ใกล้สิ้นปีเราก็จะเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองมีรายได้ทั้งหมดประมาณเท่าไหร่ และต้องเสียภาษีประมาณกี่บาท จากนั้นก็หาตัวช่วยอะไรก็ได้ที่ทำให้เราจ่ายภาษีลดลงเท่านั้น มันเป็นวิธีพื้นฐานทั่วไป แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าการลดหย่อนภาษีของเราในปีนี้ ตอบโจทย์เป้าหมายการเงินอื่นๆให้สำเร็จไปพร้อมกัน เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัวกันเลยทีเดียว


บทความนี้จะเขียนมุมมองของค่าลดหย่อนเบี้ยประกันที่ทำได้มากกว่าการลดหย่อนภาษี เริ่มจากความรู้เบื้องต้นเพื่อเตรียมคำนวณภาษี ประโยชน์หลายต่อที่เกิดจากการนำประกันมาลดหย่อนภาษี สุดท้ายเปรียบเทียบก่อนและหลังวางแผนว่า เราจ่ายภาษีลดลงเท่าไหร่?


เบี้ยประกัน ทำได้มากกว่า "ลดหย่อนภาษี" พร้อมขั้นตอนคำนวณภาษีฉบับสายย่อ


ขั้นตอนคำนวณภาษี ฉบับสายย่อ 

รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ (นำไปคำนวณภาษี)

1. รายได้กับค่าใช้จ่าย (ช่องสีเขียวกับสีส้ม)
จะอยู่คู่กันตลอดๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เริ่มจากเราก็สำรวจตัวเองว่ามีรายได้ประเภทไหนบ้าง 40 (1) - (8) ก็ใส่ตัวเลขลงไป แล้วก็ดูว่ารายได้แต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ เช่น

  • เรามีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว

    • 40(1) หักค่าใช้จ่ายได้แบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

  • เรามีรายได้หลายทาง คือ เงินเดือน ฟรีแลนซ์และขายของออนไลน์ การหักค่าใช้จ่ายได้ 2 ส่วน คือ

    • เงินเดือน 40(1) และฟรีแลนซ์ 40(2) รายได้รวมกันหักค่าใช้จ่ายได้แบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

    • ขายของออนไลน์ 40(8) หักค่าใช้จ่ายได้แบบเหมา 60% หรือหักตามจริง (เราเลือกได้ว่าจะหักค่าใช้จ่ายแบบไหน ถ้าหักตามจริงเราจะต้องมีใบเสร็จรายจ่ายครบทุกใบ แต่ถ้ามีไม่ครบก็เลือกแบบเหมา 60% สบายกว่าจ้า)


2. ค่าลดหย่อน (ช่องสีชมพู) 

จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงทุกปี เราควรติดตามข่าวเรื่องนี้ด้วยว่าปีนี้มีรายการลดหย่อนอะไรเพิ่มมาบ้าง มีเงื่อนไขอย่างไร อ่านทำความเข้าใจแล้วค่อยเลือกใช้ ซึ่งค่าลดหย่อนนี่เองที่เป็นตัวช่วย ทำให้เราจ่ายภาษีลดลง


3. เงินได้สุทธิ 

หลังจากที่เราได้ตัวเลขรายได้ ลบ ค่าใช้จ่าย ลบ ค่าลดหย่อน สุดท้ายเหลือเป็นตัวเลข “เงินได้สุทธิ” แล้วนำมาเข้าตารางคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายต่อไป 


เราพักเรื่องการคำนวณภาษีไว้แป๊บนึง เพราะจะจัดเต็มให้ช่วงท้าย…


ตอนนี้เรารู้แล้วว่า “ค่าลดหย่อน” ทำให้เราจ่ายภาษีลดลงได้ ซึ่งมีค่าลดหย่อนภาษีวิธีหนึ่งที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวได้รับประโยชน์หลายๆอย่าง ทั้งการประหยัดภาษีในระยะสั้นและตอบโจทย์เป้าหมายการเงินในระยะยาวไปพร้อมกัน นั่นคือ ค่าลดหย่อนประกันชีวิตและประกันสุขภาพ”


เบี้ยประกัน ทำได้มากกว่า "ลดหย่อนภาษี" พร้อมขั้นตอนคำนวณภาษีฉบับสายย่อ


ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ 

การใช้ประกันลดหย่อนภาษี แบ่งออกเป็น 3 แบบ

1. จ่ายตามจริงสูงสุด 15,000 บาท

  • การลดหย่อน : ถ้าเราจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้พ่อแม่ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยที่พ่อแม่ต้องมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท

  • ประโยชน์ : สร้างหลักประกันสุขภาพให้พ่อแม่ หากเจ็บป่วยจะได้มีเงินจากประกันมาช่วยบรรเทาค่าใช้จ่าย

2. รวมกันสูงสุด 100,000 บาท

  • การลดหย่อน : รวมเบี้ยประกัน แบบนี้ไม่เกิน 100,000 บาท

    • ประกันชีวิตแบบทั่วไป ที่มีความคุ้มครองเกิน 10 ปีขึ้นไป

    • เงินฝากแบบมีประกันชีวิต

    • ประกันสุขภาพตนเอง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

  • ประโยชน์ :

    • สร้างความคุ้มครองทางด้านสุขภาพให้ตนเอง จะได้ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายให้คนในครอบครัวและไม่ต้องกู้ยืมเงิน มาใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล

    • แผนฉุกเฉินหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ในกรณีที่เป็นโรคร้ายแรง ค่ารักษาพยาบาล หรือเสียชีวิตกะทันหัน เงินก้อนจากประกันชีวิตจะเข้ามาบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้นได้ เช่น ค่าใช้จ่ายในครอบครัว  ภาระหนี้สินการผ่อนบ้าน(รถ) ฯลฯ


3. สูงสุด 200,000 บาท

  • การลดหย่อน :

    • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี 

    • ถ้ารวมกับ RMF , กบข., กอช., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ , กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

  • ประโยชน์ :

    • รู้จำนวนเงินที่แน่นอนว่าหลังเกษียณเราจะมีใช้เดือนละหรือปีละเท่าไหร่

    • หากทำประกันไปแล้ว แต่อยู่ไม่ถึงวัยเกษียณ เงินที่เก็บไว้นี้ก็จะกลายเป็นทุนให้ครอบครัวไปตั้งตัวหรือปลดภาระหนี้สินให้เบาลงได้

    • หากรับเงินบำนาญจากประกันได้ไม่กี่ปี แล้วเสียชีวิต เงินที่ยังไม่ได้รับส่วนที่เหลือก็จะรวมกันเป็นเงินก้อน กลายเป็นมรดกให้กับลูกหลานต่อไป

“ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ” เป็นวิธีการลดหย่อนภาษีที่เป็นได้มากกว่าการประหยัดภาษี เพราะทำให้เราไปถึงเป้าหมายการเงินอื่นๆได้พร้อมกันด้วย

ส่วนเรื่องที่ว่าแบบประกันอะไรลดหย่อนได้หรือไม่ได้ ควรสอบถามกับตัวแทนหรือคนที่นำเสนอประกันให้เราอีกครั้งด้วยนะคะ


เบี้ยประกันทำให้เราจ่ายภาษีลดลงได้กี่บาท?

สูดหายใจลึกๆ ตั้งสติ แล้วคำนวณภาษีไปพร้อมๆกัน มันง่ายกว่าที่คิดมากๆเลยนะคะ อภินิหารเงินออมมีตัวอย่างการคำนวณ 2 แบบ คือ ก่อนและหลังการมีค่าลดหย่อน ได้ตัวเลขแตกต่างกันอย่างไร ดูวิธีคำนวณได้ที่ภาพข้างล่างเลยจ้า

ตัวอย่าง เรามีรายได้ทั้งปี 520,000 บาท และจ่ายประกันสังคม 9,000 บาท เราเสียภาษีเท่าไหร่

เบี้ยประกัน ทำได้มากกว่า "ลดหย่อนภาษี" พร้อมขั้นตอนคำนวณภาษีฉบับสายย่อ


วิธีการคำนวณ : ก่อนเพิ่มค่าลดหย่อน

  1. เรานำตัวเลขมาใส่ตามช่อง คือ เงินเดือน  520,000 บาท อยู่ในรายได้ 40(1) หักค่าใช้จ่ายได้ 100,000 บาท (หักแบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท)

  1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และ ประกันสังคม 9,000 บาท รวมค่าลดหย่อน 69,000 บาท

  1. การคำนวณ : รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ คือ 520,000 - 100,000 - 69,000 = 351,000 บาท นำตัวเลขนี้มาคำนวณภาษีอยู่ในช่องฐานภาษี 10%

  1. การคำนวณแบบขั้นบันได เราแบ่งเงินออกเป็น 3 ท่อน

  • ท่อนแรก 0 - 150,000 บาท เราไม่เสียภาษี
  • ท่อนที่สอง 150,000 - 300,000 บาท เราเสียภาษี 150,000 x 5% = 7,500 บาท

  • ท่อนที่สาม 300,000 - 500,000 บาท เราเสียภาษี 51,000 x 10% = 5,100 บาท (ตัวเลข 51,000 มาจากเงินได้สุทธิของเรา 351,000 ลบ 300,000 บาท)

  1. เรานำตัวเลขแต่ละขั้นมาบวกกัน คือ 7,500 + 5,100 = 12,600 บาท เป็นตัวเลขที่เราต้องเสียภาษี


ถ้าจัดเต็มลดหย่อนประกันชีวิตและประกันสุขภาพเข้าไปจะเป็นอย่างไร?

เราเลือกแล้วว่าจะใช้ประกันชีวิตและประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษี จากนั้นก็ต้องค้นหาแบบประกันที่ตอบโจทย์กับเป้าหมายการเงินของตัวเอง แล้วคำนวณเบี้ยประกันว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ถึงจะสำเร็จตามที่คิดไว้ (ตัวอย่างนี้เป็นการซื้อประกันแบบเต็มสิทธิสูงสุดที่ลดหย่อนภาษีได้ ในความเป็นจริงอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ก็ได้) เช่น 


  • เลือกแบบประกันชีวิตคุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรงตลอดชีพ iShield เพราะต้องการลดความกังวลจากโรคร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าเจ็บป่วยจริงๆจะได้มีเงินก้อน ไม่ไปรบกวนเงินส่วนอื่นๆ เช่น เงินค่าเทอมลูก เงินผ่อนบ้าน(รถ) เงินเกษียณ

  • เลือกแบบประกันสุขภาพ iHealthy เพราะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย ครอบคลุมทั้งการรักษาในประเทศและต่างประเทศ 

  • เลือกแบบประกันบำนาญ iRetire 5 เพื่อกันเงินไว้ใช้หลังเกษียณ ไม่ลำบากลูกหลานเพราะเราดูแลตัวเองได้


เบี้ยประกัน ทำได้มากกว่า "ลดหย่อนภาษี" พร้อมขั้นตอนคำนวณภาษีฉบับสายย่อ


วิธีการคำนวณ : หลังเพิ่มค่าลดหย่อนเบี้ยประกัน

  1. เรานำตัวเลขมาใส่ตามช่อง คือ เงินเดือน  520,000 บาท อยู่ในรายได้ 40(1) หักค่าใช้จ่ายได้ 100,000 บาท (หักแบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท)

  1. ค่าลดหย่อนต่างๆ

  • ส่วนตัว 60,000 บาท 

  • ประกันสังคม 9,000 บาท 

  • ประกันชีวิตและประกันสุขภาพตัวเอง
    - ประกันสุขภาพiHealthy ลดหย่อนสูงสุดได้ 15,000 บาท
    - ประกันชีวิตโรคร้ายแรงiShield ลดหย่อนสูงสุดได้ 100,000 บาท
    แต่เมื่อ iHealthy และ iShield รวมกันแล้วลดหย่อนได้ไม่เกิน100,000 บาท

  • ประกันชีวิตประเภทบำนาญ (iRetire 5) 78,000 บาท
    รวมค่าลดหย่อน 247,000 บาท

  1. การคำนวณ : รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ คือ 520,000 - 100,000 - 247,000 = 173,000 บาท นำตัวเลขนี้มาคำนวณภาษีอยู่ในช่องฐานภาษี 5%

  1. การคำนวณแบบขั้นบันได เราแบ่งเงินออกเป็น 2 ท่อน

  • ท่อนแรก 0 - 150,000 บาท เราไม่เสียภาษี

  • ท่อนที่สอง 150,000 - 300,000 บาท เราเสียภาษี 23,000 x 5% = 1,150 บาท (ตัวเลข 23,000 มาจากเงินได้สุทธิของเรา 173,000 ลบ 150,000 บาท)

  1. เราต้องเสียภาษี 1,150 บาท


2 ทางเลือกของเรา คือ…

  • ทางเลือกที่ 1 : เราเสียภาษี 12,600 บาท 
  • ทางเลือกที่ 2 : เพิ่มค่าลดหย่อน 178,000 บาท แล้วจ่ายภาษี 1,150 บาท (ใช้เงินทั้งหมด 179,150 บาท)

การลดหย่อนภาษีเหมือนการซื้อของ sale แต่เราจะได้ส่วนลดกี่% ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของตัวเอง ซึ่งการลดหย่อนภาษีที่เหมาะสมนั้น นอกจากตอบโจทย์เป้าหมายการเงินแล้ว ควรเลือกให้เข้ากับสภาพคล่องของตัวเองด้วย

ถ้าต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่เราจ่ายไม่ไหว การประหยัดภาษีครั้งนี้อาจจะทำให้เดือดร้อน เราควรเลือกใช้สิทธิค่าลดหย่อนนิดๆหน่อยๆก็พอ แต่ถ้ามีรายได้ถาโถมเข้ามามากๆ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเต็มสิทธิแล้วยังมีเงินเหลือเฟือ แบบนี้ก็จัดเต็มได้เลยจ้า ลุย!!

สรุปว่า...

เรามีรายได้แบบจำกัด แต่ความต้องการใช้เงินมีไม่จำกัด จึงทำให้เราต้องมาวางแผนวิธีการใช้เงินแต่ละบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลดหย่อนภาษีก็เช่นกัน

นอกจากทำให้เราจ่ายภาษีลดลง ป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพและชีวิต รวมทั้งสร้างความมั่นใจหลังเกษียณว่าเรามีเงินใช้แน่นอน ไม่กลายเป็นภาระลูกหลาน นับว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์จริงๆ

ประกันลดหย่อนภาษี


หากใครมองหาแบบประกันที่นำไปลดหย่อนภาษีได้ เช่น iHealthy , iShield และ iRetire 5 ติดต่อได้ที่กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เราสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเบื้องต้นของแบบประกันได้ที่ http://bit.ly/2CHmEd6 หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1159 นะคะ ^^


บทความนี้เป็น Advertorial