สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน ผมหมอนัท คลินิกกองทุนคนเดิม หลายวันก่อนผมได้โอกาสไปบรรยายให้กับทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเรื่องการลงทุนกับกองทุน ซึ่งมีประเด็นคำถามหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ มีนักลงทุนรายย่อยเข้ามาถามผมว่า เขาเพิ่งซื้อกองทุนที่เปิดใหม่ หรือว่า IPO มาประมาณ 4-5 เดือนแล้ว แต่ผลตอบแทนที่ได้นั้น ดูเหมือนว่าจะยังไม่ค่อย “ถูกใจ” เสียเท่าไหร่ เนื่องจากว่ายังคงขาดทุน ทำให้รู้สึกว่ากองทุนที่ถืออยู่นั้นไม่ค่อยดี ไม่มีประสิทธิภาพเท่าไหร่ครับ เลยจะมาปรึกษาว่าจะต้องทำอย่างไรดี จะขายเลยดีหรือไม่ อยากจะได้คำตอบในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน


ผมเลยคิดว่าหลาย ๆ คนที่ลงทุนอยู่เองก็น่าจะมีปัญหาที่คล้าย ๆ กัน ดังนั้นบทความนี้ก็เลยจะพุ่งเป้าไปที่การติดตามผลตอบแทนของกองทุนเพื่อดูว่า กองทุนที่เราซื้อมานั้นยังคงทำงาน ทำเงินได้ดีอยู่หรือไม่ และเราควรจะทำอย่างไรต่อไป


หลายครั้งนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนส่วนใหญ่นั้น มีความคาดหวังว่ากองทุนที่ตนเองซื้อมานั้นจะสามารถทำกำไรได้ในระยะสั้น ๆ และน่าจะทำให้เราร่ำรวยได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอัตราผลตอบแทนย้อนหลังที่ดูดี (น้อยคนที่จะทราบว่าระหว่างทางนั้นมันขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างกับรถไฟเหาะ) แต่จริง ๆ แล้วการลงทุนในระยะสั้น ๆ กับกองทุนย่อมมีความผันผวนเกิดขึ้นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนหุ้นที่ผันผวนตามตลาดหุ้นนั่นเอง


ดังนั้นนักลงทุนเองก็ควรที่จะต้องทนรับความผันผวนในระยะสั้นให้ได้ และต้องมีการติดตามการลงทุนอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เราตัดสินใจผิดพลาดขายกองทุนที่เราถือเพื่อลงทุนระยะยาวออกก่อนเวลาอันควร ซึ่งจะเป็นตัวทำร้ายการลงทุน หรือการเก็บสะสมความมั่งคั่งในระยะยาวครับ


การวัดผลแบบง่าย ๆ ว่ากองทุนที่เราถืออยู่นั้น ยังคงทำผลตอบแทนได้ดีอยู่และไม่ควรที่จะไปขายก่อนเวลาอันควร เราจะดูกันอยู่ประมาณ 2 อย่างนั่นก็คือ


1. กองทุนยังคงชนะดัชนีมาตรฐาน หรือว่า Benchmark ได้หรือไม่

2. กองทุนยังคงอยู่ในกลุ่มผู้นำของกองทุนประเภทเดียวกัน ได้หรือไม่


โดยส่วนใหญ่ หากกองทุนยังคงทำผลตอบแทนได้ดีจนเขาข่ายชนะข้อ 1 หรือว่า ข้อ 2 ได้ ผมถือว่ายังคงเป็นกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดีอยู่ อาจจะไม่ต้องปรับเปลี่ยนไปลงทุนในกองทุนอื่น ๆ แต่อย่างใด


เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ผมจะขอยกตัวอย่างกองทุนที่ผมได้เคย รีวิวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นกองทุนที่เพิ่ง IPO ไปไม่นาน กองทุนที่ผมจะนำมาเป็นตัวอย่างก็ได้แก่กองทุนจาก บลจ. กรุงศรี​ 2 กองทุนนี้ครับ

1. กองทุน KFTHAISM 

2. กองทุน KFTSTAR-D 


ถ้าใครอยากทราบว่ากองทุน 2 กองทุนนี้ไปลงทุนในหุ้นแบบไหน กลุ่มไหน และมีสไตล์การลงทุนเป็นอย่างไร สามารถอ่านย้อนหลังได้จาก Link ที่อยู่ด้านหลังชื่อของกองทุนครับ


คราวนี้เรามาดูกันต่อครับว่ากองทุน 2 กองทุนนี้จะให้ผลตอบแทนเป็นอย่างไรกัน คนที่ลงทุนอยู่แล้วควรจะลงทุนต่อหรือลงทุนเพิ่มได้อย่างสบายใจหรือไม่ และสำหรับผู้ที่กำลังมองหากองทุนหุ้นอยู่ 2 กองทุนนี้น่าสนใจมากน้อยแค่ไหนกันครับ


ก่อนอื่นเลยครับเรามาดูกันว่า 2 กองทุนนี้ สามารถเอาชนะดัชนีมาตรฐาน หรือว่า Benchmark ได้หรือไม่ จาก Fund Fact Sheet และ จาก เว็บไซต์ของ บลจ. กรุงศรี

ข้อมูลกองทุนของ KFTHAISM

ข้อมูลกองทุนของ KFTSTAR-D


เราจะเห็นได้ว่ากองทุน 2 กองทุนนี้ยังคงทำผลตอบแทนได้สูงกว่า Benchmark ที่ระบุไว้ใน Fund Fact Sheet ครับ 

แวะเวียนดูกองทุนหุ้น ว่าหลัง IPO แล้วเป็นอย่างไร ?

กองทุน KFTHAISM

ที่มา: Fund Fact Sheet KFTHAISM

ข้อมูล ณ วันที่ 28 เมษายน 2560

แวะเวียนดูกองทุนหุ้น ว่าหลัง IPO แล้วเป็นอย่างไร ?

กองทุน KFTSTAR-D

ที่มา : Morningstar Direct

ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2560


จากข้อมูลเปรียบเทียบนี้ก็แสดงว่ากองทุน 2 กองทุนนี้ ยังคงทำผลตอบแทนได้ไม่แพ้ตลาดหุ้นครับ ซึ่งแน่นอนว่าการติดตามนั้นเราคงจะไม่ดูเพียงแค่ตอนได้ผลตอบแทนที่เป็นบวกอย่างเดียว หากตลาดหุ้นเป็นขาลง กองทุนเองก็ควรที่จะชนะตลาด ฯ ด้วยเช่นเดียวกันครับ เช่น หากตลาดหุ้นตกลง 10% กองทุนเองก็ควรที่จะบริหารความเสี่ยงให้การตกลงของมูลค่าหน่วยลงทุนนั้นลดลงน้อยกว่าที่ตลาดหุ้นตกลงไป เช่น อาจจะลดลงไม่ถึง 10% และถ้าหากบริหารได้ถึงขนาดพลิกกลับมาเป็นบวกได้นี่ก็ต้องถือว่ากองทุนนั้นทำผลตอบแทนได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเองครับ


คราวนี้เรามาดูกันต่อครับว่า 2 กองทุนนี้จะอยู่ในกลุ่มผู้นำหรือไม่อย่างไร การที่เราจะตัดสินว่ากองทุนไหนยังคงทำผลตอบแทนได้ดีสม่ำเสมอ และเป็นผู้นำนั้นเราจะดูจาก percentile ครับ 


หากใครยังสงสัยเรื่องการอ่านผลตอบแทนแบบ percentile ให้อ่านที่บทความนี้ก่อนนะครับ หากอธิบายคร่าว ๆ ก็คือ หากกองทุนทำผลตอบแทนได้ดี ก็ควรที่จะได้อันดับต้น ๆ เปรียบเทียบเหมือนกับว่า หากมีนักเรียนสอบกัน 100 คน คนนี้จะสอบได้อันดับที่เท่าไหร่ครับ โดยแบ่งเป็นอันดับดังนี้

1. สอบได้ลำดับที่สูงกว่า อันดับที่ 5 ขึ้นไป

2. สอบได้ที่ 5-25

3. สอบได้ที่ 25-50

4. สอบได้ที่ 50-75

5. สอบได้ลำดับที่ต่ำกว่า อันดับที่ 95 ลงไป


ซึ่งถ้าดูจากผลตอบแทนที่เกิดขึ้นกองทุน KFTHAISM นั้นก็สามารถผลตอบแทนได้ในลำดับ percentile ดังนี้ครับ

ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน อยู่ใน Percentile ที่ 5-25

ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน อยู่ใน Percentile ที่ 5-25

ในช่วงระยะเวลา 1 ปี อยู่ใน Percentile ที่ 5 ขึ้นไป

ซึ่งก็ถือว่าทำผลตอบแทนได้ดีทีเดียวครับ โดยเฉพาะผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีที่อยู่ในกลุ่มผู้นำ


แวะเวียนดูกองทุนหุ้น ว่าหลัง IPO แล้วเป็นอย่างไร ?

กองทุน KFTHAISM
ที่มา : Fund Fact Sheet ของ KFTHAISM

ข้อมูล ณ วันที่ 28 เมษายน 2560



ส่วนกองทุน KFTSTAR-D นั้นคงยังไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบแบบ percentile ได้ เนื่องจากยัง IPO มาไ

Dr.Nut

Dr.Nut

GURU aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกองทุน การลงทุน และการเงิน

Related Story