สวัสดีครับ ข่าวล่ามาเร็ววันนี้เป็นเรื่องของการต่ออายุกองทุนหุ้นระยะยาว หรือ LTF นั่นเองครับ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคงอยากทราบแล้วใช่ไหมครับว่า เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีใหม่เป็นอย่างไร และในอนาคตจะมีทิศทางแนวไหนกันบ้าง

แต่ก่อนจะไปพูดถึงเงื่อนไขใหม่นั้น @TAXBugnoms ขอสรุปสั้นๆให้ฟังกันก่อนครับว่าถ้าหากกฎหมายใหม่ฉบับนี้ไม่ออกมาต่ออายุให้แล้วล่ะก็ สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีของ LTF จะสิ้นสุดลงในปี 2559 หรือเราสามารถซื้อเพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในปี 2559 ได้เป็นปีสุดท้ายนั่นเองครับ

แต่ทีนี้เงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงในการต่ออายุนั้นมีอะไรบ้าง ผมขออนุญาตสรุปให้ฟังสั้นๆง่ายๆ ทีละประเด็นดังนี้ครับ

1. ต่ออายุสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก 3 ปี

โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 มีมติอนุมัติต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)ไปอีก 3 ปี จากที่จะสิ้นสุดในปี 2559 ซึ่งจะทำให้สิทธิดังกล่าวไปสิ้นสุดลงในปี 2562 แทนครับ

2. ขยายเงื่อนไขจำนวนปีในการถือครอง

สำหรับตรงนี้จากข่าวทั้งหลายยังไม่แน่ชัดว่าจะขยายเงื่อนไขออกเป็น 5 ปีเต็ม หรือ 7 ปีปฎิทินกันแน่ครับ ซึ่งผมคาดการณ์ว่าความแตกต่างที่เกิดขึ้นจะมีดังนี้ครับ

ถ้าขยายระยะเวลาการถือครองออกเป็น 5 ปีเต็ม

จะนับโดยการใช้วิธีการที่เรียกว่า วันชนวัน คือ ซื้อเมื่อไรจะต้องนับให้ครบ 5 ปีเต็มๆ เช่นถ้าหากในปี 2560 เราซื้อ LTF ไว้เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2560 การนับครบวันชนวันจะครบกำหนดในวันที่ 1 มกราคม 2565 และเริ่มขายได้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2565 เป็นต้นไปครับ

แต่ถ้าขยายระยะเวลาการถือครองออกเป็น 7 ปีปฎิทิน

วิธีการนับจะคล้ายกับเงื่อนไขเดิมคือนับโดยใช้วิธี ปีชนปี ซึ่งถ้าหากซื้อในวันที่ 30 ธันวาคม 2560 ก็จะสามารถขายได้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2566 เป็นต้นไปครับ

ซึ่งข้อมูลตรงนี้จากแหล่งข่าวทั้งหลายยังไม่ชัดเจนครับว่าจะใช้วิธีการอย่างไร เราคงต้องรอติดตามกันไปครับว่าผลจะเป็นอย่างไร

3. การเปลี่ยนแปลงมีผลตั้งแต่เมื่อไร

ถ้าจากเนื้อหาข่าว เราจะพบว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการต่ออายุ ดังนั้นเงื่อนไขทั้งหมดน่าจะเริ่มต้นในปี 2560 เป็นปีแรกครับ โดยสำหรับปี 2558 - 2559 ยังใช้เงื่อนไขเดิมในการถือครองอยู่ครับ

และทั้งหมดคือข่าว Update การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข LTF ที่กำลังจะเกิดขึ้นครับ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ไหนๆเขียนบทความทั้งที ... ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตและแชร์วิธีคิดของตัวเองในการซื้อ LTF สักเล็กน้อยครับว่า ควรจะซื้ออย่างไร และแบบไหนถึงจะเรียกว่าคุ้มค่าอย่างแท้จริง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆน้องทีได้เข้ามาอ่านบทความนี้คร้าบ เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลย :D

1. อย่าให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ภาษีมากเกินไป ผมอยากให้โยนคำว่าประหยัดภาษีทิ้งไปก่อนเลยครับ เพราะมันเป็นเพียงผลพลอยได้จากการลงทุนระยะยาวของเรา แต่ไม่ใช่ผลประโยชน์หลัก

ถ้าคิดอยากจะประหยัดภาษี ลองดูก่อนครับว่าตัวเราเองเสียภาษีในอัตราสูงสุดที่เท่าไรก่อน เช่น ถ้าหากเสียภาษีในอัตรา 5% แปลว่าทุกๆเงิน 100 บาทที่เราลงทุนไป คุณจะประหยัดภาษีได้ 5 บาท แต่ต้องแลกกับเงื่อนไขในการถือครองที่ยาวนานขึ้น (ตามเงื่อนไขใหม่) และคำถามที่เราควรถามตัวเองก็คือ เราสามารถทิ้งเงินลงทุนไว้ได้นานขนาดนั้นหรือเปล่า เรามีการจัดการเงินหมุนเวียน เงินสำรองด้านอื่นๆครบถ้วนแล้วหรือยัง ถ้าหากคำตอบคือยังและไม่แน่ใจ ผมว่าลองคิดใหม่ก่อนเถอะครับ

แต่ถ้าหากใครเสียภาษีในอัตราที่คิดว่าสูงมากพอที่จะใช้สิทธิ และไม่มีปัญหาด้านการเงิน อยากจะจัดไปก็ไม่ได้ว่านะครับ เพียงแต่ผมอยากให้ใส่ใจกับตัวเองก่อนว่า เรากำลังทำอะไร และ เราต้องการอะไรกันแน่คร้าบ

2. ไม่จำเป็นต้องรีบขายเมื่อครบกำหนด

ผมสังเกตเห็นว่าเมื่อถึงวันครบกำหนดตามเงื่อนไข บางคนจะรีบสั่งขาย LTF ก้อนนั้นออกมาทันที ส่วนหนึ่งเอาเงินไปเพื่อใช้จ่ายโดยไม่ได้ไปลงทุนต่อ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเราหมดสิทธิที่จะได้รับผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุน แถมยังสูญเงินทั้งหมดไปกับการใช้จ่ายอีกต่างหาก

ส่วนบางคนอาจจะเลือกในการขายออกมาเพื่อเอาไปซื้อ LTF อีกรอบหนึ่งในปีใหม่เพื่อใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นจากเงินก้อนเดิม ซึ่งไม่ถือว่าเป็นแนวทางที่ผิดแต่อย่างใดครับ แต่มันเป็นการเสียโอกาสที่จะปล่อยให้เงินลงทุนก้อนนั้นทำกำไร และสะสมเงินเพิ่มเติมจากการลงทุนใหม่ของเราครับ

ผมคิดว่า.. การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เราลงทุนระยะยาว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เราซื้อๆขายๆเพื่อทำกำไรโดยในระยะสั้นๆแค่ 5 ปีปฎิทินอย่างที่ผ่านมา (หรือ 3 ปี 2 วันอย่างที่เข้าใจกัน) แต่ทางรัฐต้องการให้คนไทยนั้นตระหนักถึงความสำคัญในการลงทุนระยะยาวของตัวเองมากกว่า ดังนั้นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คงอยู่ที่ว่าเรามองในแง่มุมไหนมากกว่าครับ

ท้ายที่สุดแล้ว... ผมคงบอกไม่ได้หรอกครับว่า วิธีการลงทุนแบบไหนที่ดีที่สุดสำหรับใคร จะซื้อจะขายตอนไหนมันก็เงินในกระเป๋าของแต่ละคนใช่ไหมครับ (อิอิ) แต่สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญยิ่งกว่าวิธีการลงทุนนั้น มันคือ วิธีการคิดที่จะทำให้เราลงทุนได้อย่างเหมาะสมตามเป้าหมายการเงินที่ต้องการมากกว่า ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของ LTF ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ จะมีผลกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆอย่างไร จะซื้อต่อไปโดยถือนานหน่อย หรือจะปล่อยทิ้งมันไปเพราะไม่คุ้มกับภาษีที่ประหยัดได้ จะขายทั้งก้อนเอาไปใช้ หรือจะขายไปเพื่อซื้อใหม่ในปีหน้า ผมก็คงบอกได้แค่คำพูดสั้นๆว่า

... เอาที่สบายใจละกันคร้าบ :D