roadmapAM-01-01

โรดแมป การลงทุนกับกองทุนรวม

จากการที่ คสช. ได้ออก โรดแมป ในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ออกมา อาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใครก็ตาม

แต่วันนี้ผมจะขอออก โรดแมปออกมาบ้างครับ ขอรับรองว่าถูกใจใครที่กำลังจะลงทุนกับกองทุนแน่นอน !!

อย่างช่วงที่ผ่านมาผมได้รับคำถามมากมายจากผู้ที่จะเริ่มลงทุนกับกองทุนรวม โดยส่วนใหญ่คำถามที่พบคือ ลงทุนกองทุนจะเริ่มต้นอย่างไร วิธีการซื้อกองทุน ว่าซื้อที่ไหน ซื้ออย่างไร และ วิธีการเริ่มต้นแบบง่าย ๆ ของกองทุนทำอย่างไร สัดส่วนกองทุน ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นคำถามยอดฮิตทั้งนั้น งั้นวันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังกันครับว่า เราจะเริ่มลงทุนกับกองทุนรวมกันอย่างไรดี

โดยขอเสนอในตอนที่ชื่อว่า โรดแมป การลงทุนกับกองทุนรวม

1. แบ่งเงินลงทุน จากเงินออม

ผมเชื่อว่าหลายท่าน มีเงินออมอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นลงทุนอย่างไร ไม่รู้ว่าจะแบ่งสัดส่วนมาลงทุนเท่าไหร่ดี จึงจะเหมาะสม

คงต้องบอกว่า การแบ่งเงินมาลงทุนนั้น โดยทั่วไปเราจะเริ่มเก็บเงินฉุกเฉินไว้ประมาณ 3-6 เท่าของเงินเดือนก่อนครับ

แล้วเงินที่เก็บหลังจากนั้นค่อยเอามาลงทุนครับ เพราะว่าถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงิน เราจะได้ไม่ต้องไปถอนออกมาจากกองทุนของเรา

เนื่องจากบางกองทุนก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้เงิน หรือ บางกองทุนก็มีค่าธรรมเนียมในการขายด้วยครับ ถ้าเรายังถือกองทุนได้ไม่นานพอที่จะมีกำไร การขายออกมาอาจจะทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุครับ

 

2. ทำแบบประเมินความเสี่ยง

การลงทุนนั้นต้องทราบความเสี่ยงของตนเอง และสัดส่วนของสินทรัพย์ที่จะลงทุนกับกองทุนแบบต่าง ๆ นะครับ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เกือบที่สุดในการลงทุนเลยครับ เนื่องจากมีงานวิจัย หลาย ๆ ที่เเลยครับ ที่บอกว่า การลงทุนระยะยาวนั้นจะประสบความสำเร็จได้

นั้นต้องอาศัย สิ่งที่เรียกกว่า การจัดสรรเงินลงทุนกับสินทรัพย์ต่าง ๆ หรือที่เราเรียกว่า "Asset Allocation" ครับ (ท่านผู้อ่านลอง พูดคำนี้กับเพื่อน ๆ สิครับ จะดูเท่ห์ขึ้นมาทันที 30 % )

โดยงานวิจัยนี้บอกว่า การเลือกสินทรัพย์ เช่นหุ้น ตราสารหนี้ ฯลฯ ว่าอันไหนดี หรือไม่ดี และ การจับจังหวะการลงทุนว่าจะลงทุนช่วงไหนดีนั้น จะมีผลต่อการลงทุนในระยะยาวน้อยมากครับ แทบจะเรียกว่าไม่มีผลเลยมากกว่า

พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าเราเลือกสินทรัพย์ได้เน่ามาก และยังจับจังหวะได้ห่วยอีก(โครตจะรันทดเลยครับ)
แต่ถ้าเราจัดสัดส่วนการลงทุน หรือ Asset Allocation ได้ดีละก็ สามารถทดแทนข้อบกพร่องที่ผมกล่าวมาแล้วได้ ทำให้ได้ประโยชน์จากการลงทุนแบบระยะยาวครับ

มีหลายครั้งมากที่มีคนเข้ามาถามผมว่า แนะนำกองทุนหุ้นให้หน่อย หรือ กองทุนตราสารหนี้ให้หน่อย ในครั้งแรกผมยังไม่แนะนำ แต่ผมจะบอกว่า ให้ทำแบบประเมินความเสี่ยงก่อนการลงทุนเสียก่อน เพราะว่าเราจะได้ทราบว่า สัดส่วนที่เหมาะกับการลงทุนของเราเองครับ แนะเวปไซต์ที่ผมใช้บ่อย ๆ ในการดูสัดส่วนการลงทุนคือ http://www.tsi-thailand.org/index.php?option=com_wrapper&Itemid=76

33

อันนี้เป็นตัวอย่างเมื่อทำเสร็จแล้วครับ

หลังจากเราทำเสร็จ ก็แบ่งเงินลงทุนเลยครับ อย่างผมเอง สามารถลงทุนกับ กองทุนตลาดเงิน (เงินสด) ได้ 25 % กองทุนตราสารหนี้ 40 % และกองทุนหุ้น 35 % เราก็นำสัดส่วนนี้ไปใช้ลงทุนได้เลยครับ เช่นผมมีเงิน 100 บาท ก็ลงทุนกับ กองทุนตลาดเงิน 25 บาท กองทุนตราสารหนี้ 40 บาท และ กองทุนหุ้น 35 บาทครับ เมื่อเราได้สัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของเราแล้ว เราก็ค่อยไปถึงขั้นตอนเปิดบัญชีกันครับ

 

3. เปิดบัญชีกองทุน

หัวข้อนี้ง่ายเลยครับ เพราะผมเคยเขียนบทความไปแล้ว ถ้าท่านไหนที่ยังไม่เคยอ่าน ผมแนะนำให้ลองอ่านดูนะครับ จะได้เข้าใจว่าเราควรจะเปิดปัญชีแบบไหนดีครับ http://bit.ly/1iWhOD8

ซึ่งต้องเรียนตามตรงว่า ผมเชียร์ให้ท่านผู้อ่าน หรือนักลงทุน ที่อยากลงทุนกับกองทุนรวมนั้น เปิดบัญชีกับ บล. ที่มีระบบ Fund Supermart จะดีกว่าการเปิดบัญชีแบบอื่น ๆ ครับ เพราะว่ามีสะดวกในการตรวจสอบสัดส่วนการลงทุนในกองทุน และอีกอย่างคือ เราสามารถเลือกซื้อกองทุนได้อย่างง่ายดาย หลากหลายมาก ๆ หรือเรียกได้ว่ากองทุนจากทุกธนาคารจะมาอยู่รวมกัน ซื้อ-ขายได้โดยที่ไม่ต้องเปิดบัญชีบ่อย ๆ และที่สำคัญประหยัดเวลาในการโอนเงินอีกด้วยครับ (ไม่ต้องโอนเงินหลายรอบ) ยิ่งท่านไหนมี smart phone ก็สามารถส่งคำสั่งซื้อขายกองทุนได้เพียงแค่ พลิกฝ่ามือเลย

 

4. การเลือกกองทุน

ขั้นตอนการเลือกลงทุนนั้น จริง ๆ ผมก็เคยเขียนเอาไว้คราว ๆ ในบทความเก่า ๆ ครับ ตามนี้เลย http://bit.ly/1kDAYxD

ส่วนท่านไหนที่ต้องการข้อมูลเจาะลึกของกองทุนต่าง ๆ ก็ติดตามบทความของผมได้ครับ หรือ จะเขียนมาว่า อยากทราบกองทุนไหนเป็นพิเศษก็ส่งเข้ามาถามได้ใน facebook ของผมได้เลยครับ

แต่ผมจะสรุปวิธีเลือกกองทุนแบบคราว ๆ ให้นะครับ

1. อ่าน Fund Fact Sheet ของกองทุนให้ละเอียดว่า กองทุนนี้ลงทุนกับสินทรัพย์อะไรบ้าง และมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

2. ดูค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องจ่าย และค่าธรรมเนียม กับผลตอบแทนที่ได้คุ้มหรือไม่ครับ

3. หากองทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ มากกว่ากองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง เพราะว่าสูงนั้น อาจจะสูงแค่ปีเดียวครับ

4. สภาพคล่องในการซื้อขาย ว่าเราสามารถทำการซื้อ-ขายกองทุนได้เมื่อไหร่ เผื่อว่าเราจำเป็นต้องใช้เงิน จะได้วางแผนได้เสียแต่เนิ่น ๆ ครับ

5. อ่าน และ หาข้อมูลเพื่อช่วยการตัดสินใจเยอะ ๆ ครับ เช่น ตาม website ต่าง ๆ อย่าง MorningStar และ บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนขายกองทุน หรือจะปรึกษาผมก็ไม่ว่ากันครับ 55+

 

5. ลงทุนกับกองทุนด้วยเทคนิคต่าง  ๆ

เรามาดูเทคนิคในการลงทุนกับกองทุนรวมกันครับ

1. ซื้อด้วยเงินก้อนใหญ่ๆครั้งเดียวเลย (ถ้ามีนะครับ) และทิ้งไว้ยาว ๆ โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น (แต่ก่อนลงต้องเลือกองทุนที่ดี และถูกใจเราก่อนนะครับ) หรือที่เราเรียกว่า Lump Sum (ล่ำซ่ำ ชื่อเป็นมงคลจริง ๆ) ครับ

2.Dollar Cost Averaging (DCA) ซึ่งเป็นการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ที่ทำได้ง่าย ๆ โดยผู้ลงทุนแบ่งเงินลงทุนเป็นจำนวนเท่าๆ กัน และลงทุนตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น ทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน โดยจะไม่สนใจว่าตลาดขณะนั้นจะเป็นขาขึ้น หรือ ขาลง ไ

Dr.Nut

Dr.Nut

GURU aomMONEY ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกองทุน การลงทุน และการเงิน