อะแฮ่มๆๆ สวัสดีครับ หลังจากที่ผมเขียนบทความเรื่อง วิธีมีเงินล้านภายใน 5 ปี และ วิธีสร้างรายได้เดือนละ 50,000 บาทโดยที่ไม่ต้องทำงาน จบลงก็ได้รับเสียงตอบรับจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆจำนวนมากว่า (กรู) จะไปหาผลตอบแทนเยอะๆได้จากที่ไหน แล้วจะไปหาเงินล้านมาได้ยังไง ทำไมพูดแบบนี้ใครๆก็พูดได้ คุณ @TAXBugnoms ครับคุณเป็นคนไทยหรือเปล่า (อ๊ะ.. ไม่ใช่) บทความใหม่ในตอนนี้เลยเป็น ภาคปฎิบัติ สำหรับสำหรับคนที่มองหาหนทางสร้าง เงินล้าน ของตัวเองอยู่ครับ

 

อ่านบทความอ้างอิงเพิ่มเติมได้ที่
วิธีมีเงินล้านภายใน 5 ปี
วิธีสร้างรายได้เดือนละ 5 หมื่นบาทโดยที่ไม่ต้องทำงาน

 

โดยที่มาของบทความนี้ก็ไม่ใช่จากใครที่ไหนไกล แต่มันมาจากประสบการณ์ลงทุนของตัวผมเองที่ได้เริ่มต้นตั้งแต่ 4-5 ปีที่ผ่านมา...จนมาถึงวันที่มีเงินเกิน 1 ล้านบาทในวันนี้ ซึ่งผมเองก็ตั้งใจที่จะมาแชร์ประสบการณ์การสร้างเงินล้านของตัวเองให้ฟังแบบไม่อายว่า วิธีการหาเงินล้านของผมนั้นเป็นอย่างไร และ ใช้วิธีไหนในการหามันมาบ้างงงงง

 

ที่มาของการเก็บเงินล้าน

ก่อนจะเข้าสู่วิธีการ ขออนุญาตย้อนเรื่องราวเล่าให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆฟังกันก่อนสักนิดว่า... ตัวผมเองนั้นแรกเริ่มเดิมทีก็เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่รู้จักการเก็บเงินและการลงทุนเลย แต่แล้วชะตาชีวิตพลิกผันให้ผมนั้นต้องมี รายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม แถมมาเจองานที่เงินเดือนต่ำกว่าเดิมถึง 5 เท่า รวมถึงลงมือทำธุรกิจเองแต่ก็ผิดพลาดตั้งมากมาย แถมยังเจออุปสรรคอีกหลากหลายนับไม่ถ้วน จนกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ครับ (รายละเอียดเรื่องนี้หาอ่านได้ในหนังสือซวยจนรู้สู้จนรวยนะครับ : พื้นที่โฆษณา แฮร่ๆๆ)

 

ซวยจนรู้สู้จนรวย

 

เมื่อผ่านการล้มลุกคลุกคลานจนได้ที่ … ตอนนี้ก็มาถึงจุดที่ตัวเองคิดว่าพอจะมีกินและมีใช้ ซึ่งอยู่ในช่วงประมาณ 4-5 ปีก่อนหน้านี้ ผมจึงค่อยๆเริ่มต้นศึกษาหาความรู้เรื่องการวางแผนการเงินและการลงทุน เลยทำให้รู้ซึ้งว่าถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปคงไม่มีวันรวยแน่ๆ 

 

แต่ด้วยความเป็นคนชอบทดลอง เลยได้ไอเดียว่างั้นเราลองมาทดสอบอะไรกันดูหน่อยว่า สมมุติว่า ถ้าเราอยากจะเก็บเงินให้มีเงินล้านเหมือนคนอื่น โดยที่สร้าง "วินัย" ทางด้านการเงินแทน แบบนี้...เราจะมีโอกาสมีเงินล้านกับเค้าบ้างหรือไม่!!!

 

เมื่อคิดได้แบบนั้น ผมเลยตัดสินใจ แบ่งเงินจำนวนหนึ่ง มาใช้ทดสอบวิธีการลงทุนแบบ DCA หรือ Dollar Cost Average  (การทยอยซื้อหุ้นหรือกองทุนรวมด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆอย่างต่อเนื่อง) ทั้งในหุ้นและกองทุนรวม โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อสร้างวินัยให้กับตัวเองไว้ดังนี้

  1. ลงทุนระยะยาวเป็นเวลาขั้นต่ำ 10-15 ปี
  2. ลงทุนในกองทุนรวมหุ้น, หุ้นที่เลือก(ออมหุ้น) และกองทุนเพื่อการประหยัดภาษี
  3. ตรวจสอบและปรับปรุงการลงทุนในทุกๆปี

 

หมายเหตุ 

  1. การลงทุนในวิธีนี้เป็นพอร์ทที่ผมเลือกใช้วิธีการลงทุนต่อเนื่องแบบ DCA เพื่อทำการศึกษาและวิเคราะห์ผลตอบแทนคร่าวๆเท่านั้น ห้ามลอกเลียนแบบโดยไม่มีความรู้อย่างเด็ดขาด เพราะเป็นพอร์ทการลงทุนที่ล้วนมีความผันผวนสูง ซึ่งนอกเหนือจากพอร์ทการลงทุนนี้ตัวผมเองได้มีการสำรองเงินออมฉุกเฉิน, เงินฝากประจำ และตราสารหนี้ไว้ในพอร์ทหลักอยู่แล้วครับ
  2. สำหรับส่วนของข้อมูลการศึกษาเรื่องการลงทุน จะไม่พูดถึงใ้นบทความนี้นะครับ เพราะเชื่อว่าในส่วนที่ผ่านมานั้นก่อนการลงทุนต้องมีการศึกษาข้อมูลกันในระดับหนึ่งแล้วที่จะตัดสินใจลงทุน หากสนใจกองทุนไหนก็สอบถามได้ที่ หมอนัท คลินิกกองทุน ส่วนหุ้นก็ลองพูดคุยกับ คุณตาร์ ราชานักออมหุ้น และ คุณพ่อลูกอ่อน Daddy Trader ได้เลยจ้า

 

เริ่มต้นที่… กองทุนรวม

เมื่อเริ่มต้นที่กองทุนรวมเป็นลำดับแรก ผมจึงตัดสินใจเลือกใช้วิธีการลงทุนในแต่ละกองทุนดังนี้

 

1.  กองทุนเปิดทหารไทย SET50 ปันผล (TMBSET50DV) เริ่มลงทุนตั้งแต่ปลายปี 2553 จากการออมเริ่มต้นอาทิตย์ละ 100 บาท และทยอยเปลี่ยนเป็นอาทิตย์ละ 500 บาท 1,000 บาท และสุดท้ายจนถึงปัจจุบันคือลงทุนเดือนละ 5,000 บาท

  • มูลค่าต้นทุนรวมทั้งสิ้น 200,000 บาท : มูลค่าตลาด ณ วันเขียนบทความ 209,538.22 บาท

2. กองทุนบัวหลวงทศพล (BTP) เริ่มต้นลงทุนในปี 2555 โดยออมอาทิตย์ละ 1,000 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี

  • มูลค่าต้นทุนรวมทั้งสิ้น 100,000 บาท  : มูลค่าตลาด ณ วันเขียนบทความ 97,183.69 บาท

 

กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)

สำหรับกองทุนรวมหุ้นระยะยาวที่ผมเลือกมาออมนั้น ผมได้ทดสอบกองทุนจากหลายๆบลจ. โดยการซื้ออัตโนมัติ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นผมก็พิจารณาว่ารายได้ตัวเองนั้นต้องเสียภาษี โดยวิธีการออมนั้น จะเป็นการซื้อเฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาท หรืออาทิตย์ละ 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับการวางแผนลงทุนในแต่ละปีครับ

 

1.  กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์หุ้นระยะยาวปันผล (K20SLTF)

  • มูลค่าต้นทุนรวมทั้งสิ้น 140,000 บาท : มูลค่าตลาด ณ วันเขียนบทความ 153,086.97 บาท)

2.  กองทุนเปิด JUMBO 25 ปันผล หุ้นระยะยาว (JUMBO25LTF)

  • มูลค่าต้นทุนรวมทั้งสิ้น 40,900 บาท : มูลค่าตลาด ณ วันเขียนบทความ 43,535.71 บาท

3.  กองทุนบัวหลวงหุ้นระยะยาว (BLTF)

  • มูลค่าต้นทุนรวมทั้งสิ้น 125,000 บาท : มูลค่าตลาด ณ วันเขียนบทความ 128,386.27 บาท

 

ออมกองทุน

ข้อมูลจากการลงทุนในกองทุนรวม (บางส่วน)

 

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

สำหรับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพนั้น ผมได้ทดสอบกองทุนจากหลายๆบลจ. โดยการซื้ออัตโนมัติเช่นเดียวกัน แต่จะซื้อในจำนวนน้อยกว่ากองทุนรวมหุ้นระยะยาว เช่นเดือนละ 3,000 บาท หรืออาทิตย์ละ 500 บาท ขึ้นอยู่กับการวางแผนลงทุนในแต่ละปีครับ

 

1.  กองทุนเปิดเค โกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KGDRMF)

  • มูลค่าต้นทุนรวมทั้งสิ้น 65,000 บาท : มูลค่าตลาด ณ วันเขียนบทความ 57,775.- บาท)

2.  กองทุนเปิด JUMBO25 เพื่อการเลี้ยงชีพ (JUMBO25RMF)

  • มูลค่าต้นทุนรวมทั้งสิ้น 30,000 บาท : มูลค่าตลาด ณ วันเขีย&#x