เมื่อประมาณต้นเดือน น้องบอกอเนตไอดอลหัวฟูของออมมันนี่ วิ่งแบบเมาๆ มาเล่าเรื่องให้พี่เกรย์ฟังว่า “ลุงๆๆๆๆ รู้ไหมมีคนคุณปู่คนหนึ่งเผาตัวตายบนรถไฟชินคันเซน” พี่เกรย์ก็ถามกลับไปว่าทำไมเค้าถึง #เผาเลยครับพี่น้องผมรับผิดชอบเอง นังน้องเจ้าเก่าก็บอกว่า "แย่จังเลยเนอะ ทำให้คนอื่นเดือดร้อนมากมาย เพราะว่าสาเหตุแค่เพียงว่าเค้าไม่มีเงินเกษียณ"

พี่เกรย์ฟังแล้วก็สลดใจไปสักพักเลยนะ นั่งคิดว่าถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยมันจะเป็นยังไงบ้างวะ เลยไปพินิจพิจารณาหาข่าวอ่านเพิ่มว่า สาเหตุที่แท้จริงที่คุณลุงแกเผาตัวตายไปนั้นมันเกิดจากอะไร หาไปหามาเลยได้ใจความด้านจิตวิทยาว่า มันเป็นเพราะว่าคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยได้รับความสำคัญจากโลกใบนี้ และไม่เคยมีแม้แต่ตัวตนในสายตาคนรอบข้าง ลุงแกคงเลือกวิธีการ “ประกาศตัวตน” สุดท้ายและบอกกลายๆให้โลกนี้รู้ว่า “กรูไม่พอใจต่อสังคมอย่างมาก” #น่าสงสารลุงเขานะครับ

แต่คิดไปคิดมาอีกสิบห้าตลบ พี่เกรย์ก็ตกผลึกได้ว่า เราน่าจะสงสารลูกหลานของลุงแกมากกว่า เพราะกฎหมายญี่ปุ่นเค้าเขียนไว้ว่า คนที่ฆ่าตัวตายโดยรถไฟ ถือว่าสร้างความเสียหายให้กับระบบคมนาคมของประเทศ และคนซวยก็คือครอบครัวต้องจ่ายค่าชดเชยมหาศาล #อ้าวลุ๊งงงงง #มึงเล่นคนในบ้านด้วย

และในช่วงใกล้ๆกัน อีกฟากหนึ่งของโลก เราเห็นข่าวของคุณลุงอีกคนหนึ่ง นั่งเข่าทรุดนั่งร่ำร้องไห้คร่ำครวญอยู่หน้าธนาคารแห่งหนึ่ง หลังจากที่รู้ตัวว่าไม่สามารถเบิกเงินบำนาญได้เต็มจำนวน เพราะรัฐบาลกรีซกำหนดให้เบิกเงินได้แค่ 120 ยูโรเท่านั้น

เมื่อข่าวมาแบบนี้ คำถามที่พี่เกรย์จะตั้งต่อมิตรรักนักอ่านทุกคนก็คือ พวกคุณ คุณ คุณ เห็นอะไรจากข่าวเหล่านี้บ้างหรือครับดวกส์

สำหรับพี่เกรย์ ขอบอกเลยว่าเห็นระบบสวัสดิการสังคมของประเทศหนึ่งที่เคยถูกยกย่องว่าดีที่สุด เยี่ยมที่สุด แต่เอาเข้าจริงๆแล้วมันกลับมีคนที่ลำบากและอัตคัตอย่างน่าอนาถอยู่เบื้องหลัง #ซุกปัญหาไว้ใต้พรม

โลกเราทุกวันนี้เจริญขึ้น ระบบการรักษาพยาบาลดีขึ้นมาก มันคือทางออกที่ดีที่มนุษย์จะมีชีวิตที่ยืนยาว แต่ความจริงอีกด้านหนึ่ง คือ เราจะเห็นผู้สูงวัยจำนวนมากยังต้องทำงานหาเลี้ยงชีพอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่มีลูกหลานคอยดูแล ไม่มีเงินเกษียณเพียงพอ ไม่มีความสะดวกสบายเหมือนชาวบ้าน จนสุดท้ายก็เป็นโรคร้าย หรือทนไม่ไหวต้องตายอย่างน่าอนาถเพียงลำพัง

หันกลับมามองดูตัวเอง ประเทศไทยเราแม่มก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และที่น่ากลัวกว่านั้น คือ คนแก่ของประเทศเราแม่มกำลังจนลงทุกวันๆ ส่วนคนวัยทำงานก็จะมีภาระสองทาง คือ ทั้งครอบครัวตัวเองที่กำลังสร้างใหม่ และครอบครัวเก่าที่ไม่มีจะแดรกส์ #คิดแล้วอยากจะแทรกแผ่นดินหนีจริงๆ

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600 บาท
ประกันสังคมอีก 3,000 บาท
คิดว่าจะทำให้มีชีวิตอยู่รอดไหมล่ะวะครับ?

พี่เกรย์ขอบอกสั้นๆเลยว่า “ไม่มีทางไอสัส” #จบข่าว

ถ้าไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเรา มีอยู่ 3 สิ่งที่เราทุกคนต้องทำเพื่อชีวิตที่ดี ถ้าคุณโชคดีได้อ่านบทความนี้ พี่เกรย์อยากจะขอร้องดังๆ ว่าคุณกรุณาทำตามข้อดังต่อไปนี้…

ข้อแรก เลิกฟุ่มเฟือย

ลองคิดก่อนว่าเราใช้จ่ายอะไรที่ไม่มีประโยชน์ต่อตัวเอง ก็ลดลงบ้าง ประหยัดบ้าง มองภาพกว้างๆไปจนถึงวันสุดท้ายที่เราไม่มีรายได้ว่าเราจะอยู่อย่างไร ความสุขในวันนี้มันดีนะ แต่ความทุกข์ในอนาคตแม่มน่ากลัวสัสๆ

ข้อสอง เก็บออมและลงทุน

ถ้าทำธุรกิจไม่เป็น ไม่มีความคิดอะไร ก็หาวิธีทำให้เงินงอกเงยเพิ่มขึ้นด้วยการลงทุนและเก็บออมไว้ใช้ให้เพียงพอ ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองอย่างจริงจัง อย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยให้เราสำเร็จได้ง่ายๆ เพราะสุดท้ายเราแม่มกลายเป็นควายให้พวกมันหลอกทุกที

ข้อสาม หาวิธีการสร้างสังคมที่ดีร่วมกัน

พี่เกรย์เห็นคนหล่อๆหลายต่อหลายคนชอบบอกให้เราต้อง ปรับตัว ทำตัวให้ดี ทำชีวิตให้เจ๋ง แต่เอาจริงๆแล้ว คนบางคนมันเจ๋งไม่ได้ ไปไม่ไหว ชีวิตจะบรรลัยเมือไรก็ไม่รู้ อย่ามัวแต่พูดจาหรูให้ดูดี จนพี่เกรย์อยากจะเอาเท้าที่มีไปลูบหน้า เพราะถ้าคุณหล่อจริง คุณจงหาวิธีที่จะช่วยเหลือสังคมไปด้วย ไม่ใช่แค่อวยตัวเองว่ากรุเก่ง กรุปรับตัวได้ แบบนั้นคุณมันก็แค่ควายตัวหนึ่งที่หลงตัวเองเท่านั้น

ถ้าใครคิดว่าตัวเองพอไหว..
อยากช่วยใคร อยากทำอะไรให้สังคม 
เริ่มต้นทำได้เลย ไม่ต้องรอคำว่า "พร้อม"
จำไว้ท์นะจ๊ะเด็กๆ

สุดท้ายนี้ พี่เกรย์ขอฝากความเห็นเศร้าๆไว้สักหน่อยว่า พวกคุณอย่าไปคิดหวังพึ่ง “รัฐสวัสดิการ” ที่เราได้รับจากรัฐบาล เพราะทุกวันนี้คนทำงานทุกคนก็แย่งกันเหมือนซอมบี้ใน  Walking Dead อยู่แล้ว แต่จงหาวิธีสร้างตัวเองขึ้นมาให้ได้ อย่างน้อยขอให้มีเงินพอจัดงานศพของตัวเองละกันนะจ๊ะ จะได้ไม่ลำบากลูกหลานไงล่ะจ๊ะ เบบี๋