แนวทางในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้น จะมีวิธีหลักๆ ที่ใช้กันอยู่อย่างแพร่หลายอยู่ 2 วิธี คือ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) และ การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร ก็ไปลองทำแบบทดสอบได้ที่ แบบสำรวจสาย Technical คุณมาถูกทางหรือยัง? ครับ 

สำหรับคนที่เลือกวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยอาศัยการวิเคราะห์กราฟเพื่อตัดสินใจซื้อขายหุ้นนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการหาจังหวะในการซื้อขายหุ้นที่ดี เพราะการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานนั้นไม่สามารถใช้หาจังหวะในการซื้อขายได้ ดังนั้นข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์กราฟหุ้นทางเทคนิคจะบอกว่าเราควรจะซื้อหุ้นหรือขายหุ้นเมื่อไหร่ ที่ราคาเท่าไหร่

อย่างไรก็ตามเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคเพื่อหาจังหวะซื้อขายหุ้นก็มีอยู่หลายชนิด เช่น แนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคา (Trend) แนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance) รูปกราฟแท่งเทียน (Candlestick) รูปแบบราคา(Chart Patterns) และ  ดัชนีชี้วัด (Indicators ) ซึ่ง Indicators นั้นถือเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญและได้รับความนิยมจากนักวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคเป็นอย่างมาก

 

“อยากวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคเทคนิคให้ได้กำไร ต้องฝึกใช้ Indicators ให้เก่งๆ “ หลายคนที่เป็นมือใหม่คงเคยได้ยินคำพูดหรือคำแนะนำในลักษณะนี้มาก่อน แต่ก็ยังไม่รู้จักว่า Indicators คืออะไร , การใช้ Indicators เพื่อวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคมีประโยชน์อะไรบ้าง และเค้าดูหรืออ่านกราฟของ Indicators กันยังไง แต่สำหรับบางคนที่คุ้นเคยกับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคมาบ้างแล้ว ก็อาจจะอยากรู้ว่า Indicators ตัวไหนบ้างที่เด่นๆ ใช้งานได้ผลดี หรือมีเคล็ดลับในการใช้งาน Indicators อย่างไรให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ

จากข้อสงสัยที่ผมเกริ่นขึ้นมาทั้งหมดข้างต้น ผมมั่นใจว่าผู้อ่านจะได้รับความกระจ่างในทุกประเด็นอย่างแน่นอน จาก Series บทความชุดที่มีชื่อว่า “3 สุดยอด Indicators สำหรับวิเคราะห์กราฟหุ้น”

ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลย...

 

Indicators คืออะไร

 

3-indicator2

 

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ค่าของ Indicators นั้นเกิดจากนำตัวเลขข้อมูลดิบของราคาหรือปริมาณการซื้อขายมาคำนวณด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์หรือสูตรทางสถิติที่คิดค้นขึ้น ทำให้เราได้ตัวเลขใหม่ออกมาเป็นตัวเลขอีกตัวหนึ่ง จากนั้นเราจะนำค่าของ Indicators ที่ได้จากการคำนวณนั้นมาแปลเป็นความหมายเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจในการซื้อขาย

            ผมขอยกตัวอย่างเรื่อง ค่าของ Indicator ที่เกิดจากการเอาข้อมูลดิบมาใส่เป็นสูตร ดังนี้ครับ สมมุติว่า ถ้าเราสนใจ Indicators  ”ค่าเฉลี่ย”  เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจซื้อขายหุ้นตัวหนึ่ง สูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์ของ ”ค่าเฉลี่ย” คือ ผลบวกของข้อมูลดิบที่มีหารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น เรามีข้อมูลดิบของราคาทั้งหมด 4 ตัว ได้แก่ 50, 52, 54, และ 58 จะสามารถคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาได้เท่ากับ ((50+52+54+58)/4) = 53.5 ซึ่งจะเป็นตัวแทนของข้อมูลดิบราคาทั้ง 4 ตัวที่เรากำลังให้ความสนใจ จากนั้นเราก็จะนำค่าเฉลี่ยซึ่งเป็น Indicaotrs ที่คำนวณได้ไปทำการวิเคราะห์เพื่อช่วยในการตัดสินใจตามวัตถุประสงค์ที่เราต้องการต่อไป

 

วิธีการแสดงค่า Indicators เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและแปลความหมายได้ง่าย

            สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ค่าของ Indicators เพียงค่าเดียวนั้นไม่สามารถให้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้นได้ ดังนั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยใช้ Indicators จึงต้อง

  1. คำนวณค่าของตัวชี้วัดออกมาหลาย ๆ ตัวป็นชุดและนำมาเรียงต่อเนื่องกัน
  2. แสดงผลออกมาในรูปของกราฟเส้นหรือกราฟแท่งควบคู่กับกราฟของราคาหุ้น เพราะการแสดงผลในรูปของกราฟจะทำให้มองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนและนำไปแปลความหมายได้ง่ายขึ้น


สำหรับข้อมูลที่แสดงเป็นชุดและเรียงต่อเนื่องกันจะมีประโยชน์ในการแปลความหมายในเชิงเปรียบเทียบ
โดยวิธีวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคด้วยการเปรียบเทียบค่า Indicators จะใช้วิธี

  1. เปรียบเทียบค่าของ Indicators ในช่วงเวลาที่ต่างกัน โดยดูว่าแนวโน้มของค่า Indicators ตัวนั้นๆ ว่า มีแนวโน้มที่เพิ่มขี้นหรือลดลงจากช่วงก่อนหน้า
  2. เปรียบเทียบระหว่างค่าของ Indicators กับ ราคาหุ้น โดยดูว่าค่าของ Indicators ที่คำนวณได้มีทิศทางการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันหรือทิศทางที่ขัดแย้งกับทิศทางของราคา

 

Screen Shot 2558-02-16 at 2.06.40 PM

รูปตัวอย่างแสดงให้เห็นวิธีการแสดงกราฟของ Indicators 3 ตัวคือ EMA, MACD , และ RSI ที่แสดงค่าเป็นชุดเรียงต่อเนื่องกันและวาดออกมาในรูปของกราฟเส้นและกราฟแท่ง

 

กราฟและค่าของ Indicators บอกอะไรเรา?

            ค่าของ Indictors เป็นค่าที่ได้จากการคำนวณผ่านสูตรทางคณิตศาสตร์หรือสูตรทางสถิติ เวลาที่เราเอาค่าของ Indicator หรือกราฟของ Indicator ไปใช้วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค เราจะแปลความหมายกราฟของ Indicators โดยตั้งคำถามเหล่านี้เพื่อเป็นข้อมูลช่วยประกอบการตัดสินใจลงมือซื้อขายหุ้น  

  1. ค่าของ Indicators บอกว่าทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นในปัจจุบันอยู่ในทิศทางใดระหว่างขาขึ้น ขาลง ถ้าค่าของ Indicators  หรือกราฟของ Indicators ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันราคาหุ้นยังอยู่ในทิศทางเป็นขาขึ้น แปลว่าราคาหุ้นก็น่าจะยังคงปรับตัวสูงต่อไปได้อีก ดังนั้นหุ้นตัวนั้นๆ เป็นหุ้นที่น่าสนใจเข้าไปหาจังหวะซื้อ หรือถ้ามีหุ้นตัวนั้นอยู่ก็ยังสามารถถือต่อไปได้  (Indicators บอกทิศทางของราคาหุ้น)
  2. ค่าของ Indicators บอกว่าทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งมากหรือน้อย เช่น ปัจจุบันเป็นแนวโน้มขาขึ้นและเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่มีความแข็งแกร่งด้วย ก็จะยิ่งเป็นข้อมูลเสริมความน่าสนใจเข้าไปหาจังหวะซื้อหุ้นตัวนั้นๆ มากยิ่งขึ้น  แต่ถ้าปัจจุบันแนวโน้มเป็นทิศทางขาขึ้นแต่แนวโน้มไม่มีความแข็งแกร่งหรือทิศทางแนวโน้มขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง ความน่าสนใจซื้อหุ้นตัวนั้นๆ ก็จะลดลง  (Indicators บอกว่าทิศทางของราคาหุ้นมีความแข็งแกร่งมากหรือน้อย)
  3. ค่าของ Indicators บอกว่า Momentum หรือแรงส่งของราคามากหรือน้อย และ Momentum มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง

 

Momentum คืออะไร