วันหนึ่งเรากับแม่ทำธุระที่ในตัวเมือง จ.ลพบุรี เสร็จแล้วกำลังจะกลับบ้าน ก็เห็นผัดไทยของคุณยายท่านนี้ตั้งขายอยู่ ส่วนตัวเป็นคนที่กินผัดไทยไม่เคยหมดจานสักทีเพราะกินแต่เส้น  แต่แม่ก็บอกให้ซื้อกลับไปกินกลางวันที่บ้าน ป้ายบอกว่า “เจ้าเก่า” ซะด้วย เราคิดว่าก็น่าลองกินดูสักครั้ง

 

“คุณยายคะ สั่งผัดไทย 2 กล่องกลับบ้านค่ะ”

 

เราพูดจบคุณยายก็ลุกขึ้นยืน จุดเตาแก๊ส จับกระทะแล้วทำผัดไทยอย่างแคล่วคล่องว่องไว มองดูแล้วมันสวนทางกับภาพผู้สูงอายุที่เราเห็นทั่วไปมากๆ ท่าทางจับเส้น หยิบเครื่องเคียง เครื่องปรุงสาดใส่ลงกระทะแบบไม่ยั้งมือ บ่งบอกได้ถึงความเก๊าที่ขายมานาน อยากรู้ก็ต้องถามให้หายสงสัย

 

“คุณยายอายุเท่าไหร่คะ” คำถามสั้นๆที่เป็นจุดเริ่มต้นของบทความนี้

 

คุณยายเล่าว่า…..

 

ตอนนี้อายุ 74 ขายผัดไทยมา 50 ปีล่ะ ตั้งแต่จานละ 50 สตางค์ อายุเยอะลูกหลานก็บอกให้หยุดขายนะ อยากให้พักผ่อนอยู่บ้าน แต่มันนั่งๆ นอนๆ ดูทีวีแล้วมันน่าเบื่อ ออกมาขายผัดไทยก็ช่วยแก้เหงาได้บ้าง ถ้าไม่เจอยายขายที่นี่แสดงว่ามีคนเหมาไปนะ หรือไม่ก็กลับบ้านไปแล้วเพราะขายหมดเร็วบ่ายโมงของก็ขายหมดแล้ว

 

จานละ 50 สตางค์!! มันทำให้เราต้องก้มอ่านป้ายข้างล่างอย่างละเอียดอีกครั้ง เฮ้ย!! เงินเฟ้อมันทำร้ายเราได้มากขนาดนี้เลยหรือนี่ #ขอถ่ายรูปแป๊บ ได้หัวข้อบทความใหม่ล่ะ ^^

 

แต่ก่อนจะเข้าเรื่องเงินเฟ้อ ขอขอบคุณคุณยายทีปที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ผัดไทยคุณยายเส้นเหนียวนุ่ม อิ่มและอร่อยมากๆ เรากินเกลี้ยงจานเลย ถ้าใครผ่านในตัวเมืองลพบุรีเชิญแวะชิมกันได้ พิกัดร้านอยู่หน้าวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์นะจ๊ะ

 


ชวนชิมผัดไทยจานละ 50 สตางค์


 

จากภาพร้านของคุณยายเรามาอ่านป้ายกันชัดๆ กันนะจ๊ะ

 

ชวนชิมผัดไทยจานละ 50 สตางค์

ผัดไทยจานละ 50 สตางค์มันมีจริงๆ

แต่ต้องกลับไปกินเมื่อ 50 ปีที่แล้วเท่านั้นนะ ^^!!

 

อ้าววววว แล้วที่เรากินจานละ 30 ไปจนถึงร้อยกว่าบาทนี่มันคืออะไร ทำไมราคามันถึงแพงขึ้นมาได้มากขนาดนี้ ฮึฮึ นั่นเป็นเพราะสิ่งเล็กๆที่เรียกว่า “เงินเฟ้อ” ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ #มองบน #กรีดร้อง #เสียงสูง

 

เงินเฟ้อ!! มันคืออะไร

 

ตอนนี้เราใช้เงิน 50 สตางค์ ซื้อผัดไทยกินไม่ได้นี่แหละที่เรียกว่า “ภาวะเงินเฟ้อ”  ถ้าจะให้มีหลักการก็หมายความว่า มูลค่าของเงินลดลง จึงทำให้อำนาจซื้อของเราลดลง ในขณะที่ราคาสินค้าแพงขึ้น ( สำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักเงินเฟ้ออย่างลึกซึ้ง อ่านได้ที่ท้ายบทความนะจ๊ะ)  

 

ทำไมราคาผัดไทยแพงขึ้น?

 

สิ่งของทุกอย่างรอบตัวเราล้วนราคาปรับเพิ่มขึ้นทุกปี มีมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป (ปัจจุบันเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3%) ขอใช้ตัวอย่างเงินเฟ้อจากเรื่องอาหารการกิน เพราะอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน เช่น ราคาผัดไทยที่แพงขึ้นนั้นมาจากเงินเฟ้อทางด้านต้นทุนการผลิตที่มีราคาสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นก๊าซหุงต้ม เส้น เครื่องเคียง เครื่องปรุง ฯลฯ จึงทำให้คุณยายจำเป็นต้องเพิ่มราคาขายเพื่อให้คุ้มกับต้นทุนที่ลงไป เราก็ต้องซื้อผัดไทยราคาแพงขึ้นนั่นเอง

 

ทายซิว่าราคาแพงขึ้นปีละกี่ %

 

ช่วงเวลาที่แตกต่างก็ทำให้ค่าของเงินแตกต่างกัน

 

วิธีคิดมูลค่าของเงินนั้นมีสูตรคำนวณที่โคตรซับซ้อน ทำให้หลายคนซับเฟอร์กับตัวเลขอันยั้วเยี้ย #แค่เห็นก็เหนื่อยใจ แต่ก็มีตัวช่วยจากเครื่องคิดเลขทางการเงินนะ #ใช้ไม่เป็น #มีง่ายกว่านี้ป่ะ #อยากได้ก็จัดให้ เพียงโหลดแอพนี้ก็จะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น หน้าตาแอพตามรูปข้างล่างนะจ๊ะ โหลดฟรี!!

 

หากยังงงๆเกี่ยวกับการกดเครื่องคิดเลขคำนวณมูลค่าของเงิน อยากรู้ว่าแต่ละตัวมันเรียกว่าอะไร เราเคยเขียนอธิบายไว้แล้ว รบกวนอ่านย้อนหลังได้ที่บทความนี้นะจ๊ะ “สร้าง 1 ล้านแรกกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” http://www.aommoney.com/?p=14731

 

ตัวเลขที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

 

  • ราคาผัดไทยจานละ 50 สตางค์ ใส่ช่อง PV
  • ปัจจุบันราคาจานละ 30 บาท ใส่ช่อง FV
  • ระยะเวลา 50 ปี ใส่ช่อง Periods คิดเป็นต่อปี (Compounding : Annually)
  • ราคาขึ้นมาปีละกี่ % (กรอบสีแดง)

 


ชวนชิมผัดไทยจานละ 50 สตางค์


 

เมื่อกดที่ปุ่ม Rate จะได้ผลลัพธ์ คือ ……..

 


ชวนชิมผัดไทยจานละ 50 สตางค์

 

ราคาผัดไทยแพงขึ้น 8.53% ต่อปี #กรีดร้องดังกว่าเดิม ถ้าเงินเดือนขึ้นพอๆกับราคาผัดไทยได้ก็ดีซิ #ฝันกลางวัน ตอนนี้รู้แล้วว่าเงินเฟ้อทำให้เราใช้เงิน 50 สตางค์ ซื้อผัดไทยกินไม่ได้อีกต่อไป เราเป็นผู้บริโภคจะเรียกร้องอะไรก็ไม่ได้ ราคาข้าวของแพงขึ้นทุกปี #ทำใจง่ายกว่า

 

รู้แล้วก็หาทางตั้งรับไงจ๊ะ

 

ถ้าเปลี่ยนจากเรื่องผัดไทยมาเป็นเงินในกระเป๋าของเรา สมมิตว่านำเงิน 50 สตางค์ ไปลงทุนกับอะไรสักอย่างที่ได้ผลตอบแทน 8.53% ต่อปี ผ่านไป 50 ปี เรามาเปิดดูพบว่าจากเงิน 50 สตางค์ เติบโตขึ้นกลายเป็นเงิน 30 บาท ที่ทำให้เราซื้อผัดไทยได้ 1 จานเหมือนเดิม

 

การตั้งรับที่ดี คือ หาวิธีรักษามูลค่าของเงิน ด้วยการแบ่งเงินบางส่วนไปเริ่มลงทุนให้เติบโตทันกับราคาของที่แพงขึ้น (ปัจจุบันเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3%)  อาจจะไม่ต้องคาดหวังกับผลตอบแทนปีละ 8% เพราะมีความเสี่ยงสูง ควรเริ่มที่การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำๆก่อน เมื่อศึกษาจนเข้าใจมากขึ้นพร้อมกับรับความเสี่ยงได้มากขึ้น จึงไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนที่ระดับความเสี่ยงสูงต่อไป

 

การลงทุนที่เหมาะมากสำหรับมือใหม่ คือ กองทุนรวม เพราะเงินลงทุนน้อย มีผู้จัดการกองทุนดูแลเงินให้เรา โดยเราเลือกได้ว่าจะซื้อแบบไหน เช่น ซื้อครั้งเดียว ซื้อทุกเดือน แบบมีเงินปันผลและไม่มีเงินปันผล ฯลฯ ซึ่งวิธีคิดผลตอบแทนจากกองทุนรวมและการลงทุนอ่านได้ที่ 2 บทความข้างล่างนี้นะจ๊ะ ^^

2 บทความที่เพิ่มพลังเงินออม

  1. 100 บาทก็ซื้อกองทุนรวมได้ที่ลิงค์นี้นะจ๊ะ https://goo.gl/nEUySA
  2. อย่าหยุดแค่ออม แต่จงไปต่อด้วยการลงทุน https://goo.gl/Sw3DmT