ในการลงทุนทุกวันนี้ เราเจอความผันผวนได้เสมอ เรียกได้ว่าเป็นของคู่กันประมาณว่า ซื้อ 1 แถม 1 เลยครับ (แต่จริง ๆ แล้วเราไม่ค่อยต้องการความผันผวน เท่าไหร่…. แถมมาทำไมเนี้ย)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีนี้ที่ตลาดหุ้นไทยดูจะ ผันผวนมากกว่าปกติ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ดูเหมือนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง การเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในปีที่แล้ว และอีกสารพัดความเสี่ยงที่จะต้องเจอในปีนี้ทั้งปี แถมตลาดหุ้นทั่วโลกปีนี้ก็ผันผวน จะไปลงทุนที่ไหนก็ดูไม่ปลอดภัย

หลายท่านก็มีคำถามมาหาผมว่า เราจะจัดการกับความเสี่ยงนี้อย่างไรดี ?

แน่นอนว่าการจัดการกับความเสี่ยงที่ดีก็คือ “การจัดพอร์ทการลงทุนที่ดี มีการกระจายสินทรัพย์อย่างถูกต้อง” และ “มีการเตรียมเงินฉุกเฉินให้พอเพียงก่อนการลงทุน”

โดยเงินฉุกเฉินที่นักวางแผนการเงินทั่วไปแนะนำคือ ประมาณ 3-6 เท่าของรายได้ต่อเดือน หรือท่านไหนที่จะมีมากกว่านี้ก็ไม่ว่ากันนะครับ ยิ่งมากก็ยิ่งดี แต่เราเองก็ไม่ควรที่จะละเลยเงินก้อนนี้แบบ ทิ้งขว้าง หรือ ไม่ใส่ใจมัน ปล่อยไว้ในบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยค่อนข้างที่จะต่ำ แบบว่าโดนเงินเฟ้อกลืนกินเสียหมด ดังนั้นเราเองก็ควรที่จะหาที่เก็บเงินฉุกเฉินก้อนนี้ ไว้ในที่ ๆ ปลอดภัย สะดวก ใช้ง่าย และได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าอีกด้วยครับ

ดังนั้นวันนี้ผมจะมาเล่าถึงวิธีการเก็บเงินฉุกเฉินที่ผมว่าน่าสนใจ และได้ทดลองทำแล้วคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน รวมถึง ผู้ที่จะเริ่มเก็บเงินกันครับ ซึ่งทางเลือกที่ผมใช้ในปัจจุบันก็คือ บัญชี ME จาก ME by TMB

เรามาดูกันครับว่าทำไมถึงน่าสนใจ

ME เป็นบัญชีเงินฝากที่ให้อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง จุดที่น่าสนใจของ บัญชี ME  ก็คือ ได้อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเงินฝากออมทรัพย์ธรรมดาแบบอื่นครับ และอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างที่จะคงที่ โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.00% ต่อปี แต่ถ้าเรามีการฝากเงินมากกว่าถอนเงินในแต่ละเดือนจะได้รับดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 2.55% ต่อปี จะเห็นได้ว่ามีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่า กองทุนตลาดเงิน ณ ปัจจุบัน แต่ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับอาจแตกต่างไปจากอัตราที่กล่าวถึงข้างต้น โดยขึ้นอยู่กับการจัดโปรแกรมส่งเสริมการขายของธนาคารในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งรายละเอียดเรื่องการคิดอัตราดอกเบี้ยเราสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ https://www.mebytmb.com/newrate

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ไม่มีขั้นต่ำในการ ฝาก-ถอน และ สามารถทำธุรกรรมเมื่อไหร่ก็ได้ (ไม่มีวันหยุด)
  • ความถี่ในการรับดอกเบี้ย : ปีละ 2 ครั้ง คือ ทุกสิ้นเดือนมิถุนายน และธันวาคมของทุกปี
  • การฝากเงิน สามารถทำได้โดยการโอนเงินเข้าผ่าน Internet Banking, เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือจากตู้ฝากเงินสดอัตโนมัติ (ADM) จากธนาคารไหนก็ได้ เหมือนกับการโอนเงินเข้าบัญชีทั่วไป
  • โอนเงินเข้า-ออก ระหว่างบัญชี ME ไป TMB : ไม่มีค่าธรรมเนียม  
  • การโอนเงินออกจากบัญชี ME ไปบัญชีต่างธนาคาร จะฟรีค่าธรรมเนียม 2 ครั้งแรกต่อเดือน ถ้าเลือกโอนแบบวันถัดไป (รายละเอียดอื่น ๆ สอบถามได้ที่ 02-502-0000 นะครับ หรือ ที่เว็บไซต์ของ ME By TMB )

ซึ่ง บัญชี ME ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีในการเก็บเงินครับ ท่านไหนที่เป็นพนักงานเงินเดือน จะเอาบัญชีนี้เป็นบัญชีที่รับเงินเดือนก็ สามารถทำได้เช่นกันครับ ทำให้เราได้รับดอกเบี้ยตั้งแต่วันแรกที่ฝากเงินด้วย และถ้าเป็นคนที่วางแผนการใช้เงินเป็นอย่างดี และใช้  internet อยู่เป็นประจำละก็ ดอกเบี้ยที่ได้รับนั้นจะค่อนข้างคุ้มค่าทีเดียวครับ หากใครสนใจจะเปิดบัญชี ME ก็สามารถเข้าไปที่สาขาได้เลยครับ หรือว่าจะเปิดบัญชีผ่านเว็บไซต์ก็ได้ครับ

พอมาถึงตอนนี้ ผมขอเล่าให้ฟังถึงความสำคัญของเงินฉุกเฉิน หรือเงินเก็บเพิ่มเติมหน่อยนะครับ การที่เรามีการวางแผนเงินฉุกเฉินได้ดี รวมถึงมีกระแสเงินสดที่เพียงพอ จะทำให้เราลงทุนได้ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะว่า การลงทุนนั้นจะมีความผันผวน หรือความเสี่ยงอยู่ แต่ถ้าเราลงทุนได้นาน ๆ ความเสี่ยงจะลดลงไป ดังนั้นการมีเงินฉุกเฉินจะทำให้เราลงทุนระยะยาวได้นานขึ้นนั่นเอง

เศรษฐีหลาย ๆ คนที่ร่ำรวยจากการลงทุนนั้น ส่วนใหญ่มาจากการบริหารกระแสเงินสดได้ดีครับ ดังนั้นถ้าเรารู้จักการบริหารเงินที่ดีแล้ว ก็ย่อมจะทำให้การเงิน และการลงทุนของเราประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลยครับ

บัญชี ME นั้นเหมาะกับมนุษย์เงินเดือนหรือผู้ที่ต้องการสร้างวินัยในการเก็บออม วางแผนเงินฉุกเฉิน หรือ บริหารกระแสเงินสด เพื่อที่ว่าภายภาคหน้าจะนำมาลงทุน หรือ ทำกิจการส่วนตัวครับ อีกทั้งยังสะดวกในการทำธุรกรรมออนไลน์สำหรับชาวโซเชี่ยลทั้งหลายครับ

แต่จริง ๆ ก็ไม่ต้องคิดมากกันนะครับ การเก็บเงินก็ไม่ได้เป็นหลักการตายตัวอะไร ท่านไหนถนัด แบบไหนก็เลือกวิธีเก็บเงินแบบนั้นน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับ แต่อย่างน้อย ๆ ก็เก็บในที่ที่ปลอดภัยไว้ใจได้ รวมถึงมีผลตอบแทนที่เรารับได้ก็พอ สุดท้ายนี้ ผมแนะนำว่าให้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันด้วยนะครับ ยิ่งเราได้รายละเอียดมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อเรามากเท่านั้นครับ ส่วนวันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

บทความนี้เป็นบทความ Advertorial