สำหรับคนที่วางแผนดหย่อนภาษีในช่วงปลายปี สิ่งที่มักจะเกิดปัญหา นั่นคือเรื่องของการจัดการเรื่องเงินและเวลาในการซื้อสินค้าทางการเงินเพื่อลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะตัวฮิตๆอย่าง ประกันชีวิต LTF และ RMF นั่นเองครับ


สาเหตุที่พรี่หนอมบอกว่าเสียทั้งเงินและเวลานั้น เพราะว่าหลายคนต้องบริหารจัดการเงินสดให้ดี เพื่อที่จะมีให้พอจ่ายเพื่อซื้อประกัน LTF และ RMF (บางคนถึงขั้นรอโบนัสออกเพื่อให้ไปซื้อได้) แถมบางทียังต้องไปต่อคิวรอที่ธนาคารในช่วงปลายปีเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อให้สามารถซื้อได้ในวันที่ต้องการอีกต่างหาก


ซึ่งช่องว่างตรงนี้แหละครับ เราสามารถนำบัตรเครดิตมาช่วยในการบริหารจัดการได้อยู่ครับ เรื่องของการบริหารจัดการการเงินและเวลา โดยต้องผ่านขั้นตอนที่วางไว้ 3 ข้อนี้ครับ นั่นคือ


1. วางแผนการจ่ายและสำรองเงินไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับคนที่จะใช้วิธีจ่ายบัตรเครดิตล่วงหน้าแทนเงินสด ต้องไม่ลืมว่าเรากำลังสร้างหนี้ ดังนั้นการจ่ายต้องจ่ายเต็มจำนวนเท่านั้นถึงจะได้รับประโยชน์คุ้มค่าอย่างเต็มที่ เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมนั่นเองครับ


2. เลือกบัตรเครดิตที่คุ้มค่าทั้งเรื่องเวลาและเงิน การใช้บัตรเครดิตนั้นจะช่วยให้เราสะดวกกว่าการที่เราจะไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือฝากตัวแทนไปชำระให้นั้น เราสามารถเปลี่ยนมารูดปรื๊ดผ่านบัตรเครดิตได้ครับ จะเลือกใช้วิธีออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ตามที่สะดวกและสบายใจ (ถ้าออนไลน์ได้จะยิ่งประหยัดเวลาแบบสุดๆ) นอกจากนั้นยังได้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยของการใช้บัตรเครดิตมาเป็นประโยชน์อีกต่อหนึ่งครับ


ยิ่งบัตรเครดิตไหนที่เพิ่งตัดยอดไป เราก็ใช้บัตรนั้นเลยครับ เพราะจะได้ระยะเวลาที่ยาวขึ้นในการจ่ายเงินออกไปส่วนเรื่องของความคุ้มค่าเรื่องเงินนั้น เราอาจจะใช้วิธีการมองหาโปรโมชั่นดีๆ ของบัตรเครดิตที่เรามีมาช่วยเพิ่มเติมครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดค่าเบี้ยประกันสำหรับบัตรที่มีโปรโมชั่นกับบริษัทประกันที่เราใช้อยู่ (อาจจะได้มาในรูปของเงินคืนหรือส่วนลดต่างๆ) หรือเป็นการขยายระยะเวลาในการจ่ายโดยการผ่อน 0% อีกหลายเดือน เพื่อให้เราสามารถสร้างโอกาสเพิ่มเติมโดยการนำเงินสำรองไปลงทุนในกองทุนความเสี่ยงต่ำอย่างกองทุนตลาดเงิน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนนิดหน่อยมาช่วยเป็นส่วนลดเงินที่ต้องจ่ายอีกทางหนึ่งได้ด้วยครับ #อย่าลืมศึกษาความเสี่ยงในการลงทุนด้วยนะครับผม


3. ตรวจสอบข้อจำกัดที่ต้องรู้ สำหรับข้อนี้เป็นเรื่องที่เราต้องหาความรู้เพิ่มเติมครับ ยกตัวอย่างเช่น การซื้อกองทุนผ่านบัตรเครดิตอาจจะจะไม่ได้รับคะแนนสะสมและไม่ได้ร่วมรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ของบัตรเครดิต หรือการจ่ายประกันที่ได้รับสิทธิ์นั้นต้องมียอดขั้นต่ำของการใช้จ่ายเท่าไรถึงจะได้สิทธิตามเงื่อนไขที่ตามแต่ละธนาคารกำหนดไว้ ตรงนี้ต้องเช็คให้ดี อย่ามองที่ประโยชน์ที่ได้รับจนลืมไปว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้างนะครับ


เอาล่ะครับ ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างพร้อมกับการขายของประกอบกันเลยครับ งานนี้ทางธนาคารกรุงศรีเขาฝากมาประชาสัมพันธ์สำหรับคนที่ใช้บัตรเครดิตกรุงศรีทั้ง 6 บัตร ซึ่งประกอบไปด้วย บัตรเครดิต กรุงศรี       ซิกเนเจอร์, บัตรเครดิต กรุงศรี วีซ่า แพลทินัม , บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม, บัตรเครดิต เอไอเอ วีซ่า แพลทินัม, บัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า, บัตรเครดิต กรุงศรี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตของ AIA หรือประกันค่ายอื่นๆ ว่ามีโปรโมชั่นพิเศษให้ด้วยครับ



สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรี เมื่อชำระค่าเบี้ยประกันภัยเต็มจำนวน ทั้งปีแรกและปีต่ออายุรายปีทุกประเภท ผ่านบัตรเครดิตกรุงศรี สะสมตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป (รวมเซลล์สลิปได้) เริ่ม 1 ต.ค. – 31 ธ.ค. 60  สำหรับ 500 ท่านแรก จะได้รับกระเป๋าหมีกินจุง 2 ใบมูลค่า 7,940 บาท เอาไปลากให้สบายใจเลยครับ #รวยแล้วยังคิกขุได้ด้วยนะครับผม


เพิ่มเติมสำหรับยอดประกันอื่นๆ รับเครดิตเงินคืน 0.5% ของเงินที่จ่ายไปเหมือนกันครับ ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตรกรุงศรีที่มีอยู่ครับ 


  • สำหรับประกันภัย AIA ถ้าชำระผ่านบัตรเครดิต เอไอเอ วีซ่า รับเครดิตสูงสุด 2,000 บาท สำหรับเมื่อชำระยอดทุก 10,000 บาทต่อเซลล์สลิปขึ้นไป (ไม่ต้องลงทะเบียน)  สำหรับ    บัตรเครดิตกรุงศรี ประเภทอื่นๆ  รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 1,000 สำหรับเมื่อชำระยอดทุก 20,000 บาทต่อเซลล์สลิป ครับ (ต้องมีการลงทะเบียนก่อนใช้สิทธิ์ด้วยนะครับ)
  • สำหรับประกันภัยประเภทอื่นๆ  ชำระผ่านบัตรเครดิตกรุงศรี ทุกประเภท จะได้รับเหมือนกันครับกับเครดิตสูงสุด 1,500 บาท สำหรับเมื่อชำระยอดทุก 30,000 บาทต่อเซลล์สลิปขึ้นไป ครับ (ต้องมีการลงทะเบียนก่อนใช้สิทธิ์ด้วยนะครับ)


งานนี้คิดง่ายๆ  อย่าลืมไปรูดชำระค่าเบี้ยกันเริ่ม 1 ต.ค. – 31 ธ.ค. 60 ได้ทั้งลดหย่อนภาษี และรับเครดิตเงินคืนไปฟรีๆ นั่นแหละครับ เรียกได้ว่าเป็นการประหยัดอีกทางหนึ่งครับ



นอกจากนั้นยังมีอีกโปรโมชั่นหนึ่งเป็นของคนที่ใช้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยของทางไทยประกันสุขภาพ ซึ่งมีโอกาสรับเงินสูงสุดคืน 9,000 บาท พร้อมรับสิทธิผ่อน 0% นานถึง 4 เดือนครับ ตามเงื่อนไขในการรูดชำระตามรูปด้านบนนี้ครับผม โดยจะเลือกแบ่งจ่ายค่าประกันภัยแบบไหน ก็จะได้รับเครดิตเงินคืนครับผม  ผ่อนเบา สบายๆ ได้ตั้งแต่ 25 พ.ย. 60 – 31 ม.ค. 62


จะเห็นว่าจริงๆแล้วการจ่ายประกันชีวิตผ่านบัตรเครดิตนั้น ยังมีโอกาสรับสิทธิพิเศษต่างๆที่ทางธนาคารซ่อนไว้มากมายครับ ซึ่งตรงนี้ถ้าใครมีบัตรเครดิตของกรุงศรีก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด ครับผม


อ้อ ส่วนของกองทุนก็ยังไม่น้อยหน้าครับ เพราะว่าการซื้อกองทุน LTF และ RMF ของทางบลจ.กรุงศรี ก็สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรกรุงศรีได้นั้น ซึ่งสามารถซื้อได้ทั้งออนไลน์ผ่านระบบของบลจ.กรุงศรีเองหรือรูดซื้อที่สาขาก็ได้เช่นเดียวกัน 


แต่รายการซื้อกองทุนผ่านบัตรเครดิตนี้ จะไม่ได้รับคะแนนสะสมและไม่ได้ร่วมรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ของบัตรเครดิตนะครับ ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการพกเงินสดไปชำระที่ธนาคารจำนวนมากๆ เพราะในการซื้อกองทุน (ทุกกองรวมกัน) หนึ่งคนสามารถซื้อได้ถึง 500,000บาท / ปี / คน แต่ต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ แล้วจะพกเงินสดไปทำไมล่ะครับอันตราย ตรงนี้ก็สามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนและสอบถามโปรโมชั่นได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา โทร. 0 2657 5757 และทางเว็บไซต์ www.krungsriasset.com


โค้งสุดท้ายกับการวางแผนประหยัดภาษีด้วยบัตรเครดิต


เอาล่ะครับ สำหรับเคล็ดลับในวันนี้ ก็ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเลยล่ะครับ เพียงแค่เราสังเกตและพยายามมองหาหนทางเล็กๆ น้อยๆ ในการประหยัดเงินแบบง่ายๆ แถมยังช่วยให้เราจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตได้สะดวกสบายขึ้น แถมมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้นด้วยครับผม


ฝากไว้สุดท้ายก่อนจากกันครับว่า บัตรเครดิตนั้นเหมาะสำหรับคนที่มีวินัยในการจ่าย และบริหารเงินเป็นมากๆ ครับ เพราะถ้าหากคุณจัดการเรื่องนี้ได้ดีแล้วล่ะก็ รับรองว่าสิ่งที่คุณได้รับนั้นจะมีประโยชน์มากกว่าโทษแน่นอนครับ


บทความนี้เป็น Advertorial