บทความนี้ได้รับแรงบันดาลจากชีวิตจริงของน้องเลขา @Aommoney ที่อยากจะแชร์แนวคิดดีๆ เรื่องการออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือนให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ฟังกัน กับวิธีการที่มีชื่อว่า "ยืดอก... พกถุงเงิน" ซึ่งมีขั้นตอนสั้นๆง่ายๆ ดังนี้

เรามายืดอก พกถุง(เงิน)... กันเถอะ


1. เริ่มต้นจากการออมเงินทันทีขั้นต่ำ 10% ของรายได้ที่ได้รับ
2. แบ่งเงินส่วนที่เหลือจากการออมใส่ "ถุง" จำนวนเท่าๆกัน เป็นเวลา 30-31 วัน
3. ใช้เงินวันละถุง "เท่านั้น" สิ้นวันเหลือเท่าไรให้กลับมาหยอดกระปุกหมูออมสิน
4. สิ้นเดือนแคะเงินในกระปุกมาฝากธนาคาร เพิ่มเงินออมอีกต่อหนึ่ง


ทีนี้ ถ้าหากมีคำถามว่า.. จะแลกเงิน (แบงค์ย่อย) ได้ที่ไหน?

ขอตอบว่า... สามารถแลกที่ธนาคารทั่วไปได้เลยครับ อยากได้เงินแบบไหนแจ้งเขาได้เลย

 

ถ้าหากจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ ของใช้ใหม่ ที่มีราคาแพงล่ะ จะทำยังไงดี?
แนะนำว่า... ให้ใช้วิธี "หักเงิน" ไว้ล่วงหน้าตามเงินทีต้องการใช้ แล้วส่วนที่เหลือค่อยมาเฉลี่ยใช้จ่ายรายวัน

 

ยกตัวอย่างเช่น
น้องฝ้าย (นามสมมุติ) มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน

ถ้าไม่มีรายจ่ายของใช้อื่นๆที่ต้องใช้จ่ายในเดือนนั้น
น้องฝ้ายจะต้องออมเงิน 1,500 บาท (10%) และแบ่งเงินที่เหลือมาใช้ได้วันละ 450 บาท

แต่ถ้าหากเดือนไหน น้องฝ้ายอยากจะได้เสื้อผ้าใหม่ ราคา 2,500 บาทขึ้นมา
น้องฝ้ายจะต้องออมเงิน 1,500 บาท หักไว้ 2,500 บาท และส่วนที่เหลือแบ่งใช้วันละ 365 บาท

 

 

เคล็ดลับเพิ่มเติม...

ขอแนะนำให้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายในแต่วัน
เพื่อตรวจสอบว่าในแต่ละวันเราสิ้นเปลืองไปกับอะไร

 

 

จากวิเคราะห์สอบถามข้อมูลจากผู้ใช้จริง @TAXBugnoms พบว่า...
การแบ่งเงินใช้แบบนี้ ทำให้เกิดผลลัพธ์ดีๆ จำนวน 5 ข้อ ได้แก่

 

เรามายืดอก พกถุง(เงิน)... กันเถอะ

 

1. มีกินมีใช้ตลอดเดือน

การแบ่งสรรปันส่วนเงินในแต่ละวัน ทำให้เราไม่อดอยาก และไม่มีคำบ่นว่า "สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ" เนื่องจากมีใช้เท่าๆกันทุกวัน แถมยังช่วยยับยั้งกิเลสที่เกิดจากการใช้ก่อนแล้วค่อยเก็บ ให้กลายเป็นการวางแผนสำหรับการใช้จ่ายในแต่ละวันแทน

 

2. รู้คุณค่าของเงินมากขึ้น

เนื่องจาก เงินในแต่ละวันของเรามีจำกัด ดังนั้นกว่าจะจ่ายอะไรได้สักอย่าง เราต้องคิดแล้วคิดอีกกกก คิดให้ดีก่อนที่จะใช้จ่ายอะไรออกไป เพราะถ้าหากวางแผนไม่ดี เราอาจจะอยู่ได้ไม่ถึงสิ้นวัน

 

3. ใช้ได้คุ้มค่าจนหยดสุดท้าย แถมเหลือเงินออมแต่ละวันด้วย (ถ้าทำได้)

สมมุติว่าเรามีเงินถุงวันละ 200 บาท บางวันเราอาจจะไม่อยากได้อะไรมาก เอาแค่พอกินพอใช้ ดังนั้นเงินที่เหลือนั้นมันจะกลายเป็นกำไรของชีวิตโดยที่ไม่รู้ตัว

 

4. สิ้นเดือนมีเงินออมเพิ่มอีกต่อหนึ่ง

ผลจากการประหยัดแต่ละวันในข้อ 3 เมื่อลองเอาไปหยอดกระปุกหมูออมสินและเอาไปสมทบกับเงินออม 10% ในตอนแรก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า จากที่เหลือแค่วันละไม่กี่สิบบาท พอสิ้นเดือนอาจจะกลายเป็นเงินหลักพันโดยที่ไม่รู้ตัว

 

5. ร๊วยยยยยยยยยยย

เมื่อเก็บเงินได้ขนาดนี้ คำตอบสุดท้ายของชีวิตก็คือ "รวย" ซึ่งคำว่า รวยในที่นี้มาจาก 2 ทาง คือ ทางแรก รวยจากวินัยในการใช้เงิน เพราะเราจะกลายเป็นคนที่มีการวางแผนการเงินที่ดี แถมยังมีวินัยในการออมเงินอีกหนึ่งทาง คือ รวยจากการแบ่งสรรปันส่วนเงินออมไปลงทุน เพื่อให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น และถ้าเราสามารถวางแผนการลงทุนให้ดีเงินออมส่วนนี้จะงอกเงยอย่างรวดเร็วอย่างแน่นอน