หากเราโชคดีจับสลากได้รับรางวัลเงินสดมูลค่า 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไขการรับรางวัลให้เลือก 2 ข้อ คือ

ก. รับเงินสดตอนนี้จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 ของมูลค่ารางวัล คือ 100,000 x 5% =  5,000 บาท สรุปว่าเราจะได้เงินจริงๆ เพียง 95,000 บาท

ข. เลื่อนวันรับเงินรางวัลออกไปเป็นวันเดียวกันนี้ของปีหน้า โดยจะมีสิทธิ์ได้เลือกกล่อง 2 ใบคือ กล่อง A  และกล่อง B เราจะต้องลุ้นเองว่าในกล่องนั้นจะมีเงินรางวัลสุทธิ 200,000 บาทหรือเงิน 0 บาท

 

ถ้าเป็นคุณจะเลือกอะไรระหว่าง “ก หรือ ข” 

 

เฉลย

  • คนที่เลือก ก

เป็นคำตอบของคนทั่วไปที่จะขอรับเงินทันทีเพื่อที่จะใช้สร้างความสุขในปัจจุบัน กลัวความเสี่ยงและกังวลความไม่แน่นอนในอนาคตที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง จึงเลือกที่จะรับเงินตอนนี้ที่น้อยลง

  • คนที่เลือก ข

เป็นคำตอบของคนส่วนน้อยที่ยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

 

จากคำตอบข้อ ก นั้นทำให้เรารู้ว่าคนส่วนใหญ่เลือกรับสิ่งที่แน่นอนในปัจจุบันมากกว่าที่จะอดทนรอคอยเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในอนาคต แนวคิดการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็เช่นกัน หากเรามีแนวคิดที่รักความสุขสนุกกับทุกๆ วัน มันเป็นสิ่งเรื่องดีที่คิดแบบนั้นเพราะเราจะมีความสุขกับทุกๆ เรื่องที่ทำ แต่ว่ามันจะดีกว่านี้ไหม ถ้าเราสามารถ "รักษาความสุขที่มีในปัจจุบันให้คงอยู่ตลอดไปตราบสิ้นลมหายใจสุดท้ายของเรา”   มิใช่การมีความสุขเพียงชั่วคราวในช่วงที่เรามีเรี่ยวแรงในการทำงานเท่านั้น

 

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดการรักษาความสุขที่เราอยากแชร์และอยากจะรู้ว่าหากมีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะวางแผนรับมือล่วงหน้ากับเหตุการณ์นี้อย่างไร

 

เรื่องมีอยู่ว่ารุ่นพี่ที่สนิทคนหนึ่งชวนเราไปเป็นเพื่อนไปดูสถานที่รับเลี้ยงคนป่วยแห่งหนึ่ง ลักษณะภายนอกเป็นตึก 3 คูหา 3 ชั้น ข้างในสะอาด เป็นระเบียบ พื้นที่ถูกแบ่งเป็นเตียงนอนไว้เป็นสัดส่วน ภาพหนึ่งที่เราจำได้ติดตาจนถึงปัจจุบัน คือ คนชราที่นอนป่วยรับอาหารทางสายยางอยู่บนเตียง รายล้อมด้วยลูกหลานที่แวะให้กำลังใจอยู่ข้างเตียง จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่าที่แห่งนี้เป็นสถานที่ดูแลคนชราที่เจ็บป่วย ญาติไม่มีเวลาดูแลเพราะต้องทำงานตอนกลางวัน รวมทั้งมีพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ใกล้หมอและโรงพยาบาลหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้รักษาได้ทันเวลา

 

วางแผนมีเงินใช้ตลอดไป ด้วยประกันชีวิตแบบบำนาญ

 

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่า….

  • ลูกหลานไม่มีเวลาดูแล - สภาพชีวิตในปัจจุบันที่ทุกคนต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ทำให้มีเวลาให้กับญาติผู้ใหญ่น้อยลง รวมถึงไม่มีความรู้ด้านการดูแลคนป่วยหรือคนชราที่เพียงพอ จึงเลือกที่จะจ้างผู้เชี่ยวชาญมาดูแล
  • รายจ่ายค่ารักษาพยาบาล - รายจ่ายส่วนนี้แพงขึ้นทุกๆปี ยิ่งเป็นโรคที่รักษายากหรือเรื้อรังก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก หากไม่มีเงินมารักษาก็จะต้องทนทรมานจากการเจ็บปวด บางรายอาจจะต้องหมดตัวเพราะค่ารักษาพยาบาลก็เคยมีมาแล้ว
  • ภาระของคนในครอบครัว - คนทำงานบางคนอาจจะต้องหยุดงานหรือลาออกจากงานเพื่อมาดูแลคนป่วย นอกจากสูญเสียรายได้จากการรักษาแล้วยังต้องเสียรายได้จากการไม่ได้ทำงานอีกด้วย และยิ่งหนักไปกว่านั้นหากผู้ที่มาดูแลนั้นเป็นแหล่งรายได้เดียวของครอบครัวที่มีรายได้ทางเดียวจากเงินเดือน
  • ดูแลตัวเอง - สำหรับคนโสดก็ต้องยิ่งดูแลเรื่องเงินมากกว่าปกติเพราะช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิต ญาติพี่น้องอาจจะล่วงหน้าไปสู่ดินแดนที่ชอบก่อนเราแล้ว ทำให้เราต้องเหงาเฝ้าบ้านอยู่คนเดียว แต่ว่า ณ จุดที่เดินไปไหนไม่ไหวก็อาจจะต้องหาคนดูแล เช่น สถานรับเลี้ยงคนป่วย

 

ทุกข้อข้างต้นล้วนเกี่ยวข้องกับ “เรื่องเงิน” แทบทั้งสิ้น ถ้าไม่อยากให้เรื่องราวดราม่าเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในหน้าอัตชีวประวัติของเราก็ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้นะจ๊ะ ไม่มีคำว่าสายหากเรายังมีเรี่ยวแรงในการทำงานเพราะนั่นหมายถึง เรายังสามารถสร้างทางเลือกให้ตนเองได้

 

เครื่องมือทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ทำให้เราสร้างรายได้ที่แน่นอนหลังเกษียณแบบไม่เป็นภาระของลูกหลาน สร้างเงินให้เติบโตโดยไม่ต้องเสี่ยงกับความผันผวนจากการลงทุน รวมถึงปลอดภัยและยังได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีอีกด้วย เครื่องมือทางการเงินนั้นคือ “ประกันชีวิตชนิดบำนาญ” นั่นเองจ้า

 

 

วางแผนวันนี้ เพื่อชีวิตรีไทร์ไร้กังวล

 

 

แผนการเงิน “SCB Retire Chill Chill” เป็นคำตอบของผู้ที่กำลังมองหาประกันชนิดบำนาญแบบใหม่ที่คุ้มครองยืนยาวถึงอายุ 90 ปี คือ ประกัน Super Life & Super  Protection Plus สองคู่หูที่ทำให้ชีวิตดี๊ดีหลังรีไทร์ที่สมัครง่ายไม่ต้องตรวจและตอบคำถามสุขภาพ เพื่อให้เรา “มีใช้ มีเผื่อ มีให้”

 

Super Life:

มีใช้ : สร้างเงินบำนาญเองได้จนถึงอายุ 90 ปี มีเงินใช้จ่ายอย่างสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาคนใคร จ่ายเบี้ยเริ่มต้นแค่เดือนละ 7000 กว่าบาท 20 ปี มีเงินใช้ เดือนละ 10,000 บาท นาน 30 ปี ( *กรณีเพศชายอายุ 40 ปี เลือกรับเงินบำนาญอายุ 60 ปี)

 

Super Protection Plus:

มีเผื่อ : เผื่อไว้หากต้องนอนโรงพยาบาลก็ยังมีเงินชดเชยรายวัน วันละ 1,000 บาท หากไม่เบิกยังสะสมไปใช้ปีถัดไปได้สูงสุด 200,000 บาท จนถึงอายุ 90 ปี

มีให้ : มีเงินก้อนเป็นมรดกให้ลูกหลาน

 

 

 

 

“เรามีเวลาหาเงินครึ่งชีวิต เพื่อใช้เงินทั้งชีวิต”  ซึ่งความสำเร็จของเรานั้นไม่ได้วัดกันที่เงินรายได้ที่หาได้มาตลอดครึ่งชีวิต แต่วัดกันที่ความสามารถในการหาแหล่งเก็บเงินที่จะทำให้เรามีเงินใช้ไปทั้งชีวิตต่างหากหละ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ SCB Call Center 02-777-7777 หรือ www.scb.co.th