สวัสดีพี่น้อง วันก่อนพี่เกรย์ไปเจอคำคมในเน็ต แบบคมชิบหายเลยครับ เขียนสั้นๆหล่อๆว่า  “คนไทยยอมซื้อกาแฟแก้วละ 120 บาท แต่ไม่ยอมซื้อหนังสือดีๆ ราคาเกิน 200 บาท” อ่านแล้วก็ได้แต่อุทานในใจร้องชู้วีดูวับปั้บปาว่า “เฮ้ย นี่มันอะไรกัน โลกมันไปไกลแล้วสินะ”

นั่นแน่ สงสัยล่ะสิว่าทำไมพี่เกรย์ถึงอุทานคำนี้ออกมาน่ะหรอครับ พี่เกรย์อยากจะชี้ให้เห็นมาตรวัดอะไรบางอย่างของสังคมไทยที่ทำให้เราไปไกล๊ไกลลลลลลลลจากประเทศเพื่อนบ้าน #ประมาณขี้ตีนอ่ะคับ #ถุยส์ เพราะมันไม่เกี่ยวเตี้ยอะไรกันเลยครับ แต่ตรรกะพิกลพิการของใครบางคนพยายามจะโยงเรื่องมาเกี่ยวกันให้มันรู้ดีดี๊ดีว่าเราเป็นคนฉลาดกว่าคนอื่นเขาถ้าเราอ่านหนังสือแต่ไม่ดื่มกาแฟดริฟฟฟฟฟฟ

เอางี้ครับ ในฐานะที่ออมมันนี่เป็นเวปไซด์การเงินอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่พี่เกรย์จัดอันดับเอง #อันดับสองยังไม่เจอ พี่เกรย์เลยอยากจะโชว์เก๋าพูดถึงเรืองแนวคิดการเงินให้ฟังสักหน่อยว่า ไอ้่สองเรื่องนี้ไม่เกียวกันยังไง มามะมาฟังกันนะจ๊ะ เบบี๋ เชกกิจเอ้าท์โย่ว

1. รายจ่าย "จำเป็น" ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

คนบางคนชอบกินกาแฟ คนบางคนไม่ชอบกินกาแฟ ดังนั้นความจำเป็นในการกินกาแฟของแต่ละคนต่างกัน ส่วน คนที่ชอบอ่านหนังสือ กับ คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อหนังสือเหมือนๆกัน แต่ใครอยากจะเอาเงินน้ันไปทำอะไรก็แล้วแต่เขา ไม่ใช่เรื่องของเรานะจ๊ะ

คำถามที่พีเกรย์ตั้งขึ้นเพื่อถามชาว (รก) โลกใบนี้ก็คือ "โทษครับพี่ เราจะไปเสือกอะไรกับความจำเป็นในชีวิตของคนอื่นกันหรือครับ" ถ้าตราบใดคนๆนั้นเค้ามีปัญหาที่จะทำมาหากินเลี้ยงตัวเองมากินกาแฟแก้วละ 120 บาทเพื่อ “ความสุข” ที่มี “คุณภาพ” จาก "จินตนาการ" ของเค้า และเค้าดันเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ มันผิดด้วยหรือ ว้อททามอีสอิสเน่า?

เช่นเดียวกัน คนอ่านหนังสือนิยายทั้งหลาย ถ้าพี่เกรย์บอกว่า ไอ้ควายครับอ่านหนังสือนิยายทำไมมันไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรในชีวิตจริง เล่มก็หนา แพงก็แพง แบบนี้พี่เกรย์มีสิทธิ์ไปยุ่งกับรสนิยมส่วนบุคคลด้วยหรือครับ #เสือก

การใช้เงินเป็นเรื่องของปัจเจก ถ้าใครอยากใช้อะไรก็ใช้ไป ตราบใดที่การใช้เงินของคุณนั้น รู้จักพอเหมาะพอควร แบ่งแยกความจำเป็นกับต้องการของตัวเองออก ไม่ลำบากตัวเองและคนรอบข้าง มีเงินเก็บออม จัดการเงินเป็น แล้วคนรอบข้างอย่างเราๆจะไปชามะนาวอะไรกับเค้าหรอครับ?

2. อะไรคือหนังสือดีๆ?

กาแฟดีๆ อาหารดีๆ มีไว้แดรกส์แล้วสบา่ยใจ เช่นเดียวกันกับหนังสือดีๆที่พี่เกรย์อ่านแล้วสบายใจ แต่คำถามที่พี่เกรย์อยากจะถามพ่อรูปหล่อคนคิดสเตตัสแบบนี้สักคำก็คือ “คำว่าดี” ของแต่ละคนนั้นมันเหมือนกันตรงไหนหรอครับผมครับ

ความดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนนิยามความดี คือ การชอบกินกาแฟ ชา นม แต่บางคนชอบ กินน้ำอัดลมเหล้าเบียร์ แบบนี้ก็ทำให้รู้สึกดีคนละแบบ ส่วนบางคนชอบอ่านหนังสือห่วยๆลอกชาวบ้านมา เอามาจัดหน้าห่างๆ แล้วบอกว่ามันดีดี๊ดีเพราะถูกจริตกับความหล่อ แต่ในขณะที่บางคนชอบอ่านงานวิชาการแบบชิกๆ เพราะคิดว่าได้ความรู้ นั่นมันก็ความชอบของแต่ละคน #ความดีความชอบเป็นเรื่องของใคร พี่เกรย์เลยอยากจะบอกคนที่กำลังสับสนในตัวเองนะครับว่า

คำว่า “ดี” เป็นความรู้สึก
แต่คำว่า “เสือก” นี่เป็นกิริยา

โปรดเข้าใจตรงนีก่อน
แล้วค่อยมาสอนคนอื่นนะครับผม

3. เงิน 120 บาทกับ 200 บาท มันน้อยนิด

ข้อสุดท้ายนี้ พี่เกรย์แค่อยากจะบอกว่า หนังสือ 200 บาทถ้่าอ่านแล้วไม่ได้อะไรมันก็คือเสียไปเท่ากับ 0 แต่ถ้าเงิน 120 บาทกินกาแฟ อย่างน้อยยังได้คาเฟอีน และเอามาทำหล่อทำเท่ห์ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมโชว์ไลฟ์สไตล์ได้นะครับผมครับ

ตรรกะทำนองว่า กาแฟราคาแพงขายได้เพราะมีคนเลือกกินมากกว่าหนังสือราคาแพงกว่า่แต่ขายไม่ได้แล้วไปโทษว่าเป็นเพราะกาแฟ ถ้าคนแบบนี้เขียนหนังสือ คิดว่าจะเป็นหนังสือขายดีได้จริงๆหรือครับ? #หรือว่าเป็นหนังสือขายเอง

แค่เรื่องเงิน 120 บาทกับ 200 บาท เราเอามาตัดสินคนที่ความต่างจำนวน 80 บาทโดยไม่ดูบริบทความชอบความต้องการ รสนิยม หรือแม้แต่สันดานต่ำตมของแต่ละคนได้อย่างไรกันแบบนั้นไม่ใจแคบเกินไปหน่อยหรือครับ #อันนี้พี่เกรย์สงสัยจริงๆ

อ้าาา สุดท้ายก่อนจากกัน พอดีพี่เกรย์ต้องไปแปรงฟันก่อนนอน อยากชวนทุกคนมาคิดและตั้งคำถามกับชีวิตสักสองข้อนะครับว่า คนไทยยอมซื้อกาแฟแก้วละ 120 บาท แต่ไม่ยอมซื้อหนังสือดีๆ ราคาเกิน 200 บาท” ว่า

  • คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า ทำไมชอบด่าประเทศชาติจัง
  • เสือกอะไร เค้าเอาเงินมึงไปซื้อหรือไง

#จบข่าว