ก่อนอายุ 60 ปี มีเงินอย่างเดียวไม่พอ..ต้องมีบ้าน!!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่ใช้ในการดำเนินชีวิตของทุกคน และเป็นทรัพย์สินที่ราคามีแต่จะสูงขึ้น ๆ ทุกวัน เราต่างอดทนเก็บเงินในการผ่อนจ่ายเกือบค่อนชีวิต เพราะฉะนั้นในวันที่เรามีแรงทำงานได้ จึงต้องแบกทั้งภาระการงาน การเงิน รวมถึงการสร้างครอบครัวไปพร้อมกัน

แต่หลังเกษียณแล้ว มีบ้านอย่างเดียวก็ไม่ได้..ต้องมีเงินใช้ด้วย!!

บางคนโฟกัสกับปัจจุบันมากกว่า ทุ่มเททั้งเวลาและกำลังที่มีในวัยกลางคนไปกับการทำงาน จนชะล่าใจมองไม่เห็นผลกระทบจากการไม่วางแผนการเงินในระยะยาวสำหรับวัยเกษียณ หรือวางแผนช้าเกินไป หรืออาจคาดการณ์อนาคตได้ไม่ดีพอ อีกทั้งปัจจัยภายนอกจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นตามกาลเวลา สภาพเศรษฐกิจในขณะนั้น รวมถึงภัยธรรมชาติ ฯลฯ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่ยากเกินกว่าเราจะควบคุมได้ แต่ยังมีปัจจัยภายใน อย่างหลักประกันปัจจัย 4 ในชีวิต ทั้งสุขภาพด้านการเงินที่ดีและแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ที่เราสามารถสร้างให้แข็งแกร่งได้ด้วยตัวเอง

ที่อยู่อาศัยที่มั่นคงก็เป็นหนึ่งในหลักประกันการันตีว่าในวัยสูงอายุเราจะมีที่อยู่อาศัยแน่นอน แต่...ถ้ามีแค่บ้านแล้วไม่มีเงินเพียงพอในการดำเนินชีวิต ก็ลำบาก สร้างภาระให้แก่คนรุ่นหลังหรือแย่กว่านั้นหากไม่มีทายาทดูแล คำถามคือ แล้วเราจะหวังพึ่งพาใคร? จะไปเอาเงินจากไหน? เหตุการณ์ทั้งหมดเหล่านี้สามารถหาทางออกได้ง่าย ๆ ด้วยสินเชื่อ “HomeForLife” จากแสนสิริและธนาคารออมสิน ที่ถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์การวางแผนการเงินระยะยาวให้เราในวันนี้ได้

HomeForLife ซื้อบ้านโดยขอสินเชื่อจากธนาคาร..แล้วขายบ้านคืนให้ธนาคาร?

หลักการของสินเชื่อแพ็กเกจ HomeForLife จากแสนสิริและธนาคารออมสิน คือการรวม การกู้สินเชื่อเคหะทั่วไปแบบปกติที่เราต้องเอาบ้านไปเป็นหลักประกันกับธนาคาร แล้วทยอยผ่อนเงินกู้ให้ธนาคารจนกว่าจะครบสัญญา สิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้านถึงจะเป็นของเรา เข้ากับ การกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) ที่เมื่อเราผ่อนบ้านหมดลงแล้ว เราจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านอย่างเต็มตัว ธนาคารจะมาทำการประเมินบ้านในเวลานั้นเพื่อกำหนดวงเงิน การกู้แบบย้อนกลับโดยมีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน จากนั้นธนาคารทยอยจ่ายเงินเป็นงวด ๆ รายเดือน (บำนาญ) สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนเราเองก็ยังคงมีสิทธิ์อาศัยอยู่ในบ้านหรือที่ดินหลังนั้นได้ไปจนกว่าจะครบสัญญา เมื่อธนาคารจ่ายเงินให้เราจนครบแล้วและเจ้าของบ้านได้เสียชีวิตลง บ้านหลังนั้นจึงจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคาร

พูดง่าย ๆ คือ แพ็กเกจ HomeForLife ให้สถานะ “ธนาคารออมสิน” กับ “ตัวเรา”
ผลัดกันเป็น “ผู้กู้” กับ “ผู้ให้กู้” ในแต่ละช่วงเวลานั่นเอง

HomeForLife เหนือกว่าการกู้สินเชื่อทั่วไป

ประโยชน์ของ HomeForLife ที่เด่นชัด คือเราสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในโครงการของแสนสิริได้ง่ายขึ้น (ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม) พร้อมกับอัตราการผ่อนที่น้อยกว่าปกติ ตัวอย่าง วงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระยาวถึง 30 ปี อัตราผ่อนต่องวดเพียง 6,000 บาท

โดยเงื่อนไขของสินเชื่อจะหักเงินต้นออก 10% ก่อนนำไปเข้าโปรแกรมคำนวณงวดผ่อนตามปกติ หมายความว่าเงินต้นของเราลดลงจากเดิม 10% นั่นเอง ทำให้ช่วงเวลาสร้างตัวที่ใคร ๆ ก็ต่างทำงานอย่างหนัก แต่เรากลับใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์อย่างที่ต้องการจะใช้ได้

ขณะเดียวกันก็เป็นก้าวสำคัญสำหรับเตรียมตัวสร้างหลักประกันด้านการเงินหลังเกษียณ ด้วยรายได้ที่จะช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตและเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจนถึงอายุ 85 ปี โดยยังสามารถอยู่อาศัยในบ้านของตัวเองได้อยู่ จึงแน่ใจได้ว่าตัวเราในวันหน้าจะไม่เป็นภาระต่อลูกหลานหรือคนรอบข้าง ซึ่งระหว่างทางก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้กู้หรือทายาทสามารถไถ่ถอนที่อยู่อาศัยนั้นได้ในทุก ๆ ช่วงสัญญาอีกด้วย

เรียกได้ว่าเป็นสินเชื่อที่ทำให้เรามีบ้านควบคู่ไปกับการวางแผนการเงินทั้งในปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคตในแพ็กเกจเดียว โดยเราสามารถใช้ชีวิตแบบไร้กังวลและสร้างชีวิตเพื่อความมั่นคงไปพร้อม ๆ กันได้

กระบวนการของ Reverse Mortgage

เมื่อผู้กู้อายุครบ 60 ปี และผ่อนบ้านจนครบกำหนดชำระปลอดภาระหนี้แล้ว ธนาคารจะทำการประเมินราคาบ้าน ณ ขณะนั้น เพื่อใช้วางเป็นหลักประกันกับธนาคารออมสินเพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้ โดยเรายังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยนั้นอยู่ โดยระยะเวลาสัญญาขึ้นอยู่กับอายุของผู้กู้ ซึ่งสูงสุด 25 ปี และมีวงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท (กรณีเป็นห้องชุดจะได้วงเงินไม่เกิน 60% ของราคาประเมิน / กรณีเป็นอาคารพร้อมที่ดินจะได้วงเงินถึง 60 - 70% ของราคาประเมิน)

แต่หากผู้กู้อายุครบ 60 ปี แต่ผ่อนสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิมไม่ครบ (บ้านยังไม่ปลอดภาระหนี้) สามารถเข้าสู่กระบวนการ Reverse Mortgage แล้วขอเบิกเงินงวดแรก 10% จากธนาคารออมสินเพื่อนำไปปิดบัญชีสินเชื่อที่เหลืออยู่ได้ด้วย จากนั้นธนาคารจะจ่ายเงินให้ตามวงเงินกู้ที่อนุมัติ

ตัวอย่าง วงเงินกู้ 1 ล้านบาท ธนาคารจะจ่ายเงินงวดแรกให้ 100,000 บาท ต่อด้วยรายเดือน 1,500 - 14,500 บาท (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการกู้จะได้รับเงินกี่งวด) จนครบตามสัญญา

ส่วนกรณีสัญญาสิ้นสุดจะเกิดได้ 2 กรณี คือ

1. ผู้กู้มีชีวิตครบตามเวลาที่ระบุในสัญญา จะสามารถเลือกได้ 3 แนวทาง

1.1 ผู้กู้สามารถอาศัยอยู่ในบ้านต่อไปโดยไม่ได้รับเงินต่อจนเสียชีวิต

1.2 ผู้กู้ทำเรื่องขอกู้เพิ่มจากธนาคาร

1.3 ผู้กู้หรือทายาทสามารถนำเงินมาไถ่บ้านคืน

2. ผู้กู้เสียชีวิตก่อนเวลาที่ระบุในสัญญา จะสามารถเลือกได้ 2 แนวทาง

2.1 ทายาทสามารถนำเงินมาไถ่บ้านคืนจากธนาคาร

2.2 ทายาทเลือกยกบ้านหลังนั้นให้เป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคาร แล้วธนาคารนำขายทอดตลาด

ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-299-8000 ต่อ 211170-72

สรุป

ชีวิตหลังวัยเกษียณเรามีเวลาเตรียมตัวทั้งชีวิต อย่าปล่อยให้ถึงวินาทีสุดท้าย สินเชื่อ “HomeForLife” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนวัยทำงานรุ่นใหม่ที่วางแผนการเงินระยะยาว เพื่อเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย สร้างความมั่นคงให้กับตัวเองและครอบครัว รวมถึงวางแผนการใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ กรณีที่ไม่มีเงินบำนาญ, ไม่มีสวัสดิการ หรือมีเงินสะสมไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตขณะนั้น สามารถเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบครองอยู่เป็นเงินสดสำหรับใช้จ่ายในวัยเกษียณ พึ่งพาตัวเองได้ไม่เป็นภาระกับครอบครัวหรือคนรุ่นหลัง

บทความนี้เป็น Advertorial