ผ่านปีใหม่มาแล้ว 7 เดือนกว่าๆ @TAXBugnoms เชื่อว่าเป้าหมายสำหรับปีใหม่ของหลายๆคนต้องมีเรื่องของ “สุขภาพ” เป็นหนึ่งในลิสต์ที่ตั้งใจไว้ใช่ไหมครับ อยากสุขภาพดีขึ้น อยากลดน้ำหนัก อยากขจัดไขมัน ฝันอยากมี Six-Pack แน่นอนล่ะว่า.. หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้เรามีสุขภาพได้นั้นคือ “การออกกำลังกาย” 

 

ซึ่งการออกกำลังกายที่เป็นเทรนด์ฮิตมาแรงสำหรับหนุ่มๆสาวๆในตอนนี้ คือการออกกำลังกายโดยการเข้ายิม (Gym) หรือ ฟิตเนส (Fitness) นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นดารา เซเลป คนธรรมดา หรือว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆก็อยากจะมีสุขภาพดีกันทั้งนั้น ใช่ไหมครับ..

 

แต่เชื่อไหมครับว่า หลายๆคนพอตัดสินใจเข้าฟิตเนสทีไร ไปๆมาๆ เงินในกระเป๋ากลับลดมากกว่าน้ำหนักที่จะลด เพราะมัวแต่ลงทุนซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าใหม่ สมัครสมาชิก เรียนคลาสมากมาย แต่สุดท้ายไม่ได้ไปสักที บางคนก็มีข้ออ้าง บางคนก็งานยุ่ง บางคนก็รักพุงจนเกิดเหตุ

 

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เงินที่ลงทุนจ่ายค่าสมาชิกไป ก็มีแต่เสียไปเปล่าๆเลยนะคร้าบบ วันนี้เลยเป็นที่มาของบทความวันนี้กับ วิธีเล่นฟิตเนสให้รวย! ที่จะทำให้เราทุกคนะเล่นฟิตเนสได้อย่างประหยัดและมีความสุขไปพร้อมๆกัน ยิ่งเล่น เงินยิ่งเพิ่มด้วยวิธีต่อไปนี้คร้าบ

 

1. เลือกฟิตเนสใกล้บ้านหรือที่ทำงาน

สิ่งที่สำคัญอย่างแรกคือการเลือกสถานที่ออกกำลังกายให้ใกล้กับทีที่เราอยู่เป็นประจำ เช่น ติดกับที่ทำงาน หรือ ใกล้บ้าน หรือจะให้ดีกว่านั้น เอาระหว่างทางจากบ้านไปที่ทำงานเลยก็ดีครับ เพราะยิ่งไกลแค่ไหน ความขี้เกียจจากการทำงานยิ่งทำให้เราไม่อยากไป สมมติว่าบ้านเราอยู่สุขุมวิท ส่วนออฟฟิศอยู่วิภาวดี จะให้ไปเล่นฟิตเนสแถวช่องนนทรีก็คงไม่ไหวใช่ไหมล่ะคร้าบ

 

อ้อ... ถ้าจะให้ดี เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าและรองเท้าติดรถไว้เลยครับ
รับรองว่าจะได้ไม่มีข้ออ้างในการออกกำลังกายของตัวเอง

 

2. สมัครรายวันถูกกว่ารายเดือน รายเดือนถูกกว่ารายปี

สำหรับข้อนี้หลายๆคนฟังแล้วอาจจะสงสัยในใจว่า เอ๊ะ!! ยิ่งสมัครนานยิ่งราคาถูกไม่ใช่เหรอ แต่เคล็ดลับนึงที่เราควรจะคำนวณให้ดีก่อนสมัครนั้น ไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่าของราคาที่จ่ายไป แต่ต้องให้คำนวณจากความคุ้มค่าสำหรับประโยชน์ที่เราได้รับต่างหากครับ

 

จ่ายค่าสมาชิกรายปีไปแต่ไม่ได้เล่น
เปลี่ยนเป็นจ่ายเป็นครั้งก็ไม่เลวนะครับ...

 

แนะนำให้ลองคำนวณคร่าวๆดูก่อนครับว่า ในแต่ละเดือน เรามีเวลาเล่นฟิตเนส “แน่ๆ” จำนวนกี่วัน สมมุติว่าถ้าเดือนละ 10 วัน ค่าใช้จ่ายรายวันตกวันละ 200 บาท แต่ค่าสมัครรายเดือนคือ 2,500 บาท เมื่อหารออกมาแล้วเราจะเห็นว่า ถ้าจ่ายเป็นรายวันจะประหยัดได้กว่าตั้ง 500 บาท (200 x 10 = 2,000 บาท) ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเดือนไหนเราไม่สะดวกเพราะไปน้อยกว่า 10 วันก็อาจจะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้อีกนะครับ แต่สำหรับคนที่มีเวลาออกกำลังกายเป็นประจำการสมัครรายเดือน สามเดือน หกเดือนหรือรายปีก็คุ้มกว่าแน่นอนครับ  แต่ต้องไม่ลืมบริหารการเงินส่วนนี้ให้ดีด้วยนะคร้าบบ

 

3. อุปกรณ์ครบ คลาสดี ดนตรีไพเราะ

นอกจากเรื่องของค่าใช้จ่ายแล้ว อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของอุปกรณ์และชั้นเรียน (Class) ว่าตรงกับความต้องการหรือไม่ครับ เช่น บางแห่งอาจจะมีชั้นเรียนโยคะ แอโรบิก หรืออื่นๆเพิ่มเติม แต่บางแห่งก็ไม่มีให้ พิจารณาให้ตรงกับความต้องการของเราด้วยนะครับ

 

อย่าลืมดูไปถึง ห้องน้ำ ความสะอาดต่างๆ รวมถึงจำนวนคนที่เข้าใช้งานในช่วงเวลาสำคัญๆ เช่น หลังเลิกงาน ว่ามีมากเกินไปไหม ส่วนใหญ่แล้วฟิตเนสหลายแห่งมักจะเปิดโอกาสให้เราได้ไปทดลองเล่นดูก่อน หรือลองจ่ายรายวันสักวันสองวันดูครับ อย่าเพิ่งรีบสมัครเพราะมันเลิกสัญญายากกกกกกกมากกกกกกกกกกกก

 

อย่าลืมถามตัวเองว่า...
เราต้องการอะไรจากการไปฟิตเนส

 

อ้อ...ไหนๆแล้ว ลองสังเกตดู สังคมหรือกลุ่มคนในฟิตเนสแห่งนั้นด้วยนะครับว่า เข้ากับความเป็นเราหรือไม่ บางคนชอบไปออกกำลังกายไม่ชอบคุยกับใคร ก็อาจจะเลือกที่คนไม่พลุกพล่านสักหน่อย อย่าลืมนำปัจจัยข้อนี้มาเลือกให้เข้ากับความเป็นตัวเราเองด้วยคร้าบ

 

4. มือใหม่ควรใส่ใจเรื่องเทรนเนอร์

สำหรับคนที่เริ่มต้นเล่นฟิตเนสในช่วงแรกๆ อาจจะไม่มีเพื่อนมาช่วยสอนหรือคนรู้จักช่วยแนะนำก็อาจจะขัดๆเขินๆ ดังนั้นการจ้างเทรนเนอร์หรือผู้ฝึกสอน “ในช่วงแรก” จะช่วยให้สามารถเล่นเป็นไวขึ้นและง่ายขึ้น และเมื่อเล่นเป็นแล้วจะจ้างต่อหรือเลิกจ้างก็แล้วแต่ตามตกลงกันครับ

 

เทรนเนอร์ที่ดี อาจจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น
แต่สำคัญคือ เราเลือกเทรนเนอร์ที่ดีได้คุ้มกับเงินที่เสียไปหรือเปล่า

 

ที่ผมแนะนำอย่างนี้เพราะผมมองว่า ต้นทุนอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือต้นทุนเรื่องเวลาครับ บางคนอาจจะไม่มีเวลาศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง และต้องการย่นเวลาในการฝึก การมีผู้ช่วยก็เป็นเรื่องที่ดี รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยครับ แต่อย่างไรก็ตามการเลือกผู้ฝึกสอนที่เหมาะสมสำคัญ ตัดสินใจให้ดีนะครับ เพราะว่าในส่วนนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ต้องพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าอีกเรืองหนึ่่งด้วย

 

5. อย่าจัดเต็มทุกอย่าง เพราะร่างกายที่ดีไม่ได้สร้างขึ้นใน 2-3 วัน

เวลาเราตั้งใจทำอะไรสักอย่าง เรามักจะอยากทำให้ได้ไวๆ เร็วทันใจ แต่การออกกำลังกายหรือมีสุขภาพที่ดีนั้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ใน 2-3 วัน แต่มันเกิดขึ้นด้วยวินัยและความใส่ใจสม่ำเสมอต่างหากครับ

 

บางคนมักจะจัดเต็มตั้งแต่วันแรก ทั้งเสื้อผ้า ถุงมือ ทรงผม รองเท้า ไปจนถึงอาหารเสริมต่างๆทั้งเวย์โปรตีน วิตามินรวม ร่วมๆอยู่ก็หลายพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท แต่มันจะเป็นรายจ่ายที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเราเลยครับ ถ้าเราใช้มันเพียงแค่ เดือนสองเดือนแล้วก็เลิกกลับไปมีชีวิตแบบเก่า พร้อมกับยกมือบ๊ายบายมันซะ (บางคนเล่น 5 วันก็เลิกเล่น TwT)

 

อุปกรณ์ต่างๆที่ต้องวางทิ้งไว้
ทำให้รู้ว่าเงินไม่ได้ช่วยอะไรให้สุขภาพเราดีขึ้นเ