การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ

 

โลกของการเงินและการลงทุนก็เช่นกัน ธุรกิจธนาคารเป็นเสือสำราญรอรับส่วนต่างเป็นรายได้ของตนเอง โดยมีต้นทุนเป็น “เงินฝาก” ที่รับมาจากคนออมเงินแล้วให้ผลตอบแทนเป็น “ดอกเบี้ยเงินฝาก” ในอัตราต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แล้วนำไปปล่อยกู้ให้กับคนที่ต้องการเงินในอัตราดอกเบี้ยที่สูง เช่น จ่ายดอกเบี้ยให้คนฝากเงิน 0.125% แล้วปล่อยกู้ให้คนซื้อบ้าน 6% ส่วนต่างเป็นกำไรนั่นเองจ้า

 

ตัวอย่าง : ระบบการไหลเวียนของเงิน

 

เราไม่หวั่นแม้วันที่ "อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0%"

ที่มา : เงินฝากเขย่าโลก

http://pajareep.blogspot.com/2013/04/blog-post_20.html

 

ถ้าเราลองย้อนกลับไปในอดีตช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40 ที่สถาบันการเงินต้องการระดมเงินฝากไปสร้างสภาพคล่องให้ตนเอง จึงจูงใจผู้ฝากเงินด้วยการให้ดอกเบี้ยสูงที่มากกว่า 10% ซึ่งคนละขั้วกับสภาวะในปัจจุบันที่ธนาคารมีเงินฝาก(ที่มีต้นทุนเป็นดอกเบี้ยให้ผู้ฝากเงิน)ล้นทะลักอยู่ในมือจนต้องหาทางระบายออกให้คนเอาเงินออกไปใช้จ่าย

 

จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0% ที่เป็นข่าวพีคมากของธนาคารแห่งหนึ่งที่ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเหลือ 0% จนกลายเป็นกระแสสังคมที่กดดันให้ธนาคารต้องปรับกลับมาที่ 0.125% เหมือนเดิม (คำชี้แจงของธนาคารอยู่ที่ท้ายบทความ)

 

สร้างทางเลือกให้เงินของเรา

 

ส่วนตัวมองว่าจากเรื่องนี้มันเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เรา(ผู้ฝากเงิน)เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “ที่เก็บเงิน” กันมากขึ้น เรา(ผู้ฝากเงิน)ไม่ควรเล่นตามเกมส์ของธนาคารที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงยังไงก็ได้ตามสบายใจพี่ แต่เรา(ผู้ฝากเงิน)ควรสร้างเกมส์ของตัวเอง ในสนามที่ออกแบบกติกาได้เอง

 

แม้ว่าเรา(ผู้ฝากเงิน)ไม่สามารถบังคับให้พี่ธนาคารขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากได้ แต่เรา(ผู้ฝากเงิน)สามารถสร้างทางเลือกให้ตัวเองได้ด้วยการ “เปลี่ยนที่อยู่ของเงิน” ไปสู่ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

 

ออกแบบระบบบัญชีเงินออม

 

เมื่อตั้งเป้าหมายชัดเจนแล้ว วิธีการก็จะตามมาเองนะจ๊ะ ^^

 

เราไม่หวั่นแม้วันที่ "อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0%"

ที่มา : บทความ 4 ขั้นตอนสร้างบัญชีเงินเดือนขั้นเทพ

http://www.aommoney.com/?p=15325

 

จากภาพข้างบนนั้นเป็นการสร้างเป้าหมายการออมให้ตนเองว่าในระยะสั้น กลาง ยาวจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ มีเป้าหมายใช้เงินอะไรบ้างและสถานที่เก็บเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายการเงินต่างๆของเรา จะเห็นว่าทั้งเป้าหมายในระยะสั้น กลางและยาวนั้นมี “แหล่งเก็บเงิน” ที่แตกต่างกัน เพราะอะไรเรามาดูกันต่อเลยจ้า

 

ความเสี่ยงและผลตอบแทนจากการลงทุน

 

เมื่อธนาคารจะเป็นต้องสร้างรายได้ให้มากขึ้น ก็จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกิดขึ้นอีกมากมาย พูดง่ายๆคือทางเลือกที่อยู่ใหม่ของเงินจะเกิดขึ้นมีอีกเพียบเลย เรามาดูอาณาจักรใหม่ของเงินกันว่าจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง เรียงตามระดับความเสี่ยงและผลตอบแทน

 

“ความเสี่ยงต่ำจะให้ผลตอบแทนต่ำ

ความเสี่ยงสูงจะให้ผลตอบแทนสูง”

 

ถ้าใครชวนไปลงทุนแล้วบอกว่าความเสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนสูง เตรียมตัวหนีให้ห่างเพราะเรากำลังถูกหลอกนะจ๊ะ มันไม่มีจริงบนโลก

 

เราไม่หวั่นแม้วันที่ "อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0%"

ที่มา : http://www.set.or.th/education/th/begin/begin.html?printable=true

 

จากภาพเราเห็นได้ชัดเจนว่า “บัญชีเงินฝากออมทรัพย์” ที่ความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนต่ำนั้น เหมาะกับเป้าหมายระยะสั้นที่ใช้หมุนสภาพคล่องในชีวิตประจำวันเท่านั้น เพราะถอนออกมาใช้ง่าย ไม่เหมาะสมกับเป้าหมายระยะยาว

 

เงินฝากออมทรัพย์ไม่ได้ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายทางการเงินของเรา

 

สมมติว่าเรามีเป้าหมายเกษียณแล้วเก็บเงินไว้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ นอกจากถูกเงินเฟ้อรุมทึ้งจนเงินแทบไม่เหลือมูลค่าแล้ว ยังทำให้แผนล้มเหลวอีกด้วย เพราะเราจะใช้เผลอตัว เผลอใจใช้เงินหมดก่อนถึงวันเกษียณ

 

นอกจากรู้จักทางเลือกที่อยู่ใหม่ของเงินแล้ว เราก็ต้องมีความรู้ด้วยว่าแต่ละรูปแบบลงทุนเป็นอย่างไร มีความเสี่ยงระดับไหน ให้ผลตอบแทนเท่าไหร่ ฯลฯ หลายคนอาจจะเริ่มงงว่า แล้วเราควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อน

 

วิธีที่ใช้ส่วนตัวจะศึกษาด้วยตนเองจากการอ่านหนังสือและหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต ไล่เรียงจากระดับความเสี่ยงต่ำไปเรื่อยๆจนถึงความเสี่ยงสูง นอกจากศึกษามุมดีๆของการลงทุนที่ทำให้ร่ำรวยล้นฟ้าเหมือนนักลงทุนหุ้นคุณค่าแล้ว ควรศึกษามุมดราม่าของการลงทุนด้วยว่าเกิดความยับเยินอย่างไรบ้าง การศึกษาให้ครบทุกมุมมองจะทำให้เราไม่เจ็บในจุดที่คนอื่นเคยจุกมาก่อน หรืออาจจะมีเจ็บบางแต่ก็วางแผนเตรียมหาวิธีเอาตัวรอดออกมาได้

 

2 แนวทางเพื่อเตรียมใจรับดอกเบี้ยเงินฝาก 0%

 

แนวทางที่ 1 ย้ายเงินฝากไป “ลงทุน”

 

แม้ว่าเรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0% จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่อนาคตอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ เราควรเตรียมหาทางออกก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริงๆ เพราะเงินมันต้องมีที่อยู่ นอกจากจะเก็บไว้ที่ทรัพย์สิน ที่ดิน คอนโด ทองคำแท่ง พระเครื่อง เก็บของสะสม ลงทุนทำธุรกิจแล้ว อีกทางเลือกที่น่าสนใจ คือ การลงทุน

 

เราไม่หวั่นแม้วันที่ "อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0%"

ที่มา : บทความถึงเวลาทุบกระปุกออมสินมาลงทุน

http://www.aommoney.com/?p=15261

 

เราจะเห็นว่าในตารางช่องขวามือสุดท้ายเป็นตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10

  • ตราสารทุน (ความเสี่ยงสูง) ผลตอบแทนเฉลี่ย 13.26%
  • ตราสารหนี้ (ความเสี่ยงปานกลาง) ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.37%
  • เงินฝากประจำ (ความเสี่ยงต่ำ) ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.08%

 

เชื่อว่าใครๆก็อยากได้ผลตอบแทนสูง แต่รู้ไหมว่าตลอดการเดินทางมันมีความโลดโผนปรับตัวขึ้นลงรุนแรงตลอดเวลา (เส้นสีเขียว) บางคนมองว่าแค่ถือเรื่อยๆก็จะผ่านความผันผวนนั้นไปสู่ผลตอบที่ต้องการได้ ความจริงแล้วการอดทนคลื่นลมในทะเลความผันผวนของแต่&#x