เจ๊กลับมาแล้วค๊าาาาา ก็มีเด็กๆน่ารักน่ากินหลายๆคนเข้ามาถามหลังไมค์ว่า “จะเริ่มต้นการลงทุนอย่างไร ที่ไม่ใช่การลงทุนกับตัวเจ๊?” แหม… อย่างกับพวกเธอจะมาเปย์ฉันนักแหระ อ่ะมา...! ก่อนอื่นนะคะที่รักพวกเธอจะต้องรู้ว่าจะลงทุนอย่างไรให้ได้ความคุ้มค่าสุดๆ โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนรวมที่เจ๊กำลังจะกล่าวต่อไปนี้ค่ะ

 

เริ่มแรกเลยนะ เจ๊แบ่งกองทุนให้เข้าใจง่ายเป็น 2 ประเภทคือ

  • กองทุนที่ลดหย่อนภาษีได้
  • กองทุนรวมทั่วไป

 

แต่ในฐานะของคนทำงานในวัยที่มีรายได้เก๋ๆและต้องเสียภาษีอย่างพวกเรา ก็พิจารณาง่ายๆค่ะว่าอันหนึ่งลงทุนให้ได้กำไร อีกอันได้กำไรด้วยและลดหย่อนภาษีได้ด้วย ก็ต้องลงอันที่ลดหย่อนภาษีได้ด้วยก่อนสิคะ แค่นี้เอง แหม… คิดกันเยอะทำไม

 

กองทุนรวมที่สามารถลดหย่อนภาษีได้มี 2 ประเภทค่ะ เจ๊จะร่ายให้ฟังที่ละอัน

 

 

1. กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF :   

เป็นกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยหรือต้องมีหุ้นไทยอยู่ไม่น้อยกว่า 65% ของพอร์ตการลงทุน พวกเธอจะต้องถือยาวอย่างน้อย 5 ปีปฏิทินนะคะ (หมายถึงซื้อวันไหนก็ได้ในปีที่ 1 และขายวันไหนก็ได้ในปีที่ 5) แต่ถ้าซื้อแล้วเจ๊ไม่แนะนำให้ขายโดยไม่จำเป็นค่ะรอไปจนปีที่ 5 แล้วค่อยขายเมื่อต้องการเงินหรือถือยาวไปจนเกษียณเลยก็ได้นะคะ ปกติแล้วถือหุ้นดีๆนี่เค้าถือกันยาวๆเพราะมันมักจะให้ผลตอบแทนดีกว่าน่ะ

LTF ที่ซื้อในปีไหน สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในปีนั้นได้โดยไม่เกิน 15% ของรายได้แต่ไม่เกิน 500,000 บาท คือเธอเอาเงินเดือนเธอมา x 15% เลยค่ะว่าท่าไหร่และซื้อไม่เกินเท่านั้นก็พอนะคะ

ซื้อเกินลดภาษีไม่ได้แถมยังต้องเอากำไรจากการขายหน่วยลงทุนไปคำนวณภาษีอีก แล้วก็ห้ามขายก่อนกำหนด 5 ปีค่ะ ถ้าขายก่อนเธอจะถูกสรรพากรให้ยื่นภาษีใหม่แถมเจอค่าปรับอีก 1.5% ต่อเดือน แอร้ยยยยย คือถ้าจะลดหย่อยนแล้วก็คำนวณให้ดีถือให้ครบนะคะ กรณีถือจนครบกำไรที่ได้เพิ่มมาก็ไม่ต้องเสียภาษีค่ะ

 

2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF :

กองทุนประเภทนี้เป็นกองทุนที่เน้นการเก็บออมเอาไว้ใช้ในยามเกษียณค่ะ และกองทุนรวมนี้ก็ไม่ได้เน้นการลงทุนในหุ้นเท่านั้น พวกเธอสามารถเลือกได้เลยนะคะว่าอยากลงทุนด้วยความเสี่ยงแบบไหน ถ้าไม่อยากเสี่ยงมากก็ลง RMF ที่ลงทุนเน้นพวกตราสารหนี้ แต่ถ้าอยากเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้นก็ลองในกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นได้ค่ะ แต่การลงทุนแบบนี้ต้องลงทุนยาวนานไปจนถึงอายุ 55 เลยนะคะ คือเจ๊อยากให้ลงค่ะ เป็นนโยบายเจ๊ เอาเงินไปซ่อนตัวเองไว้ ถอนไม่ได้ถึงอายุ 55 ดีจะตายพวกเธอก็ออมแบบเป็นเงินขังลืมไปเลย พอเกษียณเธออาจจะมามองอีกทีแบบ อุ้ยตกใจจัง มีเงินมาจากไหนเยอะมาก แอร้ย

สำหรับการลงทุนแบบ RMF ก็มีข้อกำหนดให้ลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินเดือนหรือ 5,000 บาทขั้นต่ำนะคะ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของรายได้และไม่เกิน 500,000 บาท

เมื่อนำไปรวมกับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ค่ะ ถ้าเธอคิดการใหญ่ซื้อประกันแบบบำนาญไว้ด้วย ก็ต้องเอามารวมกันด้วย และเหมือน LTF ค่ะ ถ้าเธอขายก่อนเธอก็จะเจอค่าปรับได้เช่นกันนะเธอ

 

 

เรื่องกฎเกณฑ์ของกองทุนรวม LTF RMF มีเขียนไว้เต็มไปหมดเลยนะคะ เธอสามารถไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ของสรรพากร แต่เจ๊จะขอเล่าสิ่งดีงามในการลงทุนใน LTF หรือ RMF ก่อน การลงทุนในกองทุนทั่วไปนะคะ

 

สมมติเจ๊และเสี้ยมจู มีเงินได้คือ 600,000 บาทต่อปี (สมมตินะคะ จริงๆเจ๊รายได้มากกว่า ชิ!) แล้วเจ๊เลือกซื้อ LTF ส่วน เสี้ยมจูเลือกซื้อกองทุนรวมทั่วไปและสุดท้ายแล้วกองทุนดังกล่าวให้ผลตอบแทนเท่ากันคือ 10% สิ่งที่มันจะแตกต่างกันคือการลดหย่อนภาษีค่ะ

มาดูกันนะคะว่าเจ๊จะสวยและรวยกว่าเสี้ยมจูขนาดไหน

อันนี้เป็นฐานภาษีตามกฎหมายนะคะ

 

เจ๊มีรายได้เท่าเสี้ยมจูที่ 600,000 บาท ต่อปี

  • เจ๊และเสี้ยมจูหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนส่วนตัว 90,000 บาท
  • เจ๊ซื้อ LTF ไป 15% หรือ 90,000 บาท จึงได้รับการลดหย่อนภาษีจากเงินก้อนนี้
  • เสี้ยมจูซื้อกองทุนทั่วไป ไม่ได้รับการลดหย่อนภาษี
  • เจ๊คิดฐานภาษีที่ 420,00 บาท ส่วนเสี้ยมจูคิดที่ 510,000 บาท

 Screen Shot 2558-09-16 at 3.19.43 PM

ซึ่งคนสมัยนี้ไม่ค่อยเคยเห็นสิ่งนี้เพราะยื่นภาษีผ่านเน็ทกันหมด อาจจะไม่เข้าใจตารางภาษีแบบนี้ แต่เจ๊บังเอิญเกิดทัน เลยทำตัวอย่างการคำนวณภาษีมาฝากกัน ง่ายๆก็คือ เจ๊มีเงินได้ 600,000 บาทต่อปี หักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่าย ไป 90,000 บาท คงเหลือรายได้สุทธิที่ต้องคำนวณภาษี 510,000 บาท ดูตามฐานภาษีแต่ละขั้นแล้ว เจ๊ต้องเสียภาษีรวม 29,000 บาท

 

ที่นี้ เจ๊ซื้อ LTF ไป 15% ของเงินได้ต่อปี เท่ากับ 600,000 x 15% = 90,000 บาท เจ๊จะมีรายได้สุทธิเพื่อคำนวณภาษีแค่ 420,000 บาท หรือคิดเป็นภาษีที่ต้องเสีย 19,500 บาท  ในขณะที่เสี้ยมจูซื้อกองทุนปกติ ที่ไม่สามารถนำมาลดภาษีได้ เสี้ยมจูจึงยังต้องเสียภาษีปกติ คือ 29,000 บาท เท่ากับเจ๊ประหยัดภาษีไปได้ 9,500 บาท


ว้าย มองแค่นี้พอจะเห็นได้แล้วใช่ไหมค่ะว่า เจ๊ สามารถประหยัดภาษีมากกว่าเสี้ยมจูถึง 9,500 บาท  งั้นมาสมมติกันต่อนะค่ะ ว่าผลการลงทุนได้ผลตอบแทนดีในเวลาต่อมาได้ 10% เท่ากันนะคะเรา 2 นางแสนเลิศจะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

Screen Shot 2558-09-16 at 3.13.43 PM

เห็นไหมๆๆๆๆ เจ๊บอกแล้วว่าข้อดีของ LTF กับ RMF มันเลิศมากกว่าการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไปอย่างงี้แหละ หากพวกเธอจะเริ่มลงทุนในกองทุนรวม เจ๊อยากจะให้พวกเธอลองลงทุนกับกองทุนที่ลดภาษีได้อย่างงี้ก่อนนะคะ เพราะมันจะทำให้เธอได้  2 เด้งเลยค่ะหญิง !!!!!

ถ้ามีเงินเหลืออีก อยากลงทุนอีกค่อยหันไปลงทุนกองทุนทั่วไปกันต่อนะ เก็บเงินเยอะๆจะได้รวยๆแบบเจ๊ไง

Print

 

อย่างไรก็ตามพวกเธอก็คงสงสัยกันแล้วชิมิค่ะว่าจะเริ่มเปิดบัญชีอย่างไร เจ๊จ&

Related Story