ปี 2015 ไทยถูกองค์การอนามัยโลกจัดให้มีอัตราการสูญเสียชีวิตบนท้องถนนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศลิเบีย จากการสำรวจทั้งหมด 180 ประเทศ เฉลี่ยแล้วทุกๆ ปีมีการเสียชีวิตบนท้องถนนในประเทศไทยประมาณ 24,000 รายต่อปี หรือประมาณ 66 รายต่อวัน

แบ่งเป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ทั้งแบบ 3 ล้อและ 2 ล้อในสัดส่วนร้อยละ 73 ขณะที่อีกร้อยละ 27 เป็นอุบัติเหตุจากรถยนต์ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอัตราการตายหรือเสียชีวิตบนท้องถนนสูงซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดชั้นดีว่าทำไมการทำประกันภัยสำหรับผู้ขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนจึงสำคัญและจำเป็น

การทำประกันภัยนั้นเป็นการวางแผนเพื่อป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่เรื่องภาระทางการเงิน แต่เป็นการแบ่งเบาภาระในค่าใช้จ่ายหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเราจะประสบอุบัติเหตุเมื่อใด แต่เราสามารถป้องกันหรือบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

ประกันภัยรถยนต์มีความแตกต่างกันอย่างไรแต่ละประเภทเหมาะสมกับผู้ทำประกันแบบใดบ้าง

ถ้าเราจำแนกประกันภัยรถยนต์ออกมา เราจะพบว่ามีการจัดลำดับชั้นของการประกันภัยรถยนต์เพื่อตอบโจทย์ผู้ทำประกันภัยได้อย่างหลากหลาย และสามารถแบ่งประเภทให้เข้าใจได้อย่างชัดเจน ซึ่งเราสามารถแบ่งรูปแบบที่ผู้คนนิยมทำประกันภัยได้ออกเป็น 5 รูปแบบ คือ

  • ประกันชั้น 1 
  • ประกันชั้น 2+
  • ประกันชั้น 2 
  • ประกันชั้น 3 
  • ประกันชั้น 3+  

*เงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละบริษัทกำหนด* จากตารางการเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 2, ชั้น 3 และชั้น 3+ ข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าการประกันภัยรถยนต์แต่ละรูปแบบแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ต้องการทำประกัน เบี้ยประกันที่สามารถจ่ายได้ รวมถึงอายุการใช้งานของรถก็เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดสิทธิประโยชน์ที่ผู้ทำประกันภัยจะได้รับ

  • ประกันภัยชั้น 1 นั้นสำหรับรถที่มีการใช้งานไม่เกิน 7 ปี คุ้มครองครอบคลุมทั้งความรับผิดต่อบุคคลภายนอกซึ่งรวมถึงทรัพย์สินด้วย คุ้มครองแม้ว่าไม่มีคู่กรณี กระจกแตก ตลอดจนรถถูกไฟไหม้ สูญหาย และเสียหายจากภัยธรรมชาติ 
  • ขณะที่ ประกันภัยชั้น 2+ นั้นเหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีการใช้งานเกิน 7 ปีและไม่เกิน 15 ปี สำหรับประกันภัยชั้น 2+ นี้แตกต่างกับประกันภัยชั้น 1 แค่เพียงอายุการใช้งานของรถที่มากกว่า และความครองคุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีและกระจกรถยนต์แตกเท่านั้น 
  • ขณะที่ประกันชั้น 3+ เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีการใช้งานอายุไม่เกิน 30 ปี คุ้มครองแค่เพียงความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและทรัพย์สิน รวมถึงบริการรถยก 24 ชั่วโมงเท่านั้น 
  • ส่วนประกันชั้น 2 นั้น การให้ความคุ้มครองกรณีที่รถยนต์ที่เอาประกันเกิดความเสียหายจากไฟไหม้ สูญหาย นั้นมีเงื่อนไขที่ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท เช่น ให้ความคุ้มครองแต่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเพื่อป้องกันตรงส่วนนี้เพิ่ม ขณะที่ประกันภัยจากธรรมชาติเช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ส่วนใหญ่จะไม่ให้ความคุ้มครอง
  • ขณะที่ประกันชั้น 3 ให้ความคุ้มครองด้านความรับผิดต่อบุคคลภายนอกซึ่งรวมถึงทรัพย์สินเท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทที่เราเลือกทำประกันก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ประกันภัยด้วยเช่นกัน หากเทียบผลประโยชน์ที่ได้รับ บริษัท A อาจให้สิทธิประโยชน์ และตอบโจทย์ในการใช้งานรถได้มากกว่าบริษัท B ดังนั้นผู้ประกันภัยจำเป็นต้องศึกษาเงื่อนไขและผลประโยชน์จากการทำประกันภัยให้ละเอียดเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งประกันภัยชั้น 1 และชั้น 2+ นั้นจะมีความแตกต่างกันไม่มากนัก ที่แตกต่างชัดเจนคืออายุการใช้งานของรถที่ผู้ทำประกันครอบครองอยู่ 

วันนี้เรามีตัวอย่างการประกันภัยชั้น 2+ ใหม่ หรือประกันชั้น 2++ ที่น่าสนใจจากบริษัท ไดเร็คเอเชีย (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นนายหน้าประกันภัยดำเนินธุรกิจภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มาเปรียบเทียบให้ดูความคุ้มครองจากประกันภัยชั้น 2+ ร่วมกับแบรนด์อื่น โดยมีทุนประกันอยู่ที่ 200,000 บาท ดังนี้

TOYOTA / ALTIS / 2.0 / ปี 2013: มูลค่าของรถปัจจุบันคือ 440,000 บาท

ข้อมูลจากตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ชั้น 2++ ของบริษัท ไดเร็คเอเชีย (ประเทศไทย) กับบริษัทอื่นอีก 4 แห่ง โดยมีทุนประกันอยู่ที่ 200,000 บาท สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 15 ปี พบว่า ประกันรถยนต์ชั้น 2++ DirectAsia มีความแตกต่างและความโดดเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ผู้ทำประกันภัยสามารถเลือกทุนประกันและเบี้ยประกันได้ มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ตายตัว โดยทุนประกันสามารถเลือกได้ตั้งแต่ 150,000 บาท - 350,000 บาท* โดยคำนวณจากลักษณะการใช้รถ สามารถโทรเช็คเบี้ยได้ที่เบอร์ 02-767-7777 มีพนักงานรอรับสายเพื่อให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน
  • *ทุนประกันภัยที่เลือกซื้ออยู่ระหว่าง 150,000 - 350,000 บาท ขึ้นอยู่กับราคารถ ณ วันทำประกันภัย
  • มูลค่าของเบี้ยประกันนั้นขึ้นอยู่กับผู้ทำประกัน ทำให้สามารถเลือกซ่อมอู่หรือศูนย์บริการได้ตามความต้องการ 
  • จุดเด่นที่เป็นจุดแข็งของ DirectAsia คือ เมื่อเกิดความเสียหายกับรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการสูญหายหรือไฟไหม้ สามารถให้ความคุ้มครองได้ 2 เท่า ! ของวงเงินคุ้มครอง แต่ไม่เกินมูลค่ารถ 
  • สำหรับกรณีนี้ ทุนประกันที่เลือกอยู่ที่ 200,000 บาท และรถมีมูลค่า 440,000 บาท เมื่อรถถูกไฟไหม้หรือสูญหาย จะได้รับความคุ้มครอง 2 เท่าของทุนประกัน = 200,000 x 2 เท่า = 400,000 บาท ซึ่งจะมีมูลค่าไม่เกินมูลค่ารถ และความคุ้มครองที่ได้เหมือนเทียบเท่ากับได้รถกลับมาทั้งคันอีกด้วย 

สำหรับประกันภัยชั้น 2+ ของ DirectAsia นี้แตกต่างกับประกันภัยชั้น 1 แค่เพียงอายุการใช้งานของรถที่มากกว่า และไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีและไม่คุ้มครองหากกระจกรถยนต์แตกเท่านั้น  นอกนั้น ถือว่าความคุ้มครองของชั้น 2+ นี้มีความคุ้มครองเทียบเท่าประกันภัยชั้น 1 ค่อนข้างมาก 

ถ้าเราเป็นคนขับดีอยู่แล้ว ประกันชั้น 2+ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการประหยัดเงินเพราะจ่ายเบี้ยถูกกว่าชั้น 1 แต่ความคุ้มครองแทบไม่ต่างกัน 

ท่านใดสนใจทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 2++ ใหม่จาก DirectAsia สามารถโทรเช็คเบี้ยง่ายๆ ได้ที่ 02-767-7777 ที่พร้อมตอบรับทุกปัญหาและข้อสงสัยของลูกค้าทุกวันจันทร์-ศุกร์: เวลา 08.00 - 20.30 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 - 18.00 น. หรือที่ rename.ly/aommoney-da-2plus-2

บทความนี้เป็น Advertorial