aom tmb2 cover   เมื่อเข้าใกล้ช่วงปลายปีทีไร เรามักจะได้ยินสัญญานเตือน (ครั้งสุดท้าย) ให้วางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ได้แล้ว) ถึงแม้ว่ากูรูภาษีหลายๆคนจะแนะนําไปหลายรอบแล้วว่า ให้เริ่มต้นวางแผนภาษีเสียเนิ่นๆ ตั้งแต่ต้นปีก็ตามที  เฮ้อออ... แต่อย่างที่ว่าแหละครับ บางคนก็มีภาระ บางครั้งก็ติดปัญหา บางคราวก็ไม่มีเวลา รู้สึกตัวอีกทีก็เกือบจะสิ้นปี ทีนี้เราจะวางแผนภาษีทันไหมเนี่ยยย แค่คิดก็เริ่มจะเพลียเสียแล้ว.. ดังนั้น @TAXBugnoms เลยขอแนะนําวิธีการวางแผนภาษีแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทําได้ด้วยตัวเอง จะวางแผนตอนต้นปีก็ดี กลางปีก็ได้  ปลายปีก็พอไหว ชนิดที่เรียกได้ว่า จ่ายแค่ 1 แต่ได้ถึง 3 ไม่ว่าจะเป็น ประหยัดภาษี มีเงินลงทุน และลุ้นรับผลตอบแทน ไปพร้อมๆกัน และวิธีที่จะมาแนะนําในวันนี้ นั่นคือวิธีการลงทุนใน กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF เพื่อประหยัดภาษีนั่นเองคร้าบ โดยปกติแล้ว การซื้อ LTF นั้น ใครๆหลายคนมักจะคุ้นเคยกับการที่ต้องเดินไปเปิดบัญชีซื้อขายกองทุนรวมกับทางบลจ.ต่างๆ หรือเปิดบัญชีผ่านสาขาของธนาคารชั้นนำทั่วไป จะซื้อกองทุน LTF ใหม่สักหนึ่งกอง ก็ต้องมองหาสาขาของธนาคารที่เป็นตัวแทนบลจ.นั้นๆ แต่ถ้าหากอยากซื้อกองทุนรวมหลายๆ กองพร้อมกัน ไปธนาคารโน้นที ไปธนาคารนี้ที วิ่งกันให้วุ่น บางทีหมดไปหนึ่งวัน ซื้อได้แค่กองทุนเดียวเพราะมัวแต่เสียเวลารอคิวกันซะงั้น จากที่เกริ่นมาซะยาว @TAXBugnoms คิดว่าปัญหาที่ว่านี้กำลังจะหมดไป จากที่ได้เห็นข่าว ของ TMB ที่เค้ามีบริการซื้อขายกองทุน LTF ดีๆ จากทางบลจ.ชื่อดังหลายแห่ง นํามารวมไว้ที่ TMB ที่เดียวครับ ทั้งจากทางบลจ.ของเค้าเอง TMBAM และยังมีของ ABERDEEN กับ UOBAM อีก @TAXBugnoms มั่นใจว่าผู้ซื้อจะสะดวกขึ้น ไม่ต้องไปซื้อหลายที่ ไม่ต้องรอคิวหลายรอบ เอาล่ะ... ก่อนอื่นเราลองมาทบทวนสิทธิประโยชน์ รวมถึงเหตุผลดีๆในการซื้อ LTF เพื่อประหยัดภาษีกันอีกครั้งหนึ่ง เผื่อใครลืมไปแล้วว่า เจ้า LTF นั้นมันมีประโยชน์อะไรบ้าง....   LTF คืออะไร คําว่า LTF ที่เราเรียกๆ กันอย่างคุ้นปากนั้น เป็นตัวย่อมาจากภาษาอังกฤษคือ “Long Term Equity Fund” และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในภาษาไทยว่า “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” โดย LTF นั้นถือว่าเป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว โดยเน้นลงทุนในตลาดหุ้นเป็นหลัก ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นผลตอบแทนทางอ้อมอีกด้วย สําหรับการซื้อ LTF เพื่อสิทธิประโยชน์ในการประหยัดภาษีนั้น กฎหมายได้กําหนดไว้ที่ 15% ของรายได้ต่อปี ในจํานวนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท โดยต้องซื้อและถือหน่วยลงทุนไว้เป็นเวลา 5 ปี (ปฎิทิน)   ตัวอย่างเช่น  ถ้าเรามีเงินได้ทั้งปี 2556 จํานวน 1,000,000 บาท เราจะสามารถซื้อ LTF ได้สูงสุดเป็นจํานวน 150,000 บาท แต่ถ้าเรามีรายได้มากกว่านั้น ก็สามารถซื้อได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่จํานวนที่ซื้อได้สูงสุดคือ 500,000 บาทนั่นเอง โดยระยะเวลาการซื้อ LTF ที่บอกว่าต้องถือหน่วยลงทุนไว้ 5 ปีปฎิทิน เราจะนับตั้งแต่ปีแรกที่เราซื้อต่อไปอีก 5 ปีปฎิทิน เช่น ถ้าซื้อ LTF ในวันที่ 30 ธันวาคม 2556 ก็จะสามารถขายได้ตั้งแต่วันแรกของปี 2560 โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม นับแล้วก็ตกประมาณ 3 ปีกว่าๆเท่านั้นเอง และเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น... เราลองมาทบทวน 5 เหตุผลดีๆที่ทุกคนควรซื้อ LTF กันอีกสักครั้งครับ   5 เหตุผลที่ทุกคนควรซื้อ LTF   1. ลงทุนในระยะเวลาที่ไม่นาน เพียงแค่เราลงทุนครบ 5 ปีปฏิทินก็สามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนคืนได้แล้ว แต่ถ้าหากผลตอบแทนยังดีอยู่ เราก็สามารถเลือกเก็บหน่วยลงทุนไว้ในอนาคตเพื่อลุ้นรับผลตอบแทนที่มากขึ้นได้เช่นเดียวกัน 2. ไม่จําเป็นต้องลงทุนติดต่อกันทุกปี ปีไหนที่ต้องการลดหย่อนภาษีก็ค่อยลงทุนปีนั้น แถมยังไม่มีภาระผูกพันจากการลงทุนในคราวก่อนๆ 3. รับสิทธิประโยชน์คุ้มแสนคุ้ม เนื่องจาก LTF สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 500,000 บาท พ่วงด้วยผลตอบแทนที่ได้รับสูงขึ้น เพราะเป็นการลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) แถมยังเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินระยะยาวให้กับตัวเราอย่างสม่ำเสมอ และยิ่งไปกว่านั้น กําไรจากการขายหน่วยลงทุน ก็ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย 4. เลือกลงทุนได้หลากหลาย LTF มีทั้งกองทุนที่มีการจ่ายเงินปันผล และไม่มีการจ่ายเงินปันผล ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า เราอยากได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นช่วงๆ หรืออยากได้ผลตอบแทนกลับมาครั้งเดียวเต็มจํานวน นอกจากนั้นยังมีนโยบายการลงทุนในกองทุนของแต่ละบลจ.มากมายให้เลือกสรร ดังนั้นถ้าใครถูกใจแบบไหนก็สามารถเลือกลงทุนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการลงทุนได้แบบง่ายๆสบายๆกันเลยทีเดียว 5. สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนได้ตามใจ ถ้ากองทุนไหนไม่ถูกใจ มีผลตอบแทนไม่ดี หรือไม่เป็นที่น่าพอใจ เราก็สามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปกองทุนรวม LTF ของบลจ.อื่นได้ โดยการสับเปลี่ยนที่ว่านี้ไม่ถือเป็นการซื้อและขาย และไม่มีผลกระทบต่อภาษี แต่อย่าลืมศึกษาค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนให้ดีก่อนนะครับ โค้งสุดท้ายจริงๆ สําหรับคนที่ไม่มีเวลา...งั้นก็ไปซื้อที่ TMB แล้วกัน น่าจะสะดวกกับใครหลายๆคน และยังมี LTF กองที่ @TAXBugnoms จะแนะนํา...ให้เลือกด้วยครับ   เราลองมาดูกันดีกว่า...ว่า LTF กองไหนน่าสนใจในช่วงนี้ @TaxBugnoms ขอแนะนําสองกองนี้แล้วกันครับ ระหว่างกองทุนเปิดอเบอร์ดีนหุ้นระยะยาว (ABLTF) และ กองทุนเปิดบรรษัทภิบาลหุ้นระยะยาว (CG-LTF) มาดูกัน… ว่าแต่ละกองเป็นอย่างไรบ้าง   ตารางเปรียบเทียบ สำหรับกองทุนเปิดอเบอร์ดีนหุ้นระยะยาว (ABLTF)   เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาวในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีอัตราการเติบโตสูง โดยเราจะเห็นว่าผลการดําเนินงานย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีจนถึง ณ วันที่ 29 ส.ค. 57 สูงถึง 21.19% และยังสามารถเริ่มลงทุนครั้งแรกได้ในจํานวนเงินขั้นตำ่ที่ 5,000 บาท ด้วยครับ   ส่วนกองทุนเปิดบรรษัทภิบาลหุ้นระยะยาว (CG-LTF)   เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีระบบธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งจะเป