มีน้องๆมีถามเรื่องการซื้อหุ้นกับประกันชีวิตกันอยู่บ่อยมากว่าจะซื้ออะไรดี โดยส่วนใหญ่แล้วเวลาตัดสินใจเลือก มักจะเอาผลตอบแทนมาเปรียบเทียบกัน แล้วผลสรุปก็จะเป็นไปในทางเดียวกันคือ ประกันชีวิตผลตอบแทนมันน้อยมาก ซื้อหุ้นหรือกองทุนรวมดีกว่าไหมผลตอบแทนเยอะดี ในส่วนตัวผมนะครับผมคิดอย่างงี้

  • ประกันชีวิตกับหุ้นมันคนละเรื่องกันแหระ

ประกันคือประกัน หุ้นคือหุ้น วัตถุประสงค์หลักๆของมันจริงๆส่วนตัวผมมองว่ามันไม่เหมือนกันนะ ความเสี่ยงก็ไม่เหมือนกัน ผลตอบแทนก็ย่อมไม่เหมือนกัน ประกันนั้นมีเป้าหมายว่าเมื่อเรานำเงินไปซื้อแล้วจะได้รับความคุ้มครองตามที่ตกลงกัน เช่น เวลาเราทำประกันชีวิต หากเกิดเหตุขัดข้องในรายละเอียดที่ประกันคุ้มครองเราก็จะได้เงินชดเชยในส่วนนั้น แต่ถ้าไม่เกิดก็แล้วไป

ซึ่งหลายคนก็มองว่า เห้ย! งี้ถ้าจ่ายเงินไปแล้วไม่เป็นอะไรก็จ่ายฟรีซิ (ก็ดีแล้วไม่ใช้หรอครับที่ไม่เป็นอะไร เขาก็คุ้มครอง ไม่ได้จ่ายฟรีซักหน่อย  - -”) แต่พอเครื่องมือทางการเงินพัฒนาขึ้นประกันก็มีรูปแบบที่จะจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ทำประกันได้ด้วยนะ เป็นการคุ้มครองและให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากเงินที่จ่ายไป ได้ทั้งต้นคืนและผลตอบแทนด้วยเนี่ย ประกันเองก็ต้องบริหารดีๆ เน้นแนวทางที่ต้องจ่ายเงินต้นพร้อมผลตอบแทนให้กับลูกค้า ผลตอบแทนที่บริษัทประกันจะให้เราก็เลยไม่สูงมากนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว จริงๆประกันก็จะเน้นการสร้างความคุ้มครองละครับ ส่วนจะมีผลตอบแทนไหมก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบกรมธรรม์

ส่วนหุ้นนี่คนละอย่างเลย อันนี้คือการที่เราเอาไปลงทุนเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งจะต้องมีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจการ หากบริษัทเติบโตกันอย่างต่อเนื่องก็เฮกันไป ถ้าบริษัทเจ๊งระเนระนาดก็สลดกันทั่วหน้าเช่นกัน การลงทุนในหุ้นจึงมีความเสี่ยงที่สูงมากและแน่นอนว่ามันทำให้เรามีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าประกันชีวิตที่จ่ายผลตอบแทน (หรืออาจจะต่ำกว่าก็ได้ เพราะหุ้นเจ๊งก็เห็นทั่วไป) โดยสรุปแล้วผมว่ามันคือเครื่องมือการลงทุน ไม่ใช่เครื่องมือที่ในการคุ้มครองชีวิตที่แถมเงินต้นพร้อมผลตอบแทนคืนเมื่อครบกำหนด

เลยชอบคิดแบบนี้ครับว่า :
ประกัน คือ เครื่องมือที่ปกป้องความมั่งคั่ง
หุ้น คือ เครื่องมือที่ต่อยอดและสร้างความมั่งคั่ง

  • มุมมองการซื้อประกันชีวิตและลงทุนในหุ้น

ส่วนตัวผมทำทั้งประกันชีวิตและลงทุนในหุ้นควบคู่กันไปเลยนะครับ เมื่อก่อนเคยทำงานประจำ เงินเดือนผมไม่ได้เยอะมาก เคยไปหาหมอจ่ายค่านอนโรงพยาบาลเป็นหมื่นบาท ตกใจมากๆ ก็เลยทำประกันชีวิตก่อนเป็นอันดับแรกเลย เพราะผมมองว่าประกันเป็นเรื่องที่วางแผนได้และกำหนดว่าเราจะจ่ายเงินแค่ไหนเพื่อคุ้มครองขนาดไหน ก็เคยจ่ายประกันสุขภาพไปฟรีๆอยู่ 3 ปีได้นะครับ ไม่ป่วยเลย แต่พอป่วยปุ๊ปค่าใช้จ่ายที่ผมต้องจ่ายกลับมากกว่าเงินที่จ่ายให้ประกันทั้ง 3 ปีนั่นอีก นี่ล่ะครับที่ผมมองว่ามันปกป้องความมั่งคั่งให้เราได้ และผมก็ทำประกันแบบครอบคลุมก่อนไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สุขภาพ รายได้ ชีวิต ฯลฯ

ประกันนะสำหรับผมทำแต่พอดี แล้วพอมีเงินเพิ่มขึ้นมา ผมก็เอาไปลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเพื่อเปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่มากขึ้นได้ ผมก็ซื้อหุ้น กองทุนรวม อะไรพวกนี้ต่อ เพราะอย่างน้อยถ้าผมลงทุนแล้วเกิดผิดพลาด ไม่ได้ผลตอบแทนที่ดี แล้วดันป่วยต้องออกจากงานอีก กรณีไม่มีประกันคุ้มครองตอนนั้นเงินจะถูกลดจากกระเป๋าแบบไม่มีทางเลือกเลยนะครับ แต่พอวางแผนให้ดี ทำประกันด้วย ซื้อหุ้นลงทุนด้วย ผมว่าชีวิตมันจะจัดการหลายๆอย่างได้ง่ายขึ้นนะ

 

ดราฟ 4 ทนาคาน3

 

โดยสรุปจากมุมมองของผมนะ ก็ยังคงยืนยันว่าประกันคือประกัน หุ้นคือหุ้น อย่าเอาผลตอบแทนมาเปรียบเทียบเลย แต่เราเลือกซื้อจากการวางแผนทางการเงินของเราดีกว่า แล้วเราจะมีชีวิตและสุขภาพทางการเงินอย่างมีความสุขนะครับ