สวัสดีครับ ผม อัศวินกองทุน และคุณกำลังอยู่กับคอลัมน์ Weekly Outlook สรุปและอัพเดทกลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์ ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ครับ

ผมมองว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายนี้ จะเกิดเรื่องราวขึ้นมามากมายครับ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของทุกคนที่ติดตามครับ ดังนั้นช่วงนี้ ฝากติดตามกันให้ดีนะครับ

โดยเฉพาะภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เรามาเริ่มกันเลยครับ!


ภาพรวมของตลาด

เริ่มกันที่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการปรับตัวสูงขึ้น หลังจากเจนเนต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวว่ามีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม รวมถึงทางประธานาธิบดีทรัมป์ได้เปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีทั้งของนิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯให้ดีขึ้น จึงเป็นที่น่าติดตามว่าหุ้นสหรัฐนั้นจะยังไปต่อได้ไหมครับผม

ส่วนทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรปก็ไม่ยอมน้อยหน้า ยังคงมีการปรับตัวสูงขึ้นจากหุ้นในกลุ่มธนาคารของประเทศยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นตามผลการประชุมของ Fed ที่มีแนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้เช่นเดียวกันครับ

ย้ายมาดูฝั่งพี่ใหญ่เอเชีย ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงหลังจากรัฐบาลเพิ่มมาตรการคุมตลาดอสังหาฯ เพื่อลดการเก็งกำไร ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มผู้รับเหมาออกมา ประกอบกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P ทำการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ของรัฐบาลจีน ทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจ แบบนี้ต้องระวังครับว่าจะไปต่อได้หรือไม่ 

ส่วนทางตลาดเกิดใหม่อย่าง ตลาดหุ้นอินเดีย มีการปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากตลาดปรับตัวขึ้นมาสูง และมีสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนอินเดีย-พม่า จากปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาผิดกฎหมาย แหม่ น่าเสียดายจริงๆ เลยล่ะครับ

สุดท้ายสินทรัพย์ทางเลือก อย่างราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังจากเกิดความตึงเครียดของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศอิรักที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณการส่งออกน้ำมันได้ ส่วนราคาทองคำปรับตัวลดลงจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าหลังจากประธาน Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี แบบนี้ทองจะหมดความน่าสนใจหรือไม่ 

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 2-6 ตุลาคม 2560 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

จากภาพรวมที่เกิดขึ้นในตอนนี้ หลายคนคงสงสัยว่าจะยังไงต่อดี เราลองมาดูกันว่ากลยุทธ์ในสัปดาห์นี้จะไฉไลเหมือนกันหรือเปล่าครับผม



กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผมยังแนะนำให้สะสมหุ้นสหรัฐฯต่อ แต่เน้นไปที่หุ้นขนาดเล็ก เพราะมีความคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการประชุมสภาคองเกรส นอกจากนี้ภาวะทางการเงินในประเทศสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างผ่อนคลายและเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการของบริษัทขนาดเล็ก และที่สำคัญที่สุด คือ ตั้งแต่ต้นปียังผลตอบแทนของหุ้นขนาดเล็กยังน้อยกว่าหุ้นขนาดใหญ่ มีโอกาสเร่งตัวตามขึ้นมาได้ครับผม

  • ตลาดหุ้นยุโรป ยังไปต่อกับตลาดนี้ ผมแนะนำให้สะสมหุ้นยุโรปต่อไปครับ เพราะตอนนี้ธนาคารกลางยุโรปยังไม่ส่งสัญญาณถึงการลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ ประกอบกับเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้บริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ผมมองว่าค่าเงินยูโรอาจอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์หลังจากประธาน Fed ยังคงยืนยันถึงการขึ้นดอกเบี้ยปลายปี ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการของบริษัทส่งออกในยุโรปอีกทางหนึ่งครับ จัดต่อไปครับผม

  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ไปต่อได้อยู่ครับ คำแนะนำคือสะสมหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจากมูลค่าพื้นฐานของตลาดน่าสนใจมากขึ้น หลังจากตลาดถูกกดดันต่อเนื่องจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ในขณะที่นักวิเคราะห์ได้ปรับการคาดการณ์รายได้บริษัทขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ เช่น ยอดค้าปลีก และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงศักยภาพของความต้องการในประเทศที่มากขึ้น ดังนั้นไปต่อได้ครับผม

  • ตลาดหุ้นไทย สำหรับหุ้นไทยบ้านเรา ผมแนะนำให้เริ่มสะสมหุ้นไทยที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว เช่น การลงทุนภาคเอกชน ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับความคาดหวังนโยบายลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนให้ดียิ่งขึ้นไปครับ

  • ตลาดหุ้นจีน ทางฝั่งหุ้นจีน ผมเน้นไปที่การสะสมหุ้นจีน A-share เพราะจากความคาดหวังถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของสินค้าโภคภัณฑ์ จากนโยบายการควบคุมกำลังการผลิตในสินค้าเช่น เหล็กและถ่านหิน นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่ขยายตัวดีกว่าคาดในช่วงครึ่งปีแรกจะช่วยให้รัฐบาลดำเนินนโยบายลดการก่อหนี้ของภาคเอกชนได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อเสถียรภาพและการขยายตัวเศรษฐกิจในระยะยาวอีกด้วยครับ

คำแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุนสัปดาห์นี้ :  สัปดาห์นี้ดูเหมือนจะสดใสมากครับ ฝั่งตลาดเกิดใหม่ยังสามารถสะสมได้ต่อครับ ได้ทั้งไทย จีน และทางฝั่งประเทศพัฒนาให้สะสมสหรัฐกับยุโรปต่อไป (ยังคงเน้นหุ้นเล็กเหมือนที่ว่าไว้) ส่วนญี่ปุ่นก็สะสมกันต่อไปครับผม


กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

  • ตราสารหนี้สหรัฐฯ สำหรับอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.25% หลังประธานFed ส่งสัญญาณที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ และเดินหน้าลดขนาดงบดุลในเดือนตุลาคม และจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มปรับตัวดีขึ้นสูงกว่าตลาดคาด ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวสหรัฐฯ มีแนวโน้มทยอยปรับตัวขึ้น ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวแข็งค่าขึ้น จากความคาดหวังนโยบายลดภาษีในช่วงการประชุมสภาของสหรัฐฯ

  • ตราสารหนี้ไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 1-3 ปี เริ่มปรับตัวขึ้น หลังธปท. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ส่งผลให้ผลผลตอบแทนในช่วง 1-3 ปี ปรับขึ้นเนื่องจากผลตอบแทนส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า ส่งผลให้ผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยยังคงมีโอกาสที่จะปรับขึ้นต่อเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาต่างชาติเคลื่อนย้ายมาลงทุนในตราสารหนี้ไทยค่อนข้างมาก ผมยังแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวต่อไปครับ

คำแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้สัปดาห์นี้ : สำหรับตอนนี้ ผมอยากให้ระมัดระวังการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวเป็นส่วนใหญ่ครับ และถ้าจะให้ดีผมว่าการกระจายการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้แทน โดยเลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน เงินฝาก ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการเงิน ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดีน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงนี้ครับ


กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

  • ทองคำ ยังแนะนำให้ชะลอการลงทุนในทองคำต่อไปครับ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจจะแข็งค่าขึ้นจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นและจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังมีความเป็นไปได้ นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังย้ำถึงการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปี ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ซึ่งทำให้ความจูงใจของการลงทุนในทองคำลดลงไปอีกครับ ดังนั้นตอนนี้พักยาวๆ เลยครับผม

  • น้ำมัน แม้ว่าจะดูเหมือนมีการปรับตัวขึ้น แต่ผมแนะนำให้ชะลอการลงทุนในน้ำมัน เนื่องจากราคาน้ำมันได้ปรับขึ้นมารับปัจจัยบวกต่างๆ ครบทั้งหมดแล้ว เช่น ความต้องการน้ำมันดิบจากการกลับมาเปิดโรงกลั่นในสหรัฐฯ หลังจากเฮอร์ริเคนฮาร์วี่สงบลง ในขณะที่ตัวเลขส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมา ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงของอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ และจะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบได้อีกในอนาคตด้วย ดังนั้นอยู่นิ่งๆ ดีกว่าครับ

คำแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกสัปดาห์นี้ : สัปดาห์นี้ขอเปลี่ยนเป็นให้ชะลอการลงทุนในทองคำและน้ำมันทั้งคู่เลยครับ 


ภาพรวมโดยสรุปของสัปดาห์นี้

เหมือนจะฉุดไม่อยู่จริงๆ ครับ สำหรับตลาดเกิดใหม่ของฝั่งไทย จีน ซึ่งเราก็ต้องดูแนวโน้มไปเรื่อยๆ ครับ แต่สำหรับตลาดพัฒนางานนี้เหมือนจะมากันทั้งหมดครับ สหรัฐ ยุโรป และ ญี่ปุ่น ซึ่งก็ต้องลงทุนกันอย่างระมัดระวังด้วยนครับ ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกต้องบอกว่างวดนี้ขอให้ชะลอกันไปก่อนครับผม

ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นยังไง จะยังไปต่อหรือเปล่า อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับผม กับผม อัศวินกองทุน และ Weekly Outlook แบบนี้ทุกสัปดาห์คร้าบ


หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่  29 กันยายน  2560  ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ  จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง  ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง