"เดี๋ยวหุ้นจะขึ้นไหม?" ทำไมกูรูและเซียนหลายๆคนถึงตอบไม่ได้?

 

 

บทความนี้เขียนโดยนักลงทุนที่ดูพื้นฐานระยะยาวนะครับ อาจจะมีมุมมองต่างจากคนอื่นที่มีวัตถุประสงค์การลงทุนต่างกันได้

เชื่อไหมครับว่านักลงทุนทุกคนที่เป็นมือใหม่มักจะมองว่าบรรดามือเก๋าๆหรือเซียนนี่เขาเทพมากๆ ถ้าเล่นหุ้นตามพวกเขาสงสัยจะรวยแน่เลย มันก็เลยต้องมีความพยายามเข้าไปตีซี้กันหน่อยแล้วถามเขาว่าเขาซื้อหุ้นตัวไหน ซื้อเสร็จแล้วหุ้นขึ้นจะได้ขาย รวยๆๆๆๆ และคำถามยอดฮิตที่เขาจะถามกันทุกว๊านนนทุกวัน ก็เห็นจะไม่พ้นการให้คาดคะเนว่าหุ้นจะขึ้นไหม?

 

"ซื้อแล้วจะขึ้นไหม?"

"เปิดตลาดมาจะขึ้นไหม?"

"บ่ายนี้จะขึ้นไหม?"

"พรุ่งนี้จะขึ้นไหม?"

เอาล่ะ ผมจะขออธิบายในมุมของผมนะครับว่าทำไมผมถึงตอบไม่ได้ และหลายๆคนก็ตอบไม่ได้ ไม่ได้จริงๆนะ ผมไม่ได้กั๊กเลยอ่ะ คือมันไม่รู้จริงๆก็เลยตอบไม่ได้ มาดูภาพข้างล่างนี้นะครับ สมมติราคาหุ้นก่อนเปิดตลาดเนี่ย มัน 10 บาท สิ่งที่ผมรู้ก็คือ... มันเป็น จุดแบบนี้อ่ะ ซึ่งมีทางเลือกแค่ 2 ทาง  ไม่ขึ้นก็ลง เวลาใครถามว่าหุ้นจะขึ้นไหมผมเลยจะตอบว่า โอ้วววว ถ้ารู้ก็รวยไปแล้ว

 

"เดี๋ยวหุ้นจะขึ้นไหม?" ทำไมกูรูและเซียนหลายๆคนถึงตอบไม่ได้?

 

มันจะขึ้นหรือมันจะลงเนี่ย ตอบไม่ได้เลย ไม่ได้กวนจริงๆนะ ผมทำนายไม่ได้ แต่ถ้าใครเล่นในสาย Technical ลองไปถามเพจ Daddytrader แล้วกันว่าพี่เขามองยังไง มองออกไหมว่าจะขึ้นหรือจะลง สิ่งที่จะบอกได้ก็คือ ถ้ามันมีคนซื้ออ่ะ ยังไงมันก็ขึ้น แต่ถ้าคนขายมากๆมันก็ต้องลงเป็นธรรมดา แต่ผมไม่รู้นะว่าวันนั้นคนจะซื้อหรือจะขาย มันคืออารมณ์ล้านๆเลย

 

ทีนี้ถ้าผมมองในระดับราย 3 เดือนล่ะ? 

 อันนี้เอามาจากหุ้นตัวหนึ่งจากเวปหุ้นปันผลนะครับ"เดี๋ยวหุ้นจะขึ้นไหม?" ทำไมกูรูและเซียนหลายๆคนถึงตอบไม่ได้?

ในมุมมอง 3 เดือนก็รู้สึกสั้นไปมากๆเหมือนนะครับว่าอนาคตมันจะขึ้นหรือจะลง อยู่ๆมันอาจจะลงแบบ 100 จุดเหมือนช่วงเดือนธันวาคม 2557  ก็ได้นะ 3 เดือนมันเป็นระยะที่ทองได้กว้างกว่าระดับ นาที วินาที แต่แนวโน้มทั้งหลายผมยังมองว่าอารมณ์ที่มาจับจ้องการซื้อขายก็ยังเป็นปัจจัยหลักอยู่ดี

 

แล้วถ้าเรามองกว้างกว่านั้นล่ะครับ ลองมองที่มุม 1 ปีไหม?

"เดี๋ยวหุ้นจะขึ้นไหม?" ทำไมกูรูและเซียนหลายๆคนถึงตอบไม่ได้?

 

พอเราเห็น 1 ปี มันก็อาจจะมีโอกาสขึ้นหรือลงได้เหมือนกันนะ แต่หุ้นที่ขยับขึ้นมาในระดับกรอบการลงทุน 1 ปีเนี่ย มันจะต่างกับการลงทุนรายวันแล้วเพราะเราเห็นได้ว่าแนวโน้วของปีนั้นเป็นยังไง ภาพของอารมณ์ระยะสั้นที่แกว่งไปมาก็จะแปลงร่างเป็นภาพเทรนระดับ 1 ปี จริงๆสิ่งที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องในระยะยาวมันคือเรื่องความคาดหวังจากผลประกอบการที่เกิดขึ้นแล้วล่ะ ถ้าปีนั้นกิจการดี เติบโต มีกำไรมากขึ้น ความคาดหวังก็จะมากขึ้น ยิ่งเศรษฐกิจดียิ่งหนุนด้วย ราคาและความคาดหวังก็จะทำให้หุ้นปรับตัวสูงขึ้น แต่ถ้าเศรษฐกิจชลอๆ กิจการกำไรไม่ได้โตขึ้นมาก มันก็จะทรงๆใน 1 ปีแบบ ขึ้นๆลงๆในภาพที่มันควรเป็นนั่นล่ะ ยกเว้นมีข่าวดีข่าวร้ายมาก็ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงมากขึ้นได้

 

มาลองดูภาพ 5 ปี

 

"เดี๋ยวหุ้นจะขึ้นไหม?" ทำไมกูรูและเซียนหลายๆคนถึงตอบไม่ได้?

 

ดูในภาพ 5 ปีจากหุ้นตัวนี้แล้ว จะเห็นได้ว่า แนวโน้มก็เหมือนจะเป็นขาขึ้นด้วยล่ะ อย่างที่บอกล่ะว่าถ้าเรามองแบบสั้นมากๆ มันจะเป็นเรื่องของอารมณ์ซื้อขาย แต่ถ้าเรามามองในระยะที่ยาวขึ้นมันจะเห็นแนวโน้มของราคาได้ ซึ่งราคามันก็ขึ้นมาจากพื้นฐานของธุรกิจที่โตขึ้น 5 ปีที่ผ่านมา ถ้าเราไปดูในงบการเงินจะพบว่าบริษัทนี้อาจจะมีการสร้างผลกำไรที่เติบโตสูงขึ้น ปัญหามันจะขึ้นต่ออีกไหม? มันก็ต้องกลับไปดูที่ พื้นฐานและความคาดหวังในช่วงเวลานั้นๆและทำนายอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร

 

"เดี๋ยวหุ้นจะขึ้นไหม?" ทำไมกูรูและเซียนหลายๆคนถึงตอบไม่ได้?

 

 

มองสั้นๆ = อารมณ์ของตลาดเป็นปัจจัยสำคัญ (ไม่มีใครรู้หรอกขึ้นหรือลง ทุกคนรับความเสี่ยงกันทั้งนั้น)

มองยาวๆ = พื้นฐานของธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญ (หากเรามีความรู้ที่มากพอก็อาจจะลดความเสี่ยงจากการคาดเดาของกิจการนั้นๆได้)

 

ถ้าหุ้นมีทิศทางในระยะยาวค่อนข้างดี สิ่งที่ผมจะดูก็คือ พื้นฐานมันเป็นอย่างไรบ้าง มันมีแผนการดำเนินธุรกิจอย่างไรต่อและแนวโน้มความสำเร็จจะเกิดขึ้นมากกว่าเดิมไหม ตัวอย่างคำถามง่ายๆคือ

1. ธุรกิจตัวนี้จะมีสินค้าและความต้องการในอนาคตอีกไหม เพิ่มขึ้นใหม่ เป็นเทรนอีกหลายปีไหม ไม่ใช่ปีหน้าก็ตกยุคแล้ว

2. มันมีกำไรมากขึ้นไหมนะ ถ้ามีกำไรมากขึ้น มันก็ควรจะได้รับเงินสดมาลงทุนเพิ่มหรือปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้สิ

3. แล้วถ้าคนมาแข่งขันในธุรกิจนี้ มาแย่งส่วนแบ่งการตลาดจะทำได้ง่ายหรือยาก อันนี้ขึ้นอยู่กับภาพรวมอุตสาหกรรมและตัวธุรกิจเอง

4. เราอาจจะใช้เหตุผลอื่นๆเป็นปัจจัยเพิ่มเติมเพื่อมองข้อดีข้อเสียครับ

 

พอมันเป็นยาวๆแบบนี้มันก็อาจจะพอเดาออกได้บ้างว่าธุรกิจนี้ "น่าจะขึ้นต่อ" แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนก็มีความเสี่ยงใช่ไหมครับ น่าจะไปต่อไม่ได้หมายความว่าจะไปต่อเสมอไปก็ได้ อาจจะขาดทุนในอนาคตก็ได้ เราต้องไปดูที่พื้นฐานธุรกิจ มุมมองการคาดการและความเสี่ยง อยู่ๆหุ้นอาจจะพื้นฐานเปลี่ยนขึ้นมาเฉยๆจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงก็ได้ 

โดยสรุปของบทความนี้ สิ่งที่ผมจะบอกก็คือ

  • ในระยะสั้นมันมีความผันผวนมาก กูรูหลายคนที่มองพื้นฐานอาจจะบอกไม่ได้หรอกว่าหุ้นจะขึ้นหรือจะลง แต่ผมก็เคยกับ DaddyTrader นะ เขาเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันจะขึ้นหรือจะลง เขาจะตอบสั้นๆว่า "ด้วย Pattern นี้ นะจะ....." แล้วตามด้วยคำว่า "ถ้าไมä

Related Story