สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกครั้งกับคอลัมน์ Weekly Outlook เพื่อสรุปและอัพเดทกลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์ กับผม อัศวินกองทุน คนนี้คนเดิม สำหรับสัปดาห์นี้เรามาดูกันต่อครับว่า ทิศทางการลงทุนต้องเป็นอย่างไรแบบไหน เพื่อจะได้จัดการพอร์ทการลงทุนให้เหมาะสมและทันเหตุการณ์ครับผม

ภาพรวมตลาดสัปดาห์นี้ มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เรามาเริ่มต้นกันเลยดีกว่าครับผม

ภาพรวมของตลาด

เริ่มต้นที่ภาพใหญ่ตลาดหุ้นสหรัฐ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค และตัวเลขการจ้างงาน ADP ในเดือน ส.ค. ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เอ๊ะ แบบนี้หรือว่าพี่ใหญ่ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังจะกลับมา? เดี๋ยวรอดูต่อในเรื่องของกลยุทธ์การลงทุนครับ

ย้ายมาดูฝั่งเอเชียกันบ้าง เริ่มต้นที่ตลาดหุ้นเกาหลี ตลาดมีการปรับตัวลงสวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคหลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามน่านฟ้าประเทศญี่ปุ่นไปตกในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อตอบโต้การซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ครับ ซึ่งแน่ละครับว่าสถานการณ์แบบนี้ นักลงทุนก็ต้องกลัวความเสี่ยงกันเป็นธรรมดา ดังนั้นจับตาดูไว้ครับผม

ส่วนทางฝั่งตลาดหุ้นจีน พี่ใหญ่ของเอเชีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดที่ดีกว่าการคาดการณ์ และตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ซึ่งยังถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีอีกทางหนึ่งครับ

ส่วนทางฝั่งปู่ SET ตลาดหุ้นไทยบ้านเราก็มีเซอร์ไพร้ส์ใหญ่ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงจากการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น ประกอบกับนักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดี แบบนี้แนวโน้มน่าสนใจหรือไม่ ติดตามอ่านต่อไปได้เลยครับ

และท้ายสุดกับ สินทรัพย์ทางเลือก อย่างราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากเหตุการณ์พายุเฮอริเคนฮาร์วีย์เข้าถล่มบริเวณชายฝั่งรัฐเท็กซัสทำให้ความต้องการน้ำมันดิบจากโรงกลั่นลดลง แต่ในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง

สำหรับภาพรวมสัปดาห์นี้ ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงหลายตลาดจากสัปดาห์ก่อนแบบนี้ ลองมาดูกลยุทธ์การลงทุนกันดีกว่าครับ

WEEKLY+OUTLOOK+กองทุน


กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คำแนะนำในสัปดาห์นี้คือทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนการบริโภคและรายได้บริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่สภาคองเกรสจะผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การลดภาษีและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นต่อไป ดังนั้นตลาดสหรัฐกลับมาน่าสนใจแล้วล่ะครับ


ตลาดหุ้นยุโรป ผมยังคงแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นยุโรปต่อไปครับ เนื่องจากตลาดปรับตัวลงมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการลดการกระตุ้นทางการเงินของธนาคารกลางยุโรปได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าธนาคารกลางยุโรปจะคงมาตรการกระตุ้นต่อเนื่องไปอีก เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซนมีแนวโน้มปรับตัวลง ประกอบกับการส่งออกเริ่มชะลอตัวจากเงินยูโรแข็งค่า ดังนั้นการย่อตัวของตลาดหุ้นในช่วงนี้ ผมมองว่าเป็นโอกาสให้ทยอยซื้อสะสมเพื่อสร้างผลตอบแทนครับ

ตลาดหุ้นเกิดใหม่ แนะนำให้ขายทำกำไรหุ้น H-share ได้แล้วครับ แม้ว่าจะมีการปรับตัวขึ้นมามากจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาดโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่ผมมองว่าเนื่องจากนักลงทุนได้รับรู้ผลประกอบการณ์ไตรมาสสองไปหมดแล้ว ทำให้ตอนนี้ตลาดหุ้นอาจขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น แม้ว่าจะดูเป็นทิศทางบวกก็ตาม ดังนั้นคำแนะนำคือ การให้นักลงทุนขายทำกำไรหรือชะลอการลงทุนไว้ก่อน เพื่อรอจังหวะในการกลับเข้าลงทุนเมื่อตลาดมีการย่อตัวลงมา

ส่วนทางฝั่งเกาหลี ผมแนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน เนื่องจากความตึงเครียดทางการเมืองที่อาจเพิ่มขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือไม่มีท่าทีผ่อนปรน นอกจากนั้นยังมีผลกระทบรวมถึงจีนจะออกมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียน ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสสองไปหมดแล้ว ทำให้ตลาดหุ้นขาดปัจจัยหนุนในช่วงนี้ครับ

ตลาดหุ้นอินเดีย ตอนนี้ผมมองว่ายังมีโอกาส จึงแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นอินเดียต่อไปครับ เนื่องจากมูลค่าพื้นฐานเมื่อเทียบกับการคาดการณ์การเติบโตของรายได้บริษัทนั้น ได้มีการปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ทำให้ตอนนี้ตลาดมีความน่าสนใจมากขึ้น และช่วงนี้สำหรับภาคเศรษฐกิจ ฤดูมรสุมที่คาดว่าปริมาณน้ำฝนจะอยู่ในระดับปกติ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ภาคการเกษตร และสนับสนุนการบริโภคในประเทศอีกต่อหนึ่ง นอกจากนี้ นโยบายปฏิรูปภาษีหรือ GST จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทางเศรษฐกิจจากต่างชาติ ซึ่งสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาวกันเลยทีเดียว แบบนี้คงเป็นโอกาสที่จะช่วยให้ไปต่อได้ง่ายขึ้น


สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : ตลาดเกิดใหม่ควรเริ่มขายทำกำไรสำหรับคนที่มีหุ้น H-SHARE และระวังหุ้นเกาหลีไว้ ส่วนอินเดียยังคงสะสมไปต่อได้ หลังจากนั้นเริ่มหันมาดูสหรัฐกับยุโรปเพิ่มเติมครับ


กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

ตราสารหนี้สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ในสัปดาห์นี้ มีการปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบปี เนื่องจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และอัตราเงินเฟ้อ Core PCE สหรัฐฯ เดือน ก.ค. ที่ปรับตัวลดลงเหลือ 1.4% เทียบกับ 1.5% ในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าสภาของสหรัฐจะกลับมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเริ่มพิจารณากฎหมายเร่งด่วน เช่น กฎหมายงบประมาณเพื่อเลี่ยงการหยุดทำงานของรัฐบาล (Government Shutdown) ซึ่งจะยังเป็นปัจจัยกดดันให้ผลตอบแทนตราสารหนี้ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

ตราสารหนี้ไทย สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 1-3 ปี ยังทรงตัวในระดับต่ำ ทั้งนี้จาก GDP ไตรมาส 2 ที่ขยายตัวสูงกว่าคาดส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับเป้าหมายการขยายตัวของ GDP ไทยขึ้นและการส่งออกที่ปรับตัวดีกว่าคาด ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลบวกต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้มีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ จึงแนะนำให้เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือสั้นเป็นหลักครับ

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : เหมือนเดิมเลยครับผม การลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับตราสารหนี้ คือ เน้นกระจายการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนใน เงินฝาก ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการเงิน และให้ผลตอบแทนที่ดีแทนครับ แต่สัปดาห์นี้ลองดูเป็นตราสารหนี้ระยะสั้นให้มากหน่อยละกันครับ


กลยุทธ์ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

ทองคำ ผมแนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในทองคำไปก่อนครับ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจแข็งค่าขึ้นจากปัจจัยสนับสนุน เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ สะท้อนแนวโน้มการเร่งตัวที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และหลังจากเกิดเหตุการณ์พายุฮาร์วีย์เข้าถล่มรัฐเท็กซัสมีแนวโน้มทำให้สภาคองเกรสมีความจำเป็นต้องขยับเพดานการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นเพื่อนำเงินมาใช้ในการซ่อมแซมบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ และกดดันราคาทองคำ ดังนั้นการหยุดพักสักระยะในสัปดาห์นี้น่าจะดีกว่าครับ

น้ำมัน ผมแนะนำให้ทยอยซื้อสะสมน้ำมันหลังจากราคาปรับตัวลง จากจุดสูงสุดในเดือน ส.ค. กว่า 5% สะท้อนข่าวพายุเฮอริเคนฮาร์วีย์บริเวณชายฝั่งรัฐเท็กซัส ซึ่งทำให้โรงกลั่นขนาดใหญ่ต้องปิดลง กระทบต่อความต้องการน้ำมันดิบ  นอกจากนี้ เดือน ก.ย. ยังอยู่ในช่วง driving season ของสหรัฐฯ ที่ความต้องการใช้น้ำมันอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาให้ไปต่อได้ครับ

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้ : สัปดาห์นี้ขอกลับด้านครับ ผมแนะนำให้ทยอยสะสมน้ำมัน แต่ชะลอการลงทุนในทองคำ แทนแล้วล่ะครับ

สำหรับภาพรวมโดยสรุปของสัปดาห์นี้ จะเห็นว่าสัปดาห์นี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายส่วนครับ เริ่มมีการกลับด้าน พลิกผันอย่างกับหนังชีวิต แต่เราต้องดำเนินต่อไปกันครับ

ดังนั้นสัปดาห์นี้ ผมแนะนำให้กลับมาที่ตลาดพัฒนาแทนตลาดเกิดใหม่ และอย่าลืมว่าถ้าหากมีกำไรใน H-SHARE ก็รีบขายทำกำไรได้แล้วนะครับผม ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ ขอแนะนำให้หยุดสักพักครับผม

ผ่านมาเข้าสู่ช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีแล้วนะครับ ผมหวังว่าที่ผ่านมาการจัดพอร์ทที่ดี และการตามข่าวสารจากทาง อัศวินกองทุน น่าจะช่วยให้ใครหลายคนได้เข้าใจมุมมองการลงทุนที่เหมาะสม และการกระจายความเสี่ยงเพื่อลดโอกาสในการขาดทุนได้ดีเลยล่ะครับ (หวังมากไปไหม ฮ่าๆ)

เอาเป็นว่าแล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้านะครับ ตอนนี้ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีคร้าบบบบ


 “ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”
 หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 31 ส.ค. 2560  ทั้งนี้ เอกสารนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเผยแพร่ทั่วไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวน ชี้นำ หรือ เสนอซื้อ-ขาย หลักทรัพย์ใดๆ  จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็นหรือคำแนะนำในการตัดสินใจการลงทุนทางการเงิน และทางธุรกิจแต่อย่างใดโดยสิ้นเชิง  ผู้ใช้ข้อมูลนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยวิจารณญาณของตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วยตนเอง