จากครั้งที่แล้วที่ผมได้พูดถึงเรื่องกองทุนปันผล กับ กองทุนไม่ปันผลไปแล้ว

คราวนี้เรามาดู "กองทุนที่ปันผล" กับ "กองทุนปันหน่วย" กันดีกว่าครับ

หลายคนคงจะงงว่า ไอ้ กองทุนปันหน่วยคืออะไร จริง ๆ เป็นชื่อที่ผมตั้งขึ้นเองครับ 55+

เนื่องจากว่ามันเป็น กองทุนมีการปันผล ออกมาด้วยการบังคับขายหน่วยลงทุนครับ

หรือ เราที่เรียกกันแบบปกติว่า "การขายคืนอัตโนมัติ" ครับ หรือ "Auto Redemption" นั่นเองครับ

ก่อนที่จะไปถึงเรื่อง การขายคืนอัตโนมัติ เรามาย้อนรอยกันซักนิดครับ

กองทุนที่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล หรือ กองทุนที่มีการจ่ายเงินออกมาเป็นงวด ๆ ตามอัตราและระยะเวลาตามที่กองทุนกำหนดครับ เช่น กองทุนมีนโยบายจ่ายปันผล ไม่เกินปีละ 4 ครั้งครับ และจุดที่สำคัญก็คือ ตอนที่เรารับเงินปันผลนั้น ทาง บลจ. ที่เป็นผู้ออกกองทุนจะหักภาษี ณ ที่จ่าย  10%  ครับ หรือ เราสามารถเลือกที่จะไม่ต้องจ่ายภาษีเงินปันผลก็ได้ครับ แต่เราก็ต้องเงินปันผลนั้นมารวมเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีตอนต้นปีครับ

คราวนี้เรามาดู กองทุนรวมประเภท auto redemption กันบ้างครับ โดยกองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีการจ่ายเงินคืนให้ผู้ลงทุนเป็นงวด ๆ เหมือนกองทุนปันผลแหละครับ เพียงแต่เงินที่เราจะได้รับกลับมานั้นไม่ใช่เงินปันผลนะครับ แต่กองทุนจะแจ้งเตือนเรา ทาง email ครับ และบังคับให้เรา ขายคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ ครับ ซึ่งจะมีเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่ ผู้จัดการกองทุนได้กำหนดไว้ครับ

การรับเงินจากการขายคืนหน่วยลงทุนมีข้อดีคือ เหมือนได้รับเงินปันผลครับ แต่ไม่เสียภาษีเพราะว่าเป็นการขายกองทุนออกมาครับ

ส่วนเงื่อนไขการขายคืน หรือ การทำ Auto redemption ก็ขึ้นกับทาง บลจ ละครับว่าจะกำหนดเงื่อนไขที่ขายคืนอัตโนมัติเมื่อราคาของหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นถึงระดับไหน และจะจ่ายคืนเท่าไหร่ด้วย เช่น กองทุนจะขายคืนอัตโนมัติให้ ครึ่งนึงของหน่วยลงทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นมา( 2.5 บาท) เมื่อราคาหน่วยลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้น 5 บาท 

ถ้างง ลองดูตัวอย่างการตั้งระดับการขายคืนหน่วยลงทุน จาก หนังสือชี้ชวนดูครับ

ส่วนผลที่ตามมาของการ Auto redemption หรือ ขายหน่วยลงทุนคืน นั้นก็คือ "จำนวนหน่วยจะลดลงครับ" แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายนะครับ เพราะว่า NAV หรือมูลค่าหน่วยลงทุนที่ท่านถือนั้น ไม่ได้ลดลงอย่างเวลาที่ปันผลนะครับ

ลองมาทำความเข้าใจกันซักเล็กน้อยครับ 

เช่น สมมติว่าเราลงทุนกับกองทุน 10,000 บาท จะได้ 1000  หน่วย หากราคา NAV ต่อหน่วยเป็น 10 บาท

ต่อมากองทุนทำผลกำไรได้ดี NAV ต่อหน่วยเพิ่มมูลค่า มาเป็น 11 บาท

ดังนั้นกองทุนก็จะปันผลออกมาให้กับเราครับ ตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้

โดยกองทุนก็จะบังคับขายหน่วยลงทุนออกมาเป็นปันผลครับ โดยขายออกมาเท่ากับ 90.9091 หน่วย ครับ หรือ คือ 1,000 บาทนั่นเอง

เห็นไหมครับว่าเราได้รับเงินปันผลออกมาเป็นหน่วยแทน

ดังงนั้นหน่วยที่เรามีเหลือก็จะเท่ากับ 909.0909 หน่วยครับ

ลองดูตามตารางด้านล่างนี้น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากครับ

(ตารางดัดแปลงจาก หนังสือ CFP module 2 การวางแผนการลงทุน)

โดยสรุป นะครับ หลังจากการปันผล และ ปันหน่วยออกไปแล้ว จะเป็นตามด้านล่างนี้ครับ

 ปันผลปันหน่วย
NAVลดลง(ตามสัดส่วนเงินปันผล)เท่าเดิม
จำนวนเงินในพอร์ตเท่าเดิมเท่าเดิม
หน่วยเท่าเดิมลดลง(ตามสัดส่วนเงินปันผล)
ภาษีเสีย 10 %ไม่เสีย

ข้อดีของการปันหน่วยคือ

1. NAV จะไม่ลดลงครับ ทำให้ราคา NAV นั้นไม่แกว่งขึ้นลงเหมือนกับการปันผลครับ

2. ผู้ที่ลงทุนไม่เสียภาษี เพราะว่าเหมือนกับการขายหน่วยลงทุนครับ

3. จำนวนเงินในพอร์ตของเราก็ไม่เปลี่ยนแปลงครับ

**ข้อสังเกตคือ ถ้าผู้ลงทุนไม่ได้มีการซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติม ก็อาจจะทำให้จำนวนหน่วยลดลงเรื่อย ๆ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าจะทำให้เงินเราหายไปรึเปล่า ผมจะบอกว่าไม่เกี่ยวครับ เพราะว่า NAV ที่เรามีนั้น มูลค่าไม่ได้ลดลงไปด้วยครับ

สรุป การทำ Auto redemption ของกองทุน ไม่ได้มีผลอะไรครับ เพียงแต่เงินที่เราได้จากการขายหน่วยลงทุนอัตโนมัตินั้น ไม่ต้องเสียภาษีครับ

แต่ผมเองก็ไม่อยากให้นักลงทุนเอามาเป็นประเด็นหลักในการเลือกกองทุนนะครับ (หลายคนเห็นเรื่องไม่ต้องจ่ายภาษีปันผล 10 % ก็ตาโต) เพราะว่าเนื้อแท้ของการลงทุนก็อยู่ที่ว่าเราเลือกกองทุนได้ดี และถูกต้องหรือไม่ครับ

ลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าเราเลือกกองทุนแบบนี้มาเยอะ ๆ ไว้ในพอร์ตเพราะคิดว่าอยากจะได้เงินปันผลที่ไม่ต้องเสียภาษี แต่ปรากฏว่ากองทุนเหล่านี้ไม่เคยทำผลตอบแทนได้ถึงเกณฑ์ที่จะปันหน่วยออกมาเลย อาจจะแย่กว่าที่เราเลือกกองทุนปันผลธรรมดาซึ่งมีการปันผลตลอดเวลาอย่างสม่ำเสมอแล้วละก็ ท่านจะเลือกกองทุนแบบไหนครับ ? คงไม่ต้องบอกใช่ไหมละครับ

กว่าจะพบกันครั้งหน้า ขอให้มีความสุข และสนุกกับการลงทุนนะครับ ^_^