คุณไม่ได้รังเกียจคนรวยหรอก
แต่คุณรังเกียจตัวเองที่ไม่ได้รวยเหมือนเค้าต่างหาก

ยู้ฮู!! วันนี้พี่เกรย์มีเรื่องเล่าเคล้าแนวคิดการเงินมาให้พวกคุณฟังครับ เอาเป็นว่าพวกคุณอ่านแล้วคิดเห็นแบบไหนหลังจากจบเรื่องเล่านี้ พี่เกรย์อยากให้ตั้งใจอ่านให้จบแล้วลองมาวัดใจตัวเองกันดูนะจ๊ะ เบบี๋

ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา เพื่อนสนิทพี่เกรย์คนหนึ่ง (สมมุติว่าชื่อ กิ๊ฟฟารี่) ชวนไปซื้อของขวัญให้กับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง #อีกิ๊ฟมันเป็นพริตตี้ มันกำหนดงบประมาณราคาของขวัญไว้ที่ 7 หมื่นบาท สุดท้ายเดินไปเดินมาปรากฎว่าตัดสินใจว่าจะซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อหนึ่ง ณ ศูนย์การค้าใจกลางเมืองแห่งหนึ่งใหญ่ยักษ์มากๆ 

ตอนที่นังกิฟฟารี่มาชวนพี่เกรย์น่ะ พี่เกรย์ก็ไม่รู้หรอกว่าจะไปซื้อของไฮโซหรอกครับ นึกว่าแค่ชวนไปซื้อเสื้อผ้าตามตลาดนัดเหมือนที่ปกติมันชอบชวน พี่เกรย์เลยล่อมาเต็มยศเลย เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะฟองน้ำ พอมาเจอมันจัดเต็มด้วยชุดอลังการหรูหราฟูฟ่องล่องนาวาประดุจแฟชั่นวีคก็อึ้งไป #ยกมือทาบอกเบาๆ แล้วพวกคุณรู้ไหมว่าหลังจากนั้นพี่เกรย์เจออะไร!!!

เรื่องแรก พอเดินเข้าช้อปกระเป๋าแบรนด์สุดหรู พนักงานขายก็มองพี่เกรย์แบบหัวจรดเท้านะ แล้วก็มองเท้าสลับกับหน้ารัวๆ #สงสัยจะเดินเข้ามาถามว่ารองเท้าสวยดีซื้อที่ไหน แม่ม!! สรุปคือมันคิดว่าพี่เกรย์กับนังกิ๊ฟไม่มีปัญญาซื้อไง เพราะต่อให้นังกิ๊ฟมันแต่งชุดจัดเต็มแค่ไหน แต่หน้าตามันไม่ให้เพราะมันไม่เคยซื้อของหรูเหมือนกันไง ท่าทางเก้ๆกังๆมันเลยออกมาให้เห็นในอาการ #พนักงานดูออก

แต่ทีนี้นังพนักงานเหยียดหยามคนมันคิดผิด!!! เพราะนังกิฟฟารี่แม่มควักเงินออกมาเลยครับผม เงินสดล้วนปึกใหญ่ๆ แล้วบอกว่ามีงบเท่านี้ จะซื้อกระเป๋าที่นี่ ช่วยดูให้หน่อย พอพนักงานเห็นเงินเท่านั้นแหละ #รู้ว่าจะซื้อแน่ๆ หน้าแม่มเปลี่ยนเลยครับ จากหน้าหงิกหน้างอดูถูกคนจน กลายเป็นหน้าชื่นอกตูมยิ้มอย่างมูมมามพร้อมกับเรียกพี่เกรย์ว่า ”คุณผู้ชาย” และนังกิฟฟารี่ว่า “คุณผู้หญิง” ทันที #ชีวิตคนเราดูที่เปลือกนอกหรือไง

ทีนี้พี่เกรย์ก็รู้แหละว่าสังคมเราแม่มเป็นแบบนี้อยู่แล้วไงครับ ก็ปล่อยๆไป คิดในใจเออถ้ากูเห็นตัวกูแบบนี้กูก็คงไม่อยากขายเหมือนกันแหละ เพราะดูก็ไม่น่าจะมีเงิน แต่พอซื้อของเสร็จใส่ถุงเรียบร้อยเดินออกจากร้าน นังกิฟฟารี่มันก็บ่นเสียงดังๆให้พี่เกรย์ฟังเลยนะครับว่า “คนสมัยนี้ แย่ว่ะ แบ่งชนชั้น ดูถูกเราว่าไม่มีปัญญาซื้อ เป็นพนักงานไม่ควรเลือกปฎิบัติแบบนี้” #นี่มันสองมาตรฐานชัดๆ

พี่เกรย์ฟังแล้วก็ได้แต่ร้องเบาๆเสียงหล่อๆว่า “อืมๆๆ” เพราะไม่รู้จะพูดอะไร มันเป็นเรื่องปกติสำหรับคนอย่างพี่เกรย์ต้องโดนดูถูกอยู่แล้วไง #กูชิน แต่ก็เข้าใจนะว่า คนเราส่วนใหญ่มักจะเลือกปฎิบัติดีๆกับคนที่เราคิดว่ามีเงินเพื่อให้ได้ประโยชน์อะไรบางอย่าง ถ้าเรายอมรับข้อนี้ได้ก็เป็นเรืองธรรมดาแหละ

แต่สิ่งที่พี่เกรย์จะเล่าต่อจากนี้ก็คือ หลังจากซื้อกระเป๋าเสร็จพี่เกรย์กับนังกิฟฟารี่ก็ไปซื้อของกันต่อไง ของแม่มก็หนักเพราะซื้อหลายอย่าง ไหนๆมาทั้งทีต้องซื้อให้คุ้ม แต่สังเกตดีๆ นังกิฟฟารี่แม่มไม่ปล่อยถุงที่ใส่กระเป๋าหรูที่มียี่ห้อโชว์อยู่เลยเว้ยเฮ้ย มันให้พี่เกรย์ช่วยถือทุกถุงยกเว้นถุงนี้ พร้อมกับเดินแกว่งไปแกว่งมาอย่างสบายใจ และที่สำคัญเดินไปไหนมาไหนก็มีมันเรียกมันว่า “คุณผู้หญิง” #สงสัยดูจากถุงไม่ใช่หนังหน้า

พี่เกรย์ดูอาการนังนี่แล้วก็คิดนะ “อีห่าน มึงด่าเค้าแต่เป็นเอง” คนแบบนี้มันตลกมากๆนะพี่เกรย์ว่า บ่นอยู่แป็บๆว่า “รับไม่ได้กับการเลือกปฏิบัติ หรือแบ่งชนชั้น แต่สุดท้ายเสือกทำตัวให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองมีชนชั้นกว่าคนอื่น” หรือว่ามันคือเรื่องปกติของคนวะ? แต่สุดท้ายนะพี่เกรย์ก็ได้เรียนรู้จากการไปชอปปิ้งวันนี้อยู่สามเรื่อง คือ

หนึ่ง ยอมรับเถอะนะว่า การมีเงินมันทำให้คนปฎิบัติต่อเราดีขึ้น
สอง ถ้าไม่ยอมรับข้อหนึ่ง เวลามีเงินอย่าเสือกทำตัวแบบนั้นเพื่อให้คนยอมรับ
สาม จงเรียนรู้ตัวอย่างที่เลวแล้วอย่าทำ ไม่ใช่ด่าเค้าแล้วเราเป็นเอง

ขอฝากข้อคิดไว้ให้คิด แต่ถ้าหากคิดไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ พี่เกรย์หวังแค่ว่า ประสบการณ์วันนี้ของพี่เกรย์อาจจะทำให้คุณคิดได้สักวันหนึ่ง แต่ถ้าแล้วบ่นในใจว่าไม่ได้อะไร พี่เกรย์ก็ทำใจเหมือนกันว่าคนบางคนเราคงสอนอะไรเค้าไม่ได้ ปล่อยให้เค้าตายไปแบบโง่ๆคงจะดีกว่าครับ (ยิ้มอนุโมทนา)