(บทความนี้ Update ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2559)

สวัสดีกันอีกครั้งคร้าบบบ หลังจากที่ผมเขียนบทความ สรุปทุกเรื่องที่คุณต้องรู้กับเงื่อนไขการต่ออายุ LTFเพื่อสรุปเนื้อหาเรื่องการต่ออายุ LTF ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2558 กันไปแล้ว ก็มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ หลายคนส่งคำถามที่ค้างคาใจมาถามผมในเพจ @TAXBugnoms ว่า ตกลงแล้วเราจะซื้อ LTF ได้จำนวนเท่าไรกันแน่นะคะ/ครับพรี่หนอม เพราะได้ยินมาว่ากฎหมายฉบับใหม่ ได้เปลี่ยนเงื่อนไขในการซื้อจาก "รายได้ปกติ" เป็นคำว่า "รายได้ที่ต้องเสียภาษี" (ภาษากฎหมาย คือ เปลี่ยนจากคำว่า "เงินได้พึงประเมิน" เป็น "เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้") โดยผมเองได้เคยเขียนบทความอัพเดทเรื่องนี้ไว้อีกบทความหนึ่งที่มีชื่อว่า อย่าพลาด! การปรับปรุงเงื่อนไข LTF และ RMF ในปี 2558 ครับ

หลังจากนั้นอีกไม่นานก็มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของประกันชีวิตแบบบำนาญเช่นเดียวกัน ครับ ในเงื่อนไขเหมือนกันเลยคือ กฎหมายเปลี่ยนจากคำว่า "เงินได้พึงประเมิน" เป็น "เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้" ซึ่งผมก็ได้พยายามอธิบายความหมายลงในบทความที่เขียนลงในบล็อกส่วนตัวชื่อว่า เงื่อนไขใหม่ LTF, RMF และประกันแบบบำนาญกับคำว่า เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้

หมายเหตุ : หากใครยังไม่เข้าใจเรื่องการปรับปรุงและการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ผมแนะนำให้อ่านบทความทั้งสองบทความก่อน แล้วค่อยอ่านเนื้อหาต่อจากนี้นะครับ เพื่อป้องกันความสับสนและคำถามที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ครับ :)

โดยตอนแรกบทความนี้ถูกเขียนขึ้นมานี้ผมตีความตามหลักการของกฎหมายในความเข้าใจของผมเองครับ แต่เมื่อได้ตรวจสอบดูจากข่าวสารทั้งหลาย รวมถึงผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญหลายๆคนที่ส่งต่อข้อมูลทาง LINE  Facebook  หรือ Social Network อื่นๆ ก็พบว่ามีความวุ่นวายหลากหลายมากครับ เพราะมีการตีความแตกต่างกันไป จนสุดท้ายแล้วยังคงไม่เข้าใจว่า "เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้" นั้น มันหมายความยังไงกันแน่ฟระ! บทความนี้ผมเลยตั้งใจเขียนขึ้นมาอธิบายเหตุผลในการตีความของตัวเอง และเหตุผลที่ไม่สามารถตีความแบบอื่นได้ว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่ครับ

เอาล่ะครับ เรามาเริ่มดูกันก่อนว่า แนวทางการพิจารณาความหมายของคำว่า เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ ในตอนนี้ได้แบ่งการตีความหมายออกเป็น 3 ทาง คือ 

1. เงินได้สุทธิก่อนคำนวณภาษี

นั่นคือ เงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วจึงค่อยมาคิด % ที่สามารถซื้อได้ของค่าลดหย่อนทั้ง 3 ตัวนี้ตามลำดับ

2. เงินได้โดยให้หักเงินได้ที่ยกเว้นภาษีออกเสียก่อน

นั่นคือ ให้นำเงินได้ทั้งหมดที่เราได้รับนั้น ไปหัก เงินได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฏากร และกฎกระทรวงฉบับที่ 126 ออกเสียก่อน แล้วค่อยนำมาคิด % ที่สามารถซื้อได้ในท้ายสุด (รายละเอียดเงินได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีนั้นมีอะไรบ้าง คลิกดู เงินได้พึงประเมินอะไรบ้างที่ได้รับยกเว้นภาษี?)

3. เงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี

คือคิดจากเงินได้ที่เราได้รับและต้องนำมาคำนวณภาษีเท่านั้น ตัวไหนที่ได้รับและได้รับยกเว้นการคำนวณภาษี เช่น กำไรจากการขาย LTF ที่ครบกำหนด หรือ เงินปันผลที่ได้รับจากกิจการ BOI ก็ไม่ต้องนำมาคิด % ที่สามารถซื้อรายการเหล่านี้ได้เลยครับ

โดยผมให้ความเห็นของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้วครับว่าเป็นกรณีที่ 3 คือ เงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี และชีวิตของพวกเราทุกคนคงไม่เปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบใดๆ เพราะรายการยกเว้นเงินได้ที่นำมารวมคำนวณภาษีนั้นมีจำนวนน้อยและไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ

ทีนี้ก็มีคำถามว่า เฮ้ย!! หรือว่า มันอาจจะเป็นกรณีที่ 1 และ 2 ก็ได้นะ เพราะว่าคำว่า "เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้" มันสามารถตีความได้มากมายหลากหลายแบบเหมือนกันนะ ซึ่งจากการตีความของผม ยังคงคิดว่าการตีความตามกรณีที่ 1 และ 2 นั้นไม่สามารถเป็นไปได้เท่าไร เพราะจะติดเงื่อนไขและความซับซ้อนของหลายๆอย่างของกฎหมายดังนี้ครับ

เหตุผลที่ไม่ใช้เงินได้สุทธิที่นำมาคำนวณภาษี

ถ้าหากตีความว่าเป็น เงินได้สุทธิที่นำมาคำนวณภาษี กรณีนี้ก็จะมีปัญหาแน่ๆครับ เพราะว่าเราไม่รู้เลยครับว่า เงินได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนนั้นเป็นเท่าไร และรายการ LTF RMF และประกันแบบบำนาญนั้น ถูกรวมอยู่ในรายการค่าลดหย่อนด้วยน่ะสิ

ลองสมมุติง่ายๆครับว่า ถ้าผมเป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่มีรายได้ 600,000 บาทต่อปี และผมต้องการซื้อ LTF เพื่อประหยัดภาษี เงินได้สุทธิของผมก่อนซื้อ LTF คือ = 15% (600,000 – 60,000 – 30,000) หรือ 76,500 บาท

ทีนี้คำถามต่อมาก็คือ แล้วถ้าหากผมซื้อ LTF ไปแล้ว จะมาซื้อ RMF ต่อ ผมต้องคำนวณเงินได้สุทธิใหม่เป็น 15% (600,000 - 60,000 - 106,500) หรือคิดเป็น 65,025 บาท อ้าวว... แบบนี้ก็แปลว่ากลายเป็นผมซื้อ LTF เกินกว่าสิทธิไปแล้วสิคร้าบบ

หรือถ้าเป็นกรณีของบุคคลธรรมดาที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มีอาชีพค้าขาย หรือ มีเงินได้ที่สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ (ตามจริง)  คนในกลุ่มนี้จะไม่สามารถคำนวณรายการลดหย่อนพวกนี้ได้ถูกต้องเต็มจำนวนเลยครับ เพราะจะไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายตามจริงของตัวเองเป็นเท่าไร ซึ่งต้องรวมค่าใช้จ่ายทั้งปีตั้งแต่วัน ที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม แล้วค่อยนำมาคำนวณภาษีทีนี้จะให้ซื้อ LTF RMF และประกันแบบบำนาญในวันสุดท้ายของปีก็คงไม่ใช่ล่ะม้างงงครับ!

เหตุผลที่ไม่ใช้เงินได้โดยให้หักเงินได้ที่ยกเว้นภาษีออกเสียก่อน

ทีนี้เราลองมาดู แนวคิดจากกรณีที่ 2 กันบ้าง เรื่อง เงินได้โดยให้หักเงินได้ที่ยกเว้นภาษีออกเสียก่อน  ซึ่งแยกออกเป็นกรณีย่อยไá