้จบไปตามหลักการแล้ว สิ่งทีต้องระวังก็คือ ถ้ามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีเมื่อไร ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ไม่งั้นจะต้องลำบากแน่ๆเลย

ทีนี้หลังจากจดแล้วตอนขายคอร์สก็ต้องเอาเงินค่าคอร์สมาคิด VAT เพิ่มอีก 7% หรือว่าจะรวม VAT ไว้ในนั้นก็ต้องแยกออกมาด้วยนะจ๊ะ ไม่งั้นจะมีปัญหา เช่น คอร์สราคา 20,000 บาท ต้องเก็บ 21,400 บาท หรือ ต้องแยกภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 1,308.41 บาทออกมาจากราคา 20,000 บาท ได้เงินรายได้เหลือแค่ 18,691.59 บาทครับผม

หลังจากนั้นก็เอาภาษีขายที่ว่านี้ส่งสรรพากรให้ถูกต้องครับ ส่งทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปคร้าบ


คอร์สสอนสด Live ในกรุ๊ปลับ ระวังพี่สรรพากรจับมาเสียภาษี!!!


สรุปสุดท้าย สิ่งที่ต้องระวัง คือ สรรพากรจะแฝงมาเรียนในคอร์สนั้นด้วยสินะ ไม่ใช่ครับ สิ่งทีต้องระวังคือ เราจะยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องไหม อย่างน้อยเป็นเกียรติแก่ผู้เรียนว่าอาจารย์นั้นเป็นคนดีเสียภาษีถูกต้อง เพิ่มความน่าเชื่อถือได้เยอะเลยนะจะบอกให้