อย่างที่เราได้คุยกันในตอนที่แล้วระหว่างวิธีการออมหุ้นแบบซื้อเองกับการใช้บัญชีออมหุ้นตัดรายเดือนอัตโนมัติว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ในตอนนี้เราจะมาคุยกันถึงการวางแผนการเงินเพื่อสร้างเงินออมในการลงทุนและดูว่าบัญชีออมหุ้นมีจุดเด่นอย่างไร

การวางแผนทางการเงิน

ตามสูตรที่ผมมักจะทำก็คือการสร้างเงินออมขึ้นมาเพื่อใช้ในการลงทุน โดยมีสมการง่ายๆ สามารถใช้ได้เป็นอมตะและสามารถเพิ่มได้ด้วยอัตราก้าวหน้าเพื่อให้เงินออมเกิดมากขึ้น คือ

รายรับ - เงินออม = รายจ่าย

วิธีคิดเงินออมก็ใช้อัตราก้าวหน้าตามเงินเดือนที่เรามีนะครับ ถ้าเงินเดือนน้อยก็ 10% เงินเดือนมากหน่อยก็ขยับเป็น 20%-50% ได้ เช่น ซึ่งจำนวนเงินของการออมนี้ อยู่ที่แต่ละคนเลยครับ

ยกตัวอย่างเช่น

นาย ก. มีรายได้ต่อเดือน 15,000  ตั้งใจออมเดือนละ 10% = 1,500/เดือน

นางสาว ข. มีรายได้ต่อเดือน 20,000 ตั้งใจออมเดือนละ 20% = 4,000/เดือน

คำถามต่อมานางสาว ข. อยากนำเงินออม 4,000 ไปซื้อหุ้น

จะซื้อในวิธีไหนง่ายกว่ากัน

1. กรณีของบัญชีออมหุ้น

สมมติเราต้องการลงทุนหุ้น 1 ตัว ก็สามารถแจ้งทางบริษัทหลักทรัพย์ได้ทันทีว่าจะซื้อหุ้นตัวไหน ด้วยเงินเท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น เราออมไว้ 4,000 บาท ต้องการซื้อหุ้น Aommoney ซึ่งในแต่ละเดือนราคาจะไม่เท่ากัน

เดือนแรกราคา 37 บาท

เดือนที่ 2 ราคา 43 บาท

เดือนที่ 3 ราคา 45 บาท

เราจะนำเงิน 4,000 บาทไปซื้อได้ในแต่ละเดือนโดยได้จำนวนหุ้นดังนี้

เดือนแรก 108 หุ้น

เดือนที่ 2 ได้ 93 หุ้น

เดือนที่ 3 ได้ 89 หุ้น

การซื้อแบบนี้ทางบริษัทหลักทรัพย์จะซื้อเศษหุ้นให้ด้วย หลายคนอาจจะแปลกใจว่าซื้อเศษหุ้นจะดีในการขายในอนาคตหรอ? แต่ไม่ต้องกังวลครับเพราะเวลาผ่านไปมันจะรวมกันเป็นจำนวนเต็มที่ 100 หุ้นได้เอง แต่ถ้าเป้าหมายในการออมของเราคือระยะยาวก็สะสมไปเรื่อยๆ ครับ

2. กรณีบัญชีซื้อขายปกติ

อย่างที่เราทราบกันว่าเวลาซื้อหุ้นด้วยบัญชีปกติจะต้องซื้อเป็นจำนวนหุ้น 100 หุ้นและเพิ่มทีละ 100 เป็น 200 300 400 เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นแล้วหากเราต้องการซื้อหุ้น Aommoney ในแต่ละเดือนในราคาที่ไม่เท่ากันนะสิ สมมติเราต้องการซื้อขั้นต่ำที่ 100 หุ้นจะต้องใช้เงินในแต่ละเดือนดังนี้

เดือนแรกราคา 37 บาท ใช้เงิน 3,700 บาท (เหลือ 300 บาท)

เดือนที่ 2 ราคา 43 บาท ใช้เงิน 4,300 บาท (เกินมา 300 บาท)

เดือนที่ 3 ราคา 45 บาท ใช้เงิน 4,500 บาท (เกินมา 500 บาท)

การใช้บัญชีซื้อขายปกติเพื่อการออมหุ้นอาจจะจัดการยากกว่านิดหน่อยในการซื้อหุ้นจากการสร้างเงินออมรายเดือนเพราะราคาหุ้นแต่ละเวลาไม่เท่ากัน การเก็บเงินก็อาจจะต้องสำรองเงินมากขึ้นเพื่อใช้ซื้อหุ้นเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น ส่วนช่วงหุ้นลงก็สามารถเหลือเงินเพิ่มได้เพื่อทบในเดือนต่อๆ ไป

จุดเด่นของบัญชีออมหุ้น คือ ทำให้เราวางแผนทางการเงินได้ง่ายขึ้นนะครับ แต่กรณีบัญชีซื้อขายปกติก็มีจุดดีของมันเหมือนกัน ผมว่าอยู่ที่สูตรการบริหารเงินและการลงทุนของแต่ละคน เลือกใช้ในสิ่งที่เหมาะกับตัวเองนะครับ

ตอนต่อไป เราจะมารู้รายละเอียดของ “ค่าธรรมเนียมในการออมหุ้น” ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง อย่าลืมติดตามนะครับ  :)