[WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 22-26 พฤษภาคม 2560

 

สวัสดีครับอัศวินกองทุน กลับมาประจำการพร้อมกับ Weekly Outlook ตอนที่ 15 ในสัปดาห์เกือบสุดท้ายของเดือนพฤษภาคมครับ  เอาล่ะครับ ทุกคนคงพร้อมที่จะเพิ่มเติมความรู้และมุมมองการลงทุนทั่วโลกกันแล้วใช่ไหมล่ะครับ เรามาเริ่มกันที่ภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้กันก่อนครับผม
 
scb_220517-01

 

ภาพรวมของตลาด

ภาพรวมของตลาดหุ้นโลกในภาพรวมปรับตัวลงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ หลังจากที่ลุง เอ้ย ประธานาธิบดีทรัมป์โดนวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีที่ไปแทรกแซงการทำงานของ FBI โดยการปลดนายเจมส์ โคมีย์ ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการของ FBI ออกจากตำแหน่ง ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆที่วางแผนไว้ครับ
 
มาดูทางฝั่งเอเชียกันบ้างครับ ทางตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นโดดเด่นหลังจากที่ทางประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ประกาศว่าจีนจะสนับสนุนเงินทุน 1 แสนล้านหยวนในโครงการความร่วมมือ One Belt One Road  หรือ เส้นทางสายไหมใหม่ จากการฟื้นฟูเส้นทางสายไหมเดิม ซึ่งป็นเส้นทางการค้าโบราณของจีน แต่ขยายการเชื่อมต่อทั้งทางบก ทางทะเล กับ เอเชีย แอฟริกา และยุโรป ครับผม ซึ่งเราทุกคนก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าจะเวิร์กหรือไม่ครับ
 
ส่วนตลาดหุ้นไทยบ้านเราปรับตัวลงเล็กน้อยตามความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโลกครับ ประกอบกับนักลงทุนยังขาดความมั่นใจในผลประกอบการบริษัทอยู่ เลยดูทรงๆแบบนี้อยู่ครับผม
 
ทางฝั่งสินทรัพย์ทางเลือก จะเห็นว่าราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นมาโดยได้รับปัจจัยบวกจากข่าวความร่วมมือระหว่างซาอุดิฯและรัสเซีย เรื่องการต่อสัญญาการลดกำลังการผลิตออกไปจนถึงต้นปี 2561 ซึ่งผมยังมองว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีอยู่ครับ

 

กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คำแนะนำของผมในสัปดาห์นี้ ยังคงเป็นการสะสมหุ้นสหรัฐฯ หลังจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและความเป็นไปได้ของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ ถึงแม้ว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจสร้างความผันผวนให้ตลาดบ้าง แต่ผมยังมองว่าปรับตัวลงของตลาดถือเป็นโอกาสให้ทยอยสะสมอยู่ครับ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นนั่นเองครับ
  • ตลาดหุ้นไทย ทยอยสะสมในตลาดหุ้นไทยต่อไปก่อนครับ เนื่องจากผมเห็นว่าทาง ตลาดหุ้นยังคงมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เช่น ตัวเลขการส่งออกและการบริโภคครัวเรือนที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ และตอนนี้ถือเป็นโอกาสในการถ่ายเทพอร์ทการลงทุนมาที่หุ้นไทยครั
  • ตลาดหุ้นจีน A-Share ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ผมแนะนำให้เพิ่มการลงทุนหุ้นจีน A-Share ไปแล้วหนึ่งรอบครับ ซึ่งเป็นโอกาสหลังจากตลาดปรับตัวลงจากช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นต้นมา เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนต่อความเข้มงวดขึ้นของรัฐบาลต่อการก่อหนี้ของภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงเป็นโอกาสให้เข้าลงทุนครับ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจยังชี้ถึงการขยายตัวดี เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการบริษัทครับผม
  • ตลาดหุ้นเกิดใหม่ แนะนำเช่นเคยครับว่า ควรสะสมหุ้นประเทศเกิดใหม่เรื่อยๆ จากภาพปัจจัยพื้นฐานที่ยังสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรปและจีน ที่ออกมาดีอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกในกลุ่มประเทศเอเชียที่ขยายตัวดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการใช้จ่าย และเป็นตัวสนับสนุนผลประกอบการบริษัทต่อไปครับผม

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : ทยอยซื้อสะสมตลาดหุ้น จีน ไทย และตลาดเกิดใหม่สำหรับฝั่งเอเชีย นอกจากนั้นก็ควรทยอยสะสมตลาดหุ้นสหรัฐอีกด้วยครับ


กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

  • พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สังเกตว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลง หลังจากความกังวลทางการเมืองที่ทรัมป์ปลดอดีตผู้อำนวยการ FBI นั่นแหละครับ นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า ปธน. เปิดเผยข้อมูลลับแก่ทูตรัสเซีย ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่นโยบายเศรษฐกิจจะล่าช้าออกไป และอาจนำไปสู่การถอดถอนทรัมป์อยู่ครับ 

  • พันธบัตรรัฐบาลไทย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวปรับตัวลงเล็กน้อยครับ  โดยผมคาดว่าในระยะถัดไปผลตอบแทนยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบตามอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ครับ 

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : ช่วงนี้ผมมองว่ายังแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นไปก่อนครับ เพราะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เหมาะให้ลงตราสารหนี้ระยะยาวสักเท่าไรครับ

 

กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

  • ทองคำ ช่วงนี้แนะนำให้ทยอยสะสมทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากตลาดหุ้นขาลง ซึ่งเป็นผลมาจากความตึงเครียดและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยช่วงนี้ผมคาดว่าปัจจัยที่จะกดดันราคาทองคำค่อนข้างกำจัด เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเฟดขึ้นดอกเบี้ยไว้ระดับหนึ่งแล้วครับ
  • น้ำมัน ผมแนะนำให้ทยอยสะสมน้ำมัน ตามปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ ซึ่งได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มลดลงตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงหน้าร้อนที่จะถึงนี้ ทำให้ความต้องการน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และผมคาดว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะตกลงต่ออายุการลดกำลังการผลิตในการประชุมช่วงปลายเดือน พ.ค. เพื่อชดเชยกับอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนครับ 

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : ผมยังแนะนำให้ทยอยสะสมทองคำ และทยอยซื้อสะสมในน้ำมันควบคู่กันไปครั&#x

Related Story