ถ้าขี้เกียจอ่านกดดูคลิปด้านบนได้เลยครับ...

อันนี้ไม่ใช่คำถามเข้ามาแต่เป็นเรื่องที่อยากแชร์กันไว้ นั่นคือ ปี 2562 นี้ ใครบริจาคเพื่อการศึกษา
ถ้าอยากได้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า ต้องบริจาคผ่านระบบ E-Donation เท่านั้น!! ไม่งั้นจะไม่ได้สิทธินะครับผม

เหตุผลที่เป็นแบบนี้ เป็นเพราะว่ากฎหมายใหม่ฉบับล่าสุดที่ออกมา (พระราชกฤษฎีกา 681) ระบุชัดเจนเลยว่า ถ้าใครจะบริจาคเพื่อการศึกษาต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Donation เท่านั้นถึงจะได้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า

แต่ถ้าหากไม่บริจาคเพื่อการศึกษาผ่านระบบ E-Donation ที่ว่านี้ ก็จะสามารถลดหย่อนภาษีได้เท่าเดียวเท่านั้น เนื่องจาก สถานศึกษาของทางราชการหรือขององค์การของรัฐบาล ถือเป็น สถานสาธารณกุศลซึ่งกฏหมายกำหนดให้เป็นองค์การสาธารณกุศล จึงจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเพียงเท่าเดียวเหมือนกับการบริจาคตามปกตินั่นเองจ้า

ถ้าหากใครงงๆว่า E-Donation ที่ว่านี้คืออะไร พรี่หนอมสรุปให้ว่า มันคือระบบการบริจาคออนไลน์ที่ทางหน่วยงานรับบริจาคต้องบันทึกข้อมูลส่งให้กรมสรรพากร เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ และคนที่บริจาคก็ไม่ต้องเก็บหลักฐานอีกต่อไป


ทีนี้เรามาปูพื้นความเข้าใจเรื่องของการบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษีกันสักหน่อย โดยหลักการบริจาคที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้นั้น จะต้องคิดจากเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดก็คือ 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนหมดแล้ว แต่ยังไม่หักเงินบริจาค ซึ่งถ้าเขียนเป็นรูปแบบออกมาจะได้ตามนี้ครับ


 “เงินได้สุทธิ = (เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) - เงินบริจาค”

 

ดังนั้นถ้าหากอยากรู้ว่าบริจาคสูงสุดได้เท่าไร (กรณีนี้คือไม่เกิน 10%) ก็ให้คำนวณตัวนี้ออกมาก่อนครับ แต่โดยปกติก็คือ ส่วนใหญ่มักจะไม่เกินอยู่แล้วนะครับ เว้นแต่ถ้าหากเราเป็นคนบริจาคเยอะจริงๆในแต่ละเดือนก็อาจจะเกินได้ครับ 

สมมุติว่าในวงเล็บ  (เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) เราคำนวณออกมาได้ 300,000 บาท นั่นแปลว่าเงินบริจาคที่เอามาใช้ลดหย่อนภาษีของเราก็จะใช้สูงสุดเพียง 30,000 บาทเท่านั้น (ไม่เกิน 10% ตามสูตรที่ว่า) 

แต่ถ้าหากเป็นการบริจาค 2 เท่าจะจ่ายเงินจริงเพียงแค่ 15,000 บาท แต่สามารถนำมาหักออกจากเงินได้สุทธิได้สูงสุดคือ 30,000 บาท ซึ่งตรงกับเพดาน 10% ของเงินได้สุทธิที่ว่านี้พอดีครับ

ทีนี้คำว่า บริจาค 2 เท่า ที่หลายคนมักสับสนว่าแบบไหนลดหย่อนภาษีได้หรือไม่นั้น พรี่หนอมสรุปประเด็นหลักๆ ให้ว่า ต้องบริจาคให้ 3 หน่วยงานถึงจะมีสิทธินะ นั่นคือ สถานศึกษาที่อยู่ในระบบ สถานพยาบาลของรัฐ (ไม่ใช่มูลนิธิของสถานพยาบาล) และ หน่วยงานกีฬาของรัฐ

ดังนั้นก่อนบริจาค แนะนำให้เช็คว่าได้สิทธิไหมก่อนที่ลิงค์นี้
ศึกษา : http://www.rd.go.th/publish/28654.0.html
พยาบาล : www.rd.go.th/publish/27811.0.html
กีฬา : http://www.rd.go.th/publish/46748.0.html

จริงๆ มีการบริจาคสองเท่าให้กับหน่วยงานอื่นเพิ่มเติมนะครับ เช่น บริจาคให้กองทุนต่างๆที่กฎหมายกำหนดเพิ่มเติมเข้ามา  อย่างกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กองทุนเสมอภาคด้านการศึกษา กองทุนยุติธรรม ฯลฯ (ตรงนี้แนะนำให้หาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ)

อีกประเด็นหนึ่งที่เน้นกันบ่อยๆ นั่นคือ บริจาคคือการช่วยเหลือ ไม่ใช่การลดหย่อนภาษีโดยตรง ดังนั้นอย่าสับสนว่าบริจาคแล้วจะลดภาษีได้เยอะกว่า(แม้ว่าจะได้สิทธิสองเท่า) เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องจ่ายเงินไปมากกว่าเสมอครับ ส่วนที่ประหยัดมันมาจาก % ของฐานภาษีเท่านั้นนะ ซึ่งถ้าใครเข้าใจวิธีการคำนวณที่อธิบายไปแล้วก็จะไม่เป็นปัญหาครับ 

อ้อ ฝากไว้อีกนิดสำหรับคนที่สนใจว่าค่าลดหย่อนภาษีปี 2562 มีอะไรบ้าง? พรี่หนอมสรุปไว้ให้ในตารางด้านล่างนี้แล้วครับ หรือจะอ่านในบทความ ค่าลดหย่อนภาษีปี 2562 ที่เขียนไว้ก็ได้ครับผม



สุดท้ายท้ายสุดขอฝากแนวคิดไว้สำหรับคนที่อยากลดหย่อนภาษีด้วยการบริจาคเพื่อให้คิดกันอีกที นั่นคือ 

บริจาคให้คนอื่นนั้นเป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมดูในกระเป๋าด้วยว่าเรามีพอกินพอใช้หรือเปล่า เพราะไม่งั้นเราอาจจะต้องกลายเป็นผู้รับบริจาคเสียเองนะจ๊ะ