#สายเปย์ เป็นคำยอดฮิตของยุค 2017 ซึ่งหมายถึงบุคคลใดๆที่ มีความสามารถในการจ่ายเงินเพื่อเลี้ยงอีกบุคคลหนึ่งให้มีชีวิตที่เป็นอยู่และสุขสบายได้ ไม่ว่าจะไปทานข้าว ดูหนัง ท่องเที่ยวหรืออาจจะถึงกับการให้เงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ จึงทำให้คนจำนวนมากยินดีมากที่จะได้แฟนซักคนหนึ่งที่ถูกนิยามว่า #แฟนสายเปย์

แต่มันก็มีคำถามจากหลายๆ คนนะว่า 


การมีแฟนสายเปย์นั้นดีหรือเปล่า?

บทความนี้ก็จะมาสนทนาในเบื้องต้นให้ฟัง โดยยกเอาเฉพาะแง่มุมทางการเงินของเราในฐานะที่เป็นคนถูกเปย์นะจ๊ะ ว่าเป็นความเสี่ยงหรือโอกาสกันแน่ ส่วนเรื่องแฟนจะรักจริงไม่จริงให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ แล้วกันเนอะ เอาล่ะมาดูข้อสังเกตในแต่ละข้อกัน



ด้านโอกาส


การลดต้นทุนค่าใช้จ่ายประจำวันของเรา

สิ่งแรกที่เราพูดถึงแฟนสายเปย์นั้นนั้นก็คือมีอะไรเขาจะออกเงินให้เราหลายๆ อย่าง จะกินอะไร จะเที่ยวที่ไหน จากเดิมที่เคยออกเอง หรือมีแฟนสายแชร์ที่ออกคนละครึ่ง แฟนสายเปย์นั้นอาจจะออกให้มากกว่าหรือแม้กระทั่งออกให้ทั้งหมด นั่นหมายความว่าต้นทุนในการดำรงชีวิตของเรามันอาจจะลดลงทันที เช่น โดยปกติเราไปเที่ยวนอกบ้านอาทิตย์ละครั้ง โดยมีค่าใช้จ่าย 1,000 บาท จะเป็นจำนวน 4,000 บาทต่อ 1 เดือน โดยค่าใช้จ่ายนี้อาจจะลดลงหรือไม่ถูกนำไปใช้จ่ายเลยเพราะแฟนออกให้หมด


การเพิ่มเงินออมและกระแสเงินสดในชีวิตประจำวัน

ลองคิดดูซิว่าหากแฟนจ่ายค่าเที่ยวให้หมดจากตัวอย่างข้างบน นั่นแปลว่าเราเรามีโอกาสที่จะออมเพิ่มได้ถึง 48,000 ต่อปี (อั๊ยหยาาา เยอะนะเธอ) อีกทั้งแฟนบางคนยังให้เงินกินอยู่ในชีวิตประจำวันด้วย (Passive Income) เท่ากับว่าเราจะมีกระแสเงินสดเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง หากเราเก็บออมตรงนี้ให้ดีแล้วนำมาลงทุน นั่นก็คือโอกาสสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้อีก



ด้านความเสี่ยง


ภาระค่าใช้จ่ายสามารถกลับมาได้เมื่อเลิกกัน

บอกตามตรง จากประสบการณ์แล้วการมีแฟนนั้นแม้จะรักกันมาก ขนาดได้กลิ่นขี้เหม็นๆ ของเธอแต่มันคือกลิ่นกุหลาบที่หอมที่สุดในโลกของฉัน ความรักก็ใช่ว่าจะอยู่กันตลอดไป เป็นแฟนกันได้ก็เลิกกันได้ เขาเปย์เราได้เขาก็เลิกเปย์เราได้ อันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ความเสี่ยงจึงเกิดได้เสมอถ้าเราไม่ระวังให้ดี

หลายคนนั้นพอคบกับแฟนสายเปย์ แฟนจ่ายค่ากินค่าเที่ยวให้ เงินที่ควรลดต้นทุนในค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันไปนั้นกลับเอามาเพิ่มไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เช่น ปกติแฟนไปรับไปส่ง จ่ายค่ากินเที่ยวให้ ทำให้เรามีเงินเหลือถึง 10,000 บาท ก็เอาเงินก้อนนี้ไปผ่อนในสิ่งที่แฟนไม่ได้ซื้อให้ อันนี้มีความเสี่ยงมากเพราะหากเลิกกันขึ้นมา นั่นหมายความว่าเราจะต้องกลับมามีรายจ่ายตามปกติ แถมยังต้องผ่อนภาระหนี้ที่สร้างขึ้นพร้อมๆกัน ตรงนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินได้เลยทีเดียว


เลิกทำงานแถมเลิกกับแฟน สภาพคล่องหาย ตายทั้งเป็นนะเธอ

นอกจากนี้แล้วหลายเหตุการณ์มีโอกาสเกิดขึ้นและทำให้ชีวิตวิบัติได้ การที่มีแฟนสายเปย์สามารถให้ Passive Income สามารถช่วยเหลือทางการเงินได้เมื่อเรากำลังแย่ เขาถือเป็นหลักประกันในชีวิตที่ดี บางคนพอมีแฟนเปย์ให้ทุกอย่างปุ๊ป โอ้ว ดีใจจัง ไม่ต้องทำงานดีกว่า ออกจากงานรัวๆ เพราะยังไงก็มีเงินใช้ สบ๊ายสบายใช้เงินแฟนกิน

นั่นคือการกระทำที่เสี่ยงมาก เพราะการพึ่งรายได้ทางเดียวและรายได้ทางนั้นไม่ได้เกิดจากตัวเราเองมักจะมีความเสี่ยงสูงกว่าตกงานซะอีก ตกงานยังหางานได้ แต่แฟนสายเปย์หายไป งานก็ไม่มีอยู่แล้ว แฟนที่จะมาเปย์คนใหม่ก็ไม่รู้จะเปย์ได้เปล่า อันนี้กระทบชีวิตประจำวันของเธอได้แบบจังๆ เลยล่ะเธอ


สรุปแล้วการมีแฟนสายเปย์นั้น สามารถสร้างโอกาสให้เราได้ ถ้าเรามองว่าเขามาช่วยในเรื่องของการลดค่าใช้จ่าย ส่วนเราก็นำส่วนที่เราวรจ่ายไปสร้างความมั่งคั่งของตัวเองได้ต่อ แต่ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นได้ถ้าเราได้แฟนสายเปย์แล้วใช้ชีวิตเกินตัวมากขึ้น หรือติดความสบายจนไม่อยากจะทำงาน อันนี้ก็เป็นความเสี่ยงที่กระทบต่อการเงินของตัวเรา เพราะเรื่องความรักนั้น คบกันได้ก็เลิกกันได้ เขาจ่ายให้ได้ เขาก็เลิกจ่ายได้เช่นกัน จัดการกับการเงินภายในของตัวเราเองให้ดี เลิกกันไปก็แค่กระทบที่ใจแต่ต้องสตร็องทางการเงินนะจ๊ะ