ก่อนหน้านี้ เราเคยรายงานไปแล้วเรื่องความเหลื่อมล้ำของไทยติดอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากชาวไทยทั้งหมดจำนวน 69.1 ล้านราย มีมหาเศรษฐีอยู่ในอัตราเพียง 1% เท่านั้น ที่ครอบครองทรัพย์สิน  66.9% ของทั้งประเทศ ขณะที่ผู้คนอีก 99% รวมกันมีทรัพย์สินครอบครองเพียง 33.1%

โดย Forbes ได้จัดอันดับมหาเศรษฐีชาวไทย 50 อันดับ พบว่า

  • ระดับพันล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไปมี 32 อันดับ
  • ระดับร้อยล้านเหรียญสหรัฐมี 18 อันดับ

อันดับที่ 1 มีมูลค่าทรัพย์สินในครอบครองสูงสุด 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อันดับที่ 50 มีมูลค่าทรัพย์สินหลักร้อยล้านเหรียญสหรัฐ มีมูลค่าทรัพย์สินในครอบครอง 600 ล้านเหรียญสหรัฐ

อันดับ 1 ตระกูลเจียรวนนท์ ธุรกิจอาหาร อาหารสัตว์ และด้านปศุสัตว์ ภายใต้อาณาจักรเจริญโภคภัณฑ์ มูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

Forbes Thailand ระบุว่า เจ้าสัวซีพี ธนินท์ เจียรวนนท์ เคยมีคำกล่าวที่สะท้อนวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ว่า

“ซี.พี. มองอะไรเป็นระดับโลก ตลาดในโลกนี้เป็นของ ซี.พี. คนเก่งในโลกนี้เป็นของ ซี.พี. วัตถุดิบในโลกนี้เป็นของ ซี.พี. เงินในโลกนี้เป็นของ ซี.พี. อยู่ที่ว่าเรามีความสามารถเอาเงินเขามาใช้รึเปล่า ผมมองในระดับโลก ไม่เฉพาะเมืองไทย หรือเมืองจีน ถ้ามีโอกาส ที่ใดมีโอกาส ที่นั่นเป็นของ ซี.พี.” 

ตระกูลเจียรวนนท์นี้เริ่มต้นธุรกิจในช่วงปี 1921 หรือช่วงปี 2464 นำโดยคุณพ่อเจี่ย เอ็กซอ เปิดร้านขายเมล็ดนำเข้าจากจีนมาขายในไทย คุณธนินท์เป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว ทางเดลินิวส์ได้ทำสกู้ปเปิดปูมชีวิตยอดมนุษย์นักการค้า ธนินท์ เจียรวนนท์ ทำให้เราเห็นภาพความยิ่งใหญ่ของการหล่อหลอมและสร้างให้เขากลายเป็นเจ้าสัวซี.พี. ได้ชัดเจน

ในด้านการศึกษา

เริ่มเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จากนั้น จึงไปเรียนชั้นมัธยมต่อที่ซัวเถา ประเทศจีน เพื่อเรียนภาษาจีน และไปช่วยดูแลกิจการของตระกูลที่นั่น และจึงมาเรียนต่อด้านพาณิชยกรรมที่ฮ่องกง

ในด้านการงาน

หลังจากเรียนจบที่ฮ่องกง พ่อของเขาบอกว่า ถ้าไม่อยากเรียนต่อต้องทำธุรกิจ ออกมาเป็นพะจั๊บ พะจั๊บแปลว่า ต้องทำทุกอย่างตั้งแต่ตื่นเช้ามืดมาเปิดร้าน ทำความสะอาด กวาดพื้น เก็บเงิน  ทำทุกอย่าง ไม่เลือกงาน อะไรก็ทำได้หมด เริ่มต้นทำงานด้วยอาชีพแคชเชียร์ที่ร้านเจริญโภคภัณฑ์ และค่อยๆ เติบโตมาเรื่อยๆ

คุณธนินท์กล่าวว่า ตั้งแต่จำความได้ เขาไม่ได้วิ่งเล่นกับเพื่อนที่เป็นเด็กวัยเดียวกันเลย และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียนรู้วิชาค้าขาย มุ่งเป้าไปที่ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ผัก “ตราเรือบิน” ของตระกูล บทความดังกล่าวสรุปภาพวิถีพ่อค้าได้ชัดเจนรอบด้านมาก โดยเฉพาะการที่เขาต้องคอยหาทางแก้ไขปัญหาปราบเซียนของธุรกิจตัวเอง เช่น เขาต้องดูแลการขนส่งหมูไปฮ่องกงทางเรือ และพบว่าหมูตายเป็นจำนวนมาก จนพี่ชายเสนอให้เขาหาทางทำให้หมูตายน้อยลง 1 ตัว เขาจะได้รับเงินพิเศษ 100 บาท

เขารับข้อเสนอมาและพยายามสังเกตหาสาเหตุการตายของหมู เช่น ความโคลงเคลงของเรือสัมพันธ์กับการตายของจำนวนหมู ที่อาจเกิดจากทิศทางลมแต่ละฤดู เขาจึงกำหนดตำแหน่งที่จะนำหมูไปไว้ในส่วนของเรือแต่ละจุดของแต่ละฤดูให้แตกต่างกันไป โดยให้ค่าตอบแทนหัวหน้าที่ดูแลงานลำเลียงอีกด้วยว่า ถ้าหมูตายลดลง 1 ตัว จะได้รับเงิน 20 บาท จากนั้น จำนวนหมูที่เคยตายครั้งละเยอะๆ ก็ค่อยๆ ลดจำนวนลง

เขามองว่า การทำธุรกิจย่อมมีข้อผิดพลาด เขาถือว่าความผิดพลาดคือค่าเล่าเรียน เช่น ผิดพลาด 30% สำเร็จ 70 % ก็ให้ถือว่า 30% ที่ผิดพลาดนั้นเป็นค่าเล่าเรียน

ในด้านของการฝึกคน

คุณธนินท์บอกว่าโลกยุคใหม่ เราต้องเข้าใจตนเอง เข้าใจเสียก่อนว่าคนในครอบครัวไม่ได้มีคนที่เก่งทุกอย่าง ทุกเรื่อง ดังนั้นต้องอาศัยคนนอกครอบครัว ครอบครัวคนจีนและคุณธนินท์เองไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ลูกคนโตอีกต่อไป (แน่นอน.. คุณธนินท์เองก็เป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว) แต่เน้นใช้คนให้เหมาะกับงาน คนเก่งด้านไหนก็ผลักดันและสนับสนุนด้านนั้น ส่วนในด้านการเงินก็ให้เป็นคนในครอบครัวบริหารจัดการ

เขามองว่า วิธีสร้างผู้นำนั้น การให้ตำแหน่ง หน้าที่ รายได้ ไม่สำคัญเท่าการให้โอกาส ถ้าคนใดคนหนึ่งต้องตกที่นั่งเป็นพระรองอยู่เรื่อยๆ ไม่เคยเป็นพระเอกเลย เก่งยังไงก็แสดงออกมาให้เป็นพระเอกไม่ได้ (เพราะไม่เคยได้รับบทบาทนั้น) ดังนั้น เขาจะใช้วิธีให้โอกาสด้วยการสร้างเวทีให้เขาได้แสดงออก

ในเรื่องความผิดพลาดนั้น คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลยก็เพราะเขาไม่เคยทำงานอะไรเลย ยิ่งเจอปัญหา ยิ่งเจออุปสรรค ยิ่งฝึกฝนให้คนเก่งกาจมากขึ้น ถ้าเป็นฝาแฝด คนที่เจอปัญหาจะเก่งก็ต้องสร้างโอกาสให้คนลงมือทำงาน

มาถึงตรงนี้แล้ว เราคงได้ข้อคิดอะไรไปบ้างกับชีวิตแบบเจ้าสัว ซี.พี. ที่ต้องผ่านประสบการณ์ความล้มเหลวมาพอสมควรถึงจะขึ้นสู่ตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทยได้ ภาพความสำเร็จที่เราเห็นก็เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้วิธีคิดของเจ้าสัว ซี.พี. ตามอ่านได้จากข้อมูลด้านล่างที่เราแนบมาครับ มีทั้งคลิปวิดีโอ 2 ตอนจาก Timeline Suthichai ที่มีคุณสุทธิชัย หยุ่น เป็นผู้สัมภาษณ์ทั้งสองคลิปรวมถึงบทความอย่างละเอียดจากเดลินิวส์

ที่มา:

Forbes 
Forbes Thailand
เดลินิวส์ 
Timeline Suthichai (1) , (2)

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY
Line@ : @aommoney
Website : www.aomMONEY.com
Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH