รู้สักนิดก่อนซื้อพันธบัตร "สุขกันเถอะเรา"
 

ช่วงต้นเดือนมกราคม 2558 ที่ผ่านมาได้มีข่าวการออกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “สุขกันเถอะเรา” วงเงิน 100,000 ล้านบาท พร้อมกับประกาศอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าการฝากประจำและฝากออมทรัพย์ ทำให้หลายคนเริ่มสนใจอยากจะลงทุน แต่ยังติดอยู่นิดนึงว่าไม่เข้าใจกับคำว่า “พันธบัตรรัฐบาล” นี้มันคืออะไร ซื้อไปแล้วเงินเราจะหายไปไหม มีความเสี่ยงมากรึเปล่า และอีกสารพัดคำถามเกี่ยวกับการซื้อลงทุน ใจเย็นๆนะคะ เราค่อยๆมาเรียนรู้ทีละนิด แล้วจะรู้ว่าการลงทุนนั้นไม่ยากเลยจริงๆ

 

เรามาเริ่มรู้จักกับพันธบัตรรัฐบาลว่าคืออะไร?

 

คำศัพท์ทางการเงินจัดให้พันธบัตรอยู่ในกลุ่ม “ตราสารหนี้” หลายคนที่ไม่รู้จักกับคำนี้ก็จะเริ่มมึนกับศัพท์ ผู้อ่านควรทำความคุ้นเคยกับคำศัพท์เหล่านี้ไว้บ้าง เวลาไปอ่านหนังสือชี้ชวนเรื่องการลงทุนจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ถ้านักออมเงินอย่างพวกเราไปลงทุนในตราสารหนี้ก็จะมีฐานะเป็น “เจ้าหนี้” ทันทีเลยหละ โดยผู้ที่ออกตราสารหนี้ให้เราซื้อลงทุนนั้นจะมีฐานะเป็น ลูกหนี้” ของเราซึ่งเงินที่ลูกหนี้กู้ยืมเราไปนั้นจะนำไปทำประโยชน์ต่างๆตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน โดยหนังสือชี้ชวนจะเป็นเอกสารที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้ทั้งหมด มีทั้งฉบับเต็มและฉบับย่อ เป็นเอกสารสำคัญที่นักออมเงินอย่างเราต้องอ่านทุกครั้งก่อนจะนำเงินไปลงทุน (ตัวอย่างหนังสือชี้ชวนฉบับเต็มของ ธ.ก.ส.)

 

ชื่อของตราสารหนี้ก็จะเปลี่ยนไปตามผู้ออก ดังนี้

  • พันธบัตรรัฐบาล กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกเพื่อให้รัฐบาลได้กู้เงินจากประชาชนไปใช้ประโยชน์ในเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นตราสารหนี้ระยะยาวและมีความเสี่ยงต่ำ
  • ตั๋วเงินคลัง กระทรวงการคลังเป็นผู้ออก มีความเสี่ยงต่ำและมีอายุสั้นกว่าพันธบัตรรัฐบาล คือ อายุไม่เกิน 1 ปี
  • หุ้นกู้ จะออกโดยบริษัทเอกชนเพื่อกู้ยืมเงินประชาชนไปลงทุน เช่น หุ้นกู้ปูนซิเมนต์ไทย หุ้นกู้ของทรู ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับเครดิตของบริษัทนั้นๆ

 

ผู้ที่ลงทุนในตราสารหนี้จะได้รับผลตอบแทนเป็น “ดอกเบี้ย” ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของผู้ออกแต่ละรายนั้นก็จะแตกต่างกัน ถ้าใครเครดิตดีๆก็จะให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่ถ้าใครเครดิตไม่ดีก็จะให้อัตราดอกเบี้ยสูง อ่านถึงตรงนี้หลายคนคิดว่าแบบนี้เลือกตราสารหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงๆเพราะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ตามหลักความจริงเราควรเลือกลงทุนกับผู้ที่มีเครดิตดีๆ เพราะมีความเสี่ยงต่ำ เริ่มมีความงุนงงเกิดขึ้นในใจว่า “อ้าว ผลตอบแทนต่ำจะเลือกทำไม เราควรนำเงินไปอยู่ในที่ที่ให้ผลตอบแทนสูงจะได้เงินกลับมาเยอะๆ"

 

อัตราดอกเบี้ยจะบอกถึงความเสี่ยงของลูกหนี้ว่าจะเบี้ยวหนี้หรือไม่

 

สมมติว่าเราเป็นคนปล่อยเงินกู้ให้เพื่อนยืมเงิน เราจะคิดดอกเบี้ยใครมากกว่ากันระหว่าง “คนที่มีสัจจะยืมแล้วคืนกับคนที่ยืมแล้วชิ่งหนี” เรารู้อยู่แล้วว่าคนที่มีสัจจะยืมแล้วคืนแน่ๆก็จะคิดดอกเบี้ยไม่สูง เพราะเครดิตดี ไม่เบี้ยวหนี้ คืนเงินตรงเวลา ทำให้เราคำนวณได้เลยว่าเดือนนี้จะได้ดอกเบี้ยจากลูกหนี้เท่าไหร่

 

ส่วนคนที่ชอบยืมแล้วชิ่งหนี้พวกนี้จะยืมเงินใครก็ลำบาก ถ้าจะมาขอกู้เงินจากเราก็ต้องเสนอดอกเบี้ยที่สูงมากชนิดที่ว่าได้ยินแล้วเราสนใจที่จะให้ยืมเงิน โดยที่ผู้ให้ยืมเงินมองแล้วว่าผลตอบแทนที่ได้รับมันคุ้มที่จะเสี่ยง สรุปว่า คนที่มีเครดิตไม่ดีก็จะต้องจ่ายแพงกว่าคนอื่น

 

เหตุผลนี้แหละที่เราควรเลือกให้ยืมกับคนที่เครดิตดีๆที่ผลตอบแทนไม่สูง แต่ถ้าใครชอบความเสี่ยงก็อาจจะให้คนเครดิตไม่ดียืมก็ได้ เราได้ผลตอบแทนสูงจริงแต่ก็ต้องมานั่งลุ้นว่าจะได้เงินคืนรึเปล่านะจ๊ะ

 

เรารู้หลักการของตราสารหนี้ไปแล้ว คราวนี้มาดูว่าในบรรดาสินทรัพย์ทางการเงินแต่ละชนิดมีความเสี่ยงระดับไหนบ้าง

 

รู้สักนิดก่อนซื้อพันธบัตร "สุขกันเถอะเรา"

 

จากภาพนี้มองจากข้างล่างขึ้นข้างบนจะเป็นระดับความเสี่ยงต่ำ(สีเขียว) ไปจนถึงความเสี่ยงสูง (สีแดง) ซึ่งพันธบัตรกับตั๋วเงินคลังจะอยู่ข้างล่างสุด นั่นแสดงว่ามีความเสี่ยงต่ำสุด ส่วนหุ้นกู้ก็จะอยู่สูงขึ้นไปจะค่อนข้างเสี่ยง เพื่อตอกย้ำให้เราอุ่นใจในการลงทุนมากขึ้นพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “สุขกันเถอะเรา” มีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยอีกด้วย รับรองได้ว่าตลอดระยะเวลาที่เราลงทุนในพันธบัตรจนกระทั่งวันสุดท้ายที่ครบกำหนดเราจะได้เงินต้นและดอกเบี้ยครบตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนอย่างแน่นอน

 

เริ่มเข้าใจการลงทุนในพันธบัตรมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ จากนั้นก็แบ่งเงินออมบางส่วนที่ต้องการลงทุนระยะปานกลางถึงยาวมาลงทุนในพันธบัตรนี้ เรามาดูต่อกันเลยว่านักออมเงินอย่างพวกเราจะได้ประโยชน์อะไรจากพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “สุขกันเถอะเรา” บ้าง

  1. ผู้ที่มีเงินน้อยสามารถลงทุนได้ เพราะเงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท
  2. เราได้รับดอกเบี้ยที่แน่นอนปีละ 2 ครั้ง คือ ช่วงต้นปีและกลางปี
  3. ความเสี่ยงต่ำ ได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากออมทรัพย์และฝากประจำ
  4. สามารถนำพันธบัตรนี้เป็นหลักประกันได้โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้รับประกัน เช่น การประกันศาล

 

รายละเอียดเบื้องต้นของพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น “สุขกันเถอะเรา”

 

อัตราดอกเบี้ยและวันที่จำหน่าย

==> พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่นสุขกันเถอะเรา ของกระทรวงการคลัง อายุ 10 ปีวงเงิน 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ดังนี้

  • ปีที่ 1-3    อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี
  • ปีที่ 4-7    อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี
  • ปีที่ 8-10  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

 

ถ้าลงทุนกับพันธบัตรออมทรัพย์อายุ 10