เป็นข่าวที่ดังพอตัวเลยนะครับกับคดีฟอกเงิน 1MDB ที่ถือว่าเป็นอาชญากรรมการเงินระดับโลก หลังจากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของอดีตสส. พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีประเด็นพูดถึงคดี 1MDB ของมาเลเซียที่มีการใช้เงินในการสร้างประโยชน์ส่วนบุคคล หรือที่เรียกว่าการฟอกเงิน และมีการอ้างว่าไทยได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จนกลายเป็นกระแส #1MDB ติดเทรนทวิตเตอร์ประเทศไทยในตอนนี้

aomMONEY จึงขอนำประเด็นนี้มาสรุปให้แฟนเพจอ่านอย่างสั้นๆ เพื่อไม่ให้ตกข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ #1MDB ให้ได้เข้าใจกันครับ

  1. "กองทุน 1MDB (1Malaysia Development Berhad)" หรือกองทุุนความมั่นคั่งแห่งชาติของมาเลเซีย ตั้งขึ้นในปี 2552 โดยรัฐบาลของนายนาจิบ ราซัค เพื่อนำเงินมาพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวในการลงทุนโครงการและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในต่างประเทศ
  2. ผ่านไป 6 ปี แต่กองทุนกลับ “สร้างหนี้มหาศาลถึง 3.7 แสนล้านบาท” สาเหตุจากการซื้อทรัพย์สินในด้านพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ แต่แผนการที่จะขายหุ้นพลังงานกลับขาดทุนหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนเริ่มสงสัยและสืบค้นจนพบว่า "นอกจากแผนการขายหุ้นล่มแล้ว กองทุนยังมีซื้อทรัพย์สินจากบริษัทเอกชนในราคาที่สูงเกินจริง"
  3. หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal มีการลงข่าวในช่วงปี 2558 ว่า “มีการพบเงินไหลจากกองทุน 1MDB เข้าบัญชีส่วนตัวนายนาจิบ ราซัค ที่ตอนนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จำนวน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท) และยังมีการสือจากเว็บไซต์ Sarawak Report ว่าเส้นทางการฟอกเงิน 1MDB เงินมีการเดินทางไปอย่างน้อย 6 ประเทศ แล้วถึงวิ่งกลับเข้าบัญชีส่วนตัวของนายนาจิบ"
  4. ข่าวเริ่มแพร่กระจายชาวมาเลเซียเริ่มออกมาประท้วงขับไล่นายนาจิบ แต่ก็ไม่เป็นผล และถูกศาลตัดสินว่าบริสุทธิ์ และรัฐบาลนาจิบยังใช้อำนาจทางการเมืองปลดทั้งอัยการสูงสุด รวมทั้งจัดการเสียงวิจารณ์ โดยปิดสื่อต่างๆ ไม่ให้เปิดโปงเรื่องดังกล่าว จนทำให้ฝ่ายต่อต้านเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนมาในปี 2561 มหาเธร์ โมฮัมหมัด ซึ่งเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับฝ่ายค้าน ได้ใช้ความแค้นของชายมาเลเซีย ร่วมกันโค่นอำนาจทำให้นาย นาจิบ แพ้การเลือกตั้ง
  5. เมื่อนายนาจิบ ตกจากเก้าอี้นายก รัฐบาลมหาเธร์ได้รื้อคดีกลับมาอีกครั้งและตั้งข้อหาการฟอกเงิน นายนาจิบและครอบครัว ถูกสั่งห้ามออกนอกประเทศ พร้อมทั้งถูกยึดทรัพย์มูลค่าราว 273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.9 พันล้านบาท) ซึ่งปัจจุบันก็ยังอยู่ในกระบวนการของชั้นศาล
  6. คดี #1MDB จึงจัดได้ว่าเป็นคดีอาชญากรรมการฟอกเงินครั้งใหญ่ของโลก
  7. ภาพยนตร์เรื่อง “The Wolf of Wall Street” หนังที่เล่าถึงความโกงแทบหมดเรื่อง ความมืดของตลาดหุ้น การหลอกขายหุ้นคุณภาพต่ำ นอกจากนี้เงินทุนที่นำมาทำหนังก็ยังถูกกล่าวหาว่าโกงมาจากกองทุน #1MDB เพราะผู้สร้าง คือ นายริซา อาซิส ลูกเลี้ยงของนายนาจิบ ที่เขาร่วมก่อตั้งบริษัทผลิตภาพยนต์ในฮอลลีวูดที่ชื่อ เรด เกรนิค ฟิคเจอร์

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด มีการประเมินว่ามีเงินหายไปจากบัญชีกองทุน 1MDB ของประเทศมาเลเซีย จำนวนมากกว่าแสนล้านบาท แต่ถึงอย่างไร aomMONEY คิดว่าเราก็ต้องติดตามกันต่อไปครับว่านายนาจิบ ซารัค จะได้รับบทลงโทษอย่างไร

ส่วนรัฐบาลไทยที่ถูกกล่าวหาจะมีเอี่ยวด้วยจะจริงหรือเปล่านั้น คงต้องรอข้อเท็จจริงเปิดเผยออกมาครับ

ก่อนจากกันไปขอเพิ่มเติมเกร็ดความรู้ การฟอกเงิน คือ การนำเงินที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฏหมาย หรือเรียกว่า “เงินสกปรก” มาผ่านกระบวนการอำพรางลักษณะแท้จริงการได้มา เพื่อให้เงินที่ได้มาดูเป็น “เงินสะอาด” ที่ได้รับมาด้วยความสุจริต

ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Website : www.aomMONEY.com
Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH
กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/