ในต้นปีที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนว่าไม่ว่าประเทศไหนๆแอพพลิเคชั่น FaceApp นั้น ก็ดูจะเป็นที่นิยมอยู่มากทีเดียว ด้วยเป็นแอพที่สามารถ่ายรูปและใส่ฟิลเตอร์ ทำให้คนในรูปนั้นดูแก่ขึ้น เด็กขึ้น แม้แต่สามารถแปลงเป็นเพศตรงข้ามได้ เพียงในเวลาไม่นานเราก็ได้เห็นรูปเซเลบต่างๆถูกอัพโหลดขึ้นไปทั่วโลกออนไลน์ ทำให้ผู้คนยิ่งสนใจมันมากขึ้นไปอีก แต่แน่นอนว่าสิ่งที่แอพต่างๆทำได้เกี่ยวกับการตกแต่งหรือเปลี่ยนอายุผู้คนนั้นนั้นส่วนมากมันจะออกมาเป็นไวรัลหรือเป็นแฟชั่นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ปัจจุบันนี้ความซับซ้อนของวิธีการคำนวณอายุผ่านทางรูปภาพได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น พร้อมกับความหลากหลายในการใช้งานของมัน ทำให้การเพิ่มลดอายุสำหรับคนในรูปภาพไม่ใช่เพียงแฟชั่นอีกต่อไป

      กว่าสามแสนคนในประเทศแถบสหราชอาณาจักรถูกบันทึกว่าสูญหายในทุกๆปี ยิ่งในเวลาผ่านไปยิ่งทำให้วิธีการค้นหาผู้สูญหายนั้นยากขึ้นทุกที เพราะหนึ่งในสิ่งที่ระบุตัวตนของผู้คน หรือก็คือรูปถ่ายไม่สามารถระบุใบหน้าปัจจุบันตามอายุของคนเหล่านั้นได้ ด้วยเหตุผลนั้นเอง ทีมวิจัยจาก University of Bradford จึงได้สร้างเทคโนโลยีที่เพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนแปลงอายุในภาพของผู้สูญหายขึ้น

ตามหาคนหาย ด้วยเทคโนโลยีจำลองสภาพใบหน้าจากอายุ

      ทีมงานได้พัฒนาระบบ Neural network หรือโครงข่ายประสาทเทียม และได้ให้ข้อมูลมันเพื่อการพัฒนาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงอายุ ระบบจะทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆของใบหน้ามาวิเคราะห์เช่น ปาก หน้าผาก รูปร่างลักษณะของแก้ม และเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ ตามอายุที่ผ่านไป ยิ่งได้รับข้อมูลมากเท่าไหร่ การคาดคะเนของมันก็จะยิ่งก้าวหน้ามากขึ้นเท่านั้น

      เพื่อตรวจสอบความแม่นยำของระบบ ทางทีมพัฒนาได้ทดสอบด้วยการใช้อัลกอริทึมโปรแกรมแบบกลับด้าน คือการสร้างใบหน้าตอนเด็กขึ้นมาด้วย เพื่อที่จะสามารถเปรียบเทียบกับใบหน้าตอนเด็กจริงๆของเป้าหมายได้

      ทางทีมวิจัยยังได้ใช้รูปถ่ายจริงๆของคดีคนหายในปี 1991 เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา โดยเน้นด้านการใช้งานตัวเทคโนโลยีนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ รายละเอียดได้กล่าวถึง Ben Needham เด็กทารกที่หายไปจาก Greek Island ใน Kos เมื่ออายุได้ 21 เดือน ในปีที่ผ่านมาทีมนักวิจัยได้สร้างภาพจำลองของ Ben ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง เพื่อที่จะคำนวณว่าเขาจะหน้าตาอย่างไรเมื่อโตขึ้น

ตามหาคนหาย ด้วยเทคโนโลยีจำลองสภาพใบหน้าจากอายุ

      นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเราได้เห็นการนำอัลกอริทึมเพื่อคำนวณอายุมาใช้อย่างจริงจัง ในปี 2014 ทีมจาก University of Washington ได้ใช้เทคนิคเดียวกันในการคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงภายนอกของผู้คนจนถึงอายุ 80 ปี

      วิธีการใหม่ของ University of Bradford อาจจะเป็นก้าวที่สำคัญจากเมื่อสามปีที่แล้ว มันสามารถจำลองปัจจัยต่างๆได้มากขึ้น เช่นใช้ข้อมูลของพี่น้องหรือญาติเพื่อการคำนวณ เพื่อที่จะทำให้ผลลัพธ์นั้นออกมาได้มีคุณภาพมากที่สุด

“วิธีการปัจจุบันที่ใช้อยู่นั้นเป็นวิธีการแบบ linear หรือ One-dimensional methods โดยที่ของเรานั้นเป็นรูปแบบ non-linear ซึ่งหมายความว่ามันจะเหมาะสำหรับปัญหาเฉพาะบุคคลมากขึ้น” -Hassan Ugail,Professor ผู้นำทีมด้านการศึกษาในส่วนนี้-

      รายงานผลการทดลองของทางทีมที่เกี่ยวข้องถูกตีพิมพ์ใน Journal of Forensic Sciences



sources :
http://newatlas.com/facial-aging-software-missing-persons/50051/
http://www.brad.ac.uk/news/2017/age-progression-technology.php