สวัสดีครับ วันนี้พรี่หนอมมีข่าวภาษีสั้นๆ มา Update ให้ฟังกันครับ กับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบใหม่ 7 ขั้นบันได ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2556 นั้น ทางครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 เห็นชอบต่ออายุให้ใช้กันไปถึงปี 2559 เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นสอดคล้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจ ค่าครองชีพปัจจุบัน และบรรเทาภาระภาษีของผู้มีเงินได้ทุกคนครับ (แหม่.. ฟังแล้วซาบซึ้งกันจนน้ำตาจะไหลเลยทีเดียว) เอาล่ะครับก่อนที่น้ำตาจะท่วมจอ เรามาทบทวนกันต่อครับว่า อัตราภาษีทั้ง 7 ขั้นนั้นมันเป็นอย่างไรบ้างครับ

ซึ่งตารางข้างบนนี้คืออัตราภาษีใหม่ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา แต่เงินได้สุทธิจำนวน 150,000 บาทแรกนั้น ยังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฏีกาฉบับที่ 470 พ.ศ. 2551 เช่นเดิมครับ

ดังนั้นอัตราภาษีในปัจจุบันที่เราทุกคนเข้าใจกันนั้น จะมาจากกฎหมาย 2 ฉบับ นั่นคือ ฉบับที่เป็นอัตราภาษี กับฉบับที่ยกเว้นเงินได้ 150,000 บาทแรกและสรุปออกมาได้เป็นตารางตามนี้คร้าบ

แต่จากคอมเม้นท์ส่วนใหญ่ในแฟนเพจกรมสรรพากร เราจะเห็นว่าการต่ออายุอัตราภาษีนั้นไม่มีผลกระทบเป็นที่น่าพอใจสักเท่าไร เพราะคนส่วนใหญ่นั้นต้องการการแก้ไข “ค่าใช้จ่าย” ของมนุษย์เงินเดือน ที่หักได้สูงสุด 40% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 60,000 บาทมากกว่าครับ ผมขออนุญาตอ้างอิงคำพูดของ Top Comment (โดยไม่เปิดเผยนาม) มาให้อ่านกันตรงนี้ละกันครับ

“แทนที่กรมจะแก้อัตราภาษี เปลี่ยนเป็นแก้ค่าใช้จ่ายหักเหมากับค่าลดหย่อนดีกว่าไหม ค่าใช้จ่ายหักเหมาปีละ 40% ไม่เกิน 60,000 มันสมัยไหนแล้ว พูดให้เพื่อนฝรั่งฟังเขาก็นั่งหัวเราะ ว่าประเทศยูตลกมาก เขายังบอกอีกว่าวิธีคิดแบบนี้เป็นวิธีคิดของคนขี้โกง คือลดอัตราภาษี (เพื่อหน้าตา) แต่ไม่ให้หักรายจ่ายที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ดังนั้นภาษีจึงถูกคำนวณและจัดเก็บจากฐานเงินได้สมมุติ ไม่ใช่จากฐานเงินได้สุทธิ (จริง) กรมไม่ต้องไปดูอื่นไกลถามเจ้าหน้าที่ในกรมเองเลยว่าให้ใช้เงิน 60,000 ต่อปีพอไหม”

… เมื่ออ่านจบแล้วก็ได้แต่กดไลค์และพูดสั้นๆในใจว่า “ครับ”