สำรวจตัวเอง “คุณอยู่ในวงจรแมงเม่านักลงทุนมือใหม่หรือไม่?”

จากที่ผมได้ไปออกงาน SET in the City 2017 ที่ผ่านมา ก็ได้พูดคุยกับหลายๆคนที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องหุ้น ซึ่งมีนักลงทุนมือใหม่จำนวนมากที่จะพบปัญหาที่ใกล้เคียงกันและยอมรับว่านี่ล่ะ สาเหตุดังกล่าวที่ทำให้เขากลายเป็นแมงเม่าเข้ากองไฟในการลงทุน ผมเลย List ข้อสังเกตออกมาเป็นประเด็นพร้อมมุมมองของผมในการแก้ไขนะครับ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง


มาดูกันว่าใครที่พบเหตุการณ์ในการลงทุนแบบนี้บ้าง


1. เลือกหุ้นผีบอกหรือหุ้นตามกระแส


นักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์แต่เปิดพอร์ตหุ้นแล้ว สิ่งแรกที่มักจะทำก็คือการหาหุ้นมาลงทุน โดยสอบถามคนที่มีประสบการณ์หรือเชื่อได้ว่ามีความรู้มากกว่า เช่น เพื่อนที่เล่นหุ้นมาก่อน บอร์ดที่พูดคุยเรื่องหุ้น เอกสารข่าวสารที่มีการพูดคุยกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ จนได้ตัวอย่างหุ้นมาง่ายๆ


หลายคนพอได้ชื่อหุ้นมาก็ซื้อเลยทันที ด้วยความหวังที่ว่ามันจะขึ้นตามที่คนอื่นบอกๆกันมา แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเราอาจจะไม่ได้โชคดีขนาดนั้น หรืออาจจะโชคดีบางครั้งแต่ไม่ตลอดไป การซื้อหุ้นตามกระแสโดยไม่ได้มีหลักการในการลงทุนนั้นเป็นสิ่งที่อันตรายมากต่อนักลงทุนมือใหม่ 


อย่างผมเนี่ยปกติจะแนะนำให้ทำการบ้านด้วยการดูพื้นฐานของหุ้นที่เราจะซื้อก่อนและดูว่ากลยุทธ์ในการลงทุนของเราจะเป็นในลักษณะใด 



2. ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจซื้อ


เวลาที่เราลงทุนนั้นนอกจากในเรื่องกิจการที่ดี ที่เราจะต้องหา เราเองยังต้องเผชิญหน้ากับราคาหุ้นที่ขึ้นๆ ลงๆ ในตลาดอีกด้วย หลายคนพอเห็นข่าวว่าราคาหุ้นกำลังขึ้น ก็จะแห่กันไปซื้อเพราะมองว่าถ้าไม่ซื้อตอนนี้แล้วมันขึ้นไปอีกจะเสียโอกาส ก็เอาเงินอัดกันเต็มที่เลย แต่อย่างที่บอกนะครับ หุ้นนั้นมันมีความผันผวนในตัวมันเอง มันขึ้นได้ก็ลงได้ และเมื่อใดที่มันลงมาเรื่อยๆ จนทะลุต้นทุนที่เราถืออยู่ พอเราเห็นตัวเลขแดงๆ ในการขาดทุนก็จะรู้สึกเซ็งไม่น้อยเลยทีเดียว


ข้อแนะนำของผมคือ หากมองว่าหุ้นมันดี เราสามารถซื้อได้ แต่ก็ควรจะเปรียบเทียบกับราคาที่จะซื้อก่อนว่ามันควรที่จะซื้อไหม เช่น การดูแนวโน้มของราคาในตลาดเทียบกับผลกำไรที่น่าจะได้ว่าเรายอมรับได้ไหม หรือถ้าไม่แน่ใจเราก็ตัดอารมณ์ไปเลยด้วยการซื้อแบบ DCA เฉลี่ยต้นทุนไป มันอยู่ที่กลยุทธ์ของแต่ละคนที่ต้องศึกษานะ แต่แน่นอนว่าเราต้องมีเหตุผลในการซื้อ ไม่ซื้อตามกระแสที่กำลังจูงเราไป


3. ไม่กล้า Cut Loss การลงทุนที่ผิดพลาด


หลายครั้งเราอาจจะพบว่า เมื่อเราลงทุนไปแล้วหุ้นมันลงเอาๆ ตอนที่ซื้อด้วยความที่เป็นมือใหม่เราอาจจะซื้อเพราะเขาบอกมา แต่พอได้รู้ที่หลังว่าหุ้นมันไม่ได้มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างที่คิด พอเห็นอีกทีก็ขาดทุนไปเยอะแล้ว ตอนนั้นเราจะใช้วิธีคิดที่แสน Classic ว่า “ไม่ขายไม่ขาดทุน” ในมุมมองของผมการไม่ขายไม่ขาดทุนในหุ้นที่ไม่ดีนั้น มันอาจจะทำให้เราจมเงินลงทุนโดยเปล่าประโยชน์และมีโอกาสสูญเสียเงินมากขึ้นถ้าเกิดเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มถดถอย


ข้อแนะนำของผมนะครับ ผมจะมองว่าการซื้อหุ้นก็คือการเป็นเจ้าของธุรกิจ หากเปรียบเทียบกับการที่เขาซื้อของมาขาย ถ้าของที่เราซื้อมามันขายไม่ดีแล้ว เชื่อว่าทุกคนก็คงหาทางลดสต็อก เอาเงินหมุนไปซื้อของที่ขายดีเข้าร้านดีกว่า สำหรับตัวผมเองหากเกิดความผิดพลาด หุ้นไม่ได้โตอย่างที่คิด มีพื้นฐานเปลี่ยนไปจนทำให้ขาดทุน การ Cut Loss เพื่อหาการลงทุนในหุ้นตัวใหม่ที่มีศักยภาพกว่าเดิมก็เป็นวิธีที่ผมจะทำครับ


4. ขายทำกำไรตัวที่ดี ไปถัวตัวที่ไม่ดีให้พังเพิ่ม


เหตุการณ์แบบนี้เจอบ่อยนะครับ เห็นหลายๆ คนเลือกหุ้นตามกระแสมาลงทุนและพบว่าที่เลือกมานั้นมีบางตัวราคาขึ้น บางตัวราคาลง ก็เลยตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาให้พอร์ตการลงทุนมันดูดีกว่าเดิม ด้วยการขายตัวที่ได้กำไรออกมาและนำไปลงทุนเพิ่มในหุ้นที่กำลังอยู่ในช่วงขาดทุนอยู่ โดยมีเหตุผลว่าหากนำไปถัวเฉลี่ยราคาแล้วจะทำให้หุ้นที่ขาดทุนอยู่นั้น มีต้นทุนที่ต่ำลง หากราคาหุ้นกลับพลิกฝื้นก็จะขายทำกำไรออกไปได้อย่างง่ายขึ้น


แต่หลายๆ ครั้งเราอาจจะพบว่าการถัวหุ้นนั้นอาจจะไม่ได้แก้ปัญหาให้กับเราได้ พอเราถัวไปต้นทุนลดลงก็จริง แต่ถ้าราคาหุ้นมันลดลงกว่าเดิมอีก นั่นแปลว่าเรากำลังนำเงินก้อนลงไปติดดอยเพิ่มอีก ซึ่งไม่รู้ว่าจะขายได้เมื่อไหร่ 


ข้อแนะนำของผมก็คือ หากเรามีโอกาสได้ศึกษาเรื่องพื้นฐานการลงทุนของหุ้น แล้วเราพบว่าที่หุ้นมันขึ้นเพราะมันมีเหตุผลในการเติบโตของกิจการที่ดี ในขณะที่อีกตัวในพอร์ตราคาลดลงเพราะกิจการนั้นไม่ดีนัก สิ่งที่เราจะทำก็คือต้องเก็บกิจการที่ดีเอาไว้ และนำเงินออกจากหุ้นที่กิจการไม่ดีมาซื้อในหุ้นที่ดีแทน ก็เหมือนกับการขายของนั่นล่ะ คุณคงไม่ยกเลิกการขายสินค้าที่เป็นตัวขายดีออก แล้วเอาเงินมาถัวต้นทุนสินค้าที่ขายไม่ดีหรอกครับ วิธีคิดของผมมันก็คล้ายๆกันแบบนี้ล่ะ


เรื่องนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ผมได้พูดคุยมากับนักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์การลงทุนมาก และมีปัญหาติดดอย ไม่รู้พื้นฐาน ไม่กล้าคัทลอสหุ้นที่ไม่ดี แต่ไปขายทำกำไรที่ดีมาลงทุนเพิ่มในหุ้นที่ไม่ดีต่อ หากเราทราบแล้วว่า อ่อ ที่ผ่านมาเราลงทุนแบบนี้เองเลยไม่ประสบความสำเร็จ ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้หลายๆคนได้ประโยชน์และได้วิธีคิดในการลงทุนมากขึ้นครับ


สำรวจตัวเอง "คุณอยู่ในวงจรแมงเม่านักลงทุนมือใหม่หรือไม่?"