ถ้าขี้เกียจอ่านกดดูคลิปด้านบนได้เลยครับ...

เป็นอีกเรื่องที่อยากแชร์ให้เข้าใจ เพราะว่าหลายคนเข้าใจผิดแบบมากๆ ว่าประกวดรางวัลชิงโชคทั้งหลายไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มอะไร แค่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก็จบแล้วจ้า

เอาล่ะ.. เราลองมาไล่สเตปความเข้าใจกันตามนี้ก่อน...

1. การถูกรางวัลจากการชิงโชค แข่งขันต่างๆนั้น ต้องเสียภาษี เพราะมันถือเป็นรายได้ของเราครับ และการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ คือ การยืนยันว่ารายได้ส่วนนี้ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีนั่นเอง

2. โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจะถูกคนที่จ่ายเงินหักภาษีไว้ 5% ของยอดเงินรางวัล และนั่นไม่ใช่การจ่ายภาษีเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นการจ่ายล่วงหน้าพร้อมมีหลักฐานให้สรรพากรรู้ว่าเรามีรายได้ต่างหาก

3. รายได้ในส่วนนี้ ถือเป็นรายได้ประเภทที่ 8 ซึ่งตามหลักของกฎหมายไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้นั่นแปลว่ายิ่งได้รางวัลมากยิ่งเสียภาษีเยอะ

4. ดังนั้นถ้าเป็นรางวัลใหญ่ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักไว้ในข้อ 2 จะไม่พอแน่ๆ และแปลว่าถ้าเอามาคำนวณภาษีแบบนี้ก็ต้องจ่ายเพิ่ม ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ กันเงินภาษีไว้ตั้งแต่ถูกรางวัลเลยจ้า จะได้มีจ่ายพอดี หรือวางแผนภาษีเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า ชีวิตจะได้มีความสุข

5. บางรางวัลอาจจะไม่ต้องเสียภาษี โดยหลักการง่ายๆ คือ ดูว่าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้หรือเปล่า ถ้าไม่ถูกหักก็แปลว่าเราได้รับยกเว้นภาษีเรื่องนั้นครับ เช่น สลากกาชาด สลากออมสิน อะไรแบบนี้

อ้อ... แต่สำหรับคนที่ชอบเสี่ยงโชค อย่างในกรณีสลากกินแบ่งรัฐบาล จะโดนหักค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 0.5% ของเงินรางวัล แต่ถ้าเป็นสลากการกุศลชุดพิเศษ จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 1% ซึ่งสำหรับกรณีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% นี้จะสามารถเลือกให้เป็นภาษีที่จ่ายแล้วจบได้เลย (Final TAX) 


ทีนี้มาดูตัวอย่างการคำนวณภาษีเมื่อได้รางวัลจากการประกวดแข่งขันกันบ้าง หลักการคำนวณพร้อมตัวอย่างดูตามนี้ได้เลยครับ 


ถ้าใครถูกรางวัลก็วางแผนภาษีกันดีๆนะครับ อย่าให้พลาดล่ะ เพราะได้รางวัลทั้งที แต่โดนประเมินภาษี ไม่คุ้มกันเลยครับผม

สุดท้ายขอฝากข้อคิดดีๆไว้สักนิดก่อนจากกัน

ถูกรางวัลอย่ากลัวต้องเสียภาษี เพราะปัญหาคือแม่มไม่เคยถูกสักที อันนี้เซ็งกว่าครับพ้มมมมมม