กราบสวัสดีผู้อ่านที่เคารพรักและน่ารักทุก ๆ ท่าน

อันดับแรกผมขออนุญาตแนะนำตัวกันก่อนนะครับ ผมชื่อกษิดิศ สุวรรณอำไพ (เรียกสั้น ๆ ว่าไอซ์น่าจะกันเองกว่าเนอะ) ผมใช้นามปากกาว่า Wealthfit ซึ่งก็เป็นชื่อเดียวกันกับเพจน้องใหม่ที่ผมตั้งใจจะทำขึ้นมาเพื่อแบ่งปันความรู้ด้านการบริการจัดการเงินส่วนบุคคล รวมไปถึงด้านการวางแผนการเงินด้วย โดยบทความนี้ถือเป็นบทความแรกที่ผมเขียนขึ้นบนเว็บไซต์ aommoney.com ในฐานะนักเขียนรับเชิญ ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ด้วยนะครับ ^^

อย่างที่เกริ่นกันไว้ข้างต้นว่าบทความของผมโดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงิน หลาย ๆ ท่านคงอาจจะเคยได้ยินหรือได้รู้จักกับอาชีพ นักวางแผนการเงิน หรือ ที่ปรึกษาการเงิน กันมาบ้างแล้ว แต่ถ้าหากยังสงสัยว่า จริง ๆ แล้วอาชีพเหล่านี้ทำอะไร? ให้บริการในด้านการเงินในรูปแบบไหนบ้าง? เราจะใช้บริการนักวางแผนการเงินเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง? เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ผมเลยจะขออนุญาตเปรียบเทียบระหว่างนักวางแผนการเงินหรือที่ปรึกษาการเงิน กับอาชีพ "เทรนเนอร์ออกกำลังกายส่วนตัว" หรือ Personal Trainer (PT) ที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นกระแสกันอยู่ในขณะนี้นั่นเองครับ

เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงกำลังใช้หรืออาจจะเคยได้ใช้บริการฟิตเนสใกล้บ้านเพื่อออกกำลังกาย ฟิตหุ่นให้เฟิร์ม เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายและสุขภาพกันมาบ้างแล้ว ก็น่าจะคุ้นเคยกับเหล่าเทรนเนอร์ออกกำลังกายที่อยู่ในฟิตเนสนี้เป็นอย่างดี ซึ่งหน้าที่ทั่วไปของเทรนเนอร์ก็คือการที่คอยให้คำแนะนำในการออกกำลังกายแก่สมาชิกฟิตเนสทุกท่าน คอยระวังอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บของสมาชิก และส่งเสริมให้สมาชิกทุกท่านมีแรงกระตุ้นในการออกกำลังกาย เช่นเดียวกันกับนักวางแผนการเงินหรือที่ปรึกษาการเงิน ที่จะคอยให้คำแนะนำในการบริหารจัดการด้านการเงินส่วนบุคคล คอยดูแลแผนการเงินของลูกค้า และเป็นที่ปรึกษาสำหรับการบริหารจัดการและจัดสรรเงินเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายด้านการเงินในแต่ละด้าน

ซึ่งเทรนเนอร์ที่อยู่ในฟิตเนสนั้น ก็ไม่ใช่ว่าใครจะมาเป็นกันได้ง่าย ๆ ต้องผ่านการเรียนรู้ ผ่านการทดสอบ มีใบรับรองหรือ Certificate ได้รับการฝึกฝนในประสบการณ์ด้านการออกกำลังกายมาแล้วเป็นอย่างดี เฉกเช่นนักวางแผนการเงิน ซึ่งการที่จะเรียกตัวเองได้ว่าเป็น "นักวางแผนการเงิน" หรือ "ที่ปรึกษาการเงิน" ได้นั้น นอกจากความรู้ความสามารถส่วนบุคคลในด้านการเงินแล้ว ก็จะต้องเข้ารับการอบรม ผ่านการศึกษาในวิชาแขนงการเงินเพิ่มเติมอีกมาไม่ใช่น้อย (อ่านบทความ “ตีแผ่อาชีพ”! นักวางแผนทางการเงินคือใคร? ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2) และยังต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตหรือคุณวุฒิวิชาชีพที่ได้รับการรับรองในระดับสากลและในระดับประเทศแล้ว เช่น ใบอนุญาตผู้วางแผนการลงทุน (Investment Planner) หรือใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant) ซึ่งต้องมีตามกฎหมายจึงจะสามารถให้บริการด้านการเงินและการลงทุนแก่ลูกค้าได้ ส่วนคุณวุฒิทางการเงิน ตัวอย่างเช่น คุณวุฒิวิชาชีพนักวางแผนการเงิน CFP®, คุณวุฒิวิชาชีพที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ และ FChFP ฯ ตามมาตรฐานของวิชาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้แก่ผู้รับบริการ

[caption id="attachment_19185" align="aligncenter" width="350"](ภาพจากเว็บไซต์ cnbc.com และ northiowamercy.com) (ภาพจากเว็บไซต์ cnbc.com และ northiowamercy.com)[/caption]

โดยขอบเขตการให้บริการนั้นก็จะขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของนักวางแผนการเงินหรือที่ปรึกษาการเงินแต่ละท่าน เช่น การสร้างความมั่งคั่งจากการบริหารจัดการรายรับรายจ่ายและการวางแผนภาษีเงินได้ การปกป้องความมั่งคั่งด้วยการวางแผนการประกัน การสะสมความมั่งคั่งเพื่อเตรียมการสำหรับอนาคตด้วยการวางแผนเพื่อวัยเกษียณ การเพิ่มพูนความมั่งคั่งด้วยการวางแผนการลงทุน รวมไปถึงการส่งต่อความมั่งคั่งด้วยการวางแผนภาษีและมรดก ผู้ให้บริการบางท่านอาจจะมีความเชี่ยวชาญในเฉพาะด้านที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะคุณวุฒิวิชาชีพที่ปรึกษาการเงิน (ในส่วนนี้ผมอยากให้เน้นเฉพาะเจาะจงไปเลยจะดีกว่าครับ เช่น ที่ปรึกษาด้านการประกัน ที่ปรึกษาด้านการลงทุน เป็นต้น) ส่วนคุณวุฒิวิชาชีพนักวางแผนการเงินจะต้องมีความเชี่ยวชาญในทุกด้านอยู่แล้ว จึงเรียกได้ว่าเป็นการวางแผนการเงินในองค์รวม เลยครับ โดยรูปแบบและขั้นตอนในการให้บริการก็ยังมีความคล้ายคลึงกันกับเทรนเนอร์ด้วยเหมือนกัน ซึ่งนักวางแผนการเงินจะมีกระบวนการขั้นตอนหลัก ๆ การให้บริการดังนี้ครับ

  1. การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้วางแผนกับลูกค้า นักวางแผนการเงินหรือที่ปรึกษาการเงินก็จะเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักลูกค้าที่ต้องการรับบริการให้มีความรู้จักกันมากขึ้น และเปิดใจลูกค้าให้เห็นถึงความสำคัญต่อการวางแผนการเงินที่ดีและเหมาะสม พูดคุยถึงขอบเขตการให้บริการ แบบเดียวกันกับที่เราเห็นเทรนเนอร์ในฟิตเนสคอยเข้าไปทักทายลูกค้าใหม่ พูดคุยกับลูกค้าเพื่อแนะนำการออกกำลังกายนั่นแหละครับ
  2. การรวบรวมข้อมูลของลูกค้าและการกำหนดเป้าหมายทางการเงิน ในขั้นตอนนี้ที่ฟิตเนส เทรนเนอร์จะพาเราไปวัดสมรรถภาพร่างกาย วัดข้อมูลทางกายภาพ และสอบถามถึงเป้าหมายการออกกำลังกาย นักวางแผนการเงินเองก็จะทำการรวบรวมเอาข้อมูลด้านการเงินของลูกค้า ทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพ (ไลฟ์สไตล์/ประวัติส่วนตัว) และปริมาณ (ข้อมูลที่เป็นตัวเลข) รวมไปถึงการกำหนดเป้าหมายทางการเงินทั้งระยะสั้น/ระยะกลาง/ระยะยาวของลูกค้าที่อยากให้นักวางแผนช่วยวางแผน เพื่อเป็นสมมติฐานตั้งต้นในการวางแผนและกำหนดกรอบการให้บริการ
  3. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถานะทางการเงินของลูกค้า พอได้รับข้อมูลสุขภาพและกายภาพของลูกค้ามาแล้ว เทรนเนอร์ก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์ผลด้านสุขภาพต่าง ๆ เช่น ดัชนีมวลกาย ปริมาณไขมันในร่างกาย ซึ่งก็จะทำให้ทราบพื้นฐานสุขภาพของลูกค้าได้ นักวางแผนการเงินเองก็จะนำเอาข้อมูลด้านการเงินของลูกค้า&#

Related Story