1. ยืดเวลาในการเก็บเงินเพื่อการเกษียณออกไปเรื่อยๆ

หลายคนอาจจะเบื่อเวลาที่เราต้องเก็บออมเพื่อเป้าหมายระยะยาว เพราะเหมือนว่ายน้ำแต่ไม่ถึงฝั่งสักที ระยะทางแสนไกลเหลือเกิน หลายคนจึงมักจะถอนเงินที่ต้องเก็บเพื่อใช้ยามเกษียณออกมาใช้

แล้วพอเวลาผ่านไปนานเข้า คุณก็จะเหลือเวลาน้อยลงสำหรับการเก็บออมเพื่อสำรองเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ สุดท้ายคุณก็จะมีเงินเหลือไม่พอใช้

2. จ่ายชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำตลอด

รู้หรือไม่ เมื่อใดก็ตามที่คุณไม่สามารถชำระค่าบัตรเครดิตได้หมดสิ้นและใช้วิธีจ่ายค่าบัตรเครดิตขั้นต่ำตลอดเวลา ทางธนาคารจะคิดค่าดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดหรือ 20% ต่อปีทันทีนับตั้งแต่วันที่เราใช้บัตรเครดิตชำระสินค้า เรื่องนี้ aomMONEY เคยเขียนถึงแล้วครับ ดูได้ที่นี่ https://bit.ly/2HY8jek

ดังนั้น อย่างที่เราเคยแนะนำนะครับ เมื่อใดก็ตามที่จะ.ใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้า ให้พึงระลึกว่า คุณต้องมีเงินก้อนนั้นรอชำระปลายเดือนแบบเต็มจำนวนอยู่แล้ว ถ้ายังไม่มี ก็ควรเก็บหอมรอมริบ ดีกว่าเป็นหนี้แล้วต้องเอาเงินไปจ่ายค่าดอกเบี้ยนะครับ

3. ใช้จ่ายเงินมากกว่าที่คุณหามาได้

คุณมีรายได้ทั้งเดือน 20,000 บาท แต่ใช้จริง 25,000 บาท นั่นหมายความว่าคุณใช้จ่ายเกินรายรับต่อเดือนที่คุณมี คนส่วนใหญ่ที่เป็นหนี้ หลายคนใช้เงินมากกว่าที่ตัวเองหาได้ จงใช้เงินในจำนวนที่ต่ำกว่าที่คุณมีหรือหาได้ อย่าใช้เงินให้มากกว่ารายได้ที่คุณมี

4. รอให้มีเงินมากพอ ค่อยคิดได้ว่าควรลงทุน (แล้วเมื่อไรจะมากพอ ?)

หลายคนคิดแล้วคิดอีกไม่กล้าลงทุนเพราะไม่สามารถรับความเสี่ยงได้ แม้การลงทุนมีความเสี่ยง เราก็ควรศึกษาและเลือกลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจและเหมาะกับศักยภาพของตัวเอง เรื่องนี้พี่ต้าร์ กวิน เคยเขียนไว้ DCA ครั้งแรก เริ่มเดือนละเท่าไรดี อ่านได้ที่นี่ครับ https://bit.ly/2CWw9Tz

เริ่มต้นแค่หลักพันบาทก็ได้นะครับ ไม่ต้องรอให้มีเงินเป็นหมื่น เป็นแสน ค่อยๆทำไปครับ เริ่มต้นง่ายๆ ยอดน้อยๆ มีเป้าหมายให้ชัดว่าลงทุนเพื่ออะไร และพยายามอดทนต่อการทำให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายนะครับนะ

5. จ่ายค่าสมาชิกหลายสิ่งเป้นรายเดือน จ่ายไปเถอะ แต่ไม่เคยเข้าไปใช้งานเลย

ไม่ว่าจะค่า Netflix, Spotify หรือแม้แต่วารสารต่างประเทศรายเดือน รายปี สารพัด Application ที่คุณจะสามารถหาสมัครได้ด้วยการเสียเงิน แต่ไม่มีเวลาดู ไม่มีเวลาใช้บริการจากสิ่งที่เราเสียเงินเลย

นี่ยังไม่รวมค่า Fitness รายเดือนทั้งหลายที่ตั้งใจจะออกกำลังกาย แต่ก็ทำได้แค่ช่วงเดือนสองเดือนแรก เพราะระยะทางที่จะไปออกกำลังกายแสนไกล เหนื่อยจากงานแล้วต้องมาออกกำลังกายอีก สารพัดข้ออ้างที่เราจะมี

สุดท้ายเราก็เสียตังค์ฟรี สูญเงินเปล่ากับสิ่งที่เราเสียค่าสมาชิกแต่ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง เลิกเสียนะครับ อะไรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน พิจารณาให้ดี ตัดใจเลิกเสียเงิน หรือจะแบ่งเวลาไปใช้บริการมันก็น่าจะดีกว่านะครับ

6. ไม่เคยสนใจทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพเลย (ไม่เคยป้องกันความเสี่ยง ระวังจะเกิดเหตุไม่คาดคิดแบบไม่ทันตั้งตัว)

บางคนอาจจะเฉยๆ กับเรื่องนี้ บางคนกลับคิดว่าเสียเงินทุกเดือน ไม่ได้ใช้บริการเลย เดี๋ยวนะครับ ไม่ได้เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุนั้นเป็นเรื่องดีอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจอย่างหนึ่งก็คือ การทำประกันเป็นการวางเดิมพันความเสี่ยงทางชีวิตและสุขภาพของเราน่ะครับ ว่ามันมีหลักประกันอยู่

หากวันไหนเจ็บป่วยหนักหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา จะได้มีสิ่งประกันค่าใช้จ่ายที่ช่วยลดความเสี่ยงจากสิ่งที่เราไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนได้ ช่วยบรรเทาภาระผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง ผู้เชี่ยวชาญของเราเคยเขียนเรื่องนี้ไว้เป็นซีรีส์ยาวๆ เลย ลองอ่านกันดูครับ ซื้อประกันอย่างไรให้ถูกต้องและสบายใจ อ่านครับ https://bit.ly/2K4mPmm

7. จงเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องคิดเลข

ผู้เชี่ยวชาญเขาแนะนำว่า เมื่อคุณเชี่ยวชาญหรือใช้เครื่องคิดเลขเป็น คุณจะคำนวณได้ว่า คุณหาเงินหรือหารายได้ต่อวัน ต่อเดือนเท่าไร คุณมีค่าใช้จ่ายอย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือน หรือค่าใช้จ่ายแบบฉาบฉวย เช่นการซื้อของตามแฟชั่น หรือตามกระแส เป็นต้น ยิ่งคุณคำนวณได้มาก และตั้งใจจะควบคุมค่าใช้จ่ายมากเท่าไร มันจะเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถคุมการใช้จ่ายของคุณได้ ที่สำคัญ อย่าลืมจดบันทึกด้วยนะครับ

8. พยายามหลีกเลี่ยงบรรยากาศลบๆ (จมปลักอยู่กับสิ่งแวดล้อมลบๆ)

ไม่ว่าจะเป็นคนรอบกายที่ชอบคิดลบๆ ว่าคุณไม่มีทางออมเงินได้ อย่าลงทุนเลยมันเสี่ยงและสารพัดปัจจัยที่จะทำให้คุณไม่สามารถประสบความสำเร็จทางการเงินได้

พยายามสร้างบรรยากาศและแวดล้อมด้วยสารพัดวิชาความรู้ที่จะทำให้คุณมุ่งไปข้างหน้าเพื่อทำให้ฐานะของคุณรุ่งเรืองเฟื่องฟู มากกว่าจะจมอยู่กับคนที่ทำให้คุณต้องจมปลักอยู่กับซากหนี้และจนต่อไป ด้วยการลากคุณไปซื้อสินค้ามากมายที่ทำให้คุณจนยิ่งขึ้นมากกว่ารวย เป็นต้น

อย่างที่เจ้าของหนังสือตำราในตำนาน “พ่อรวยสอนลูก” เคยพูดไว้น่ะครับ “คนรวยกับคนจนเขาต่างกันตรงที่ พวกเขาใช้เวลากับตัวเองอย่างไร” บางคนทดท้อกับโชคชะตาแล้วก็บ่นอยู่นั่นแหละว่าตัวเองเป็นหนี้ แต่ไม่ยอมหาวิธีปลดหนี้ ขณะที่บางคนมุ่งหาทางแก้ไขหนี้ แค่นี้บรรยากาศที่เราเลือกอยู่ก็เปลี่ยนแล้วครับ

9. พยายามรายล้อมตัวเองไปด้วยคนที่มีความรู้ทางการเงิน (สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักความรู้ทางการเงินเลย)

นี่คือวิธีทางลัดแบบง่ายๆ ที่จะทำให้คุณคุ้นเคยกับบรรยากาศโค้ชความรู้ทางการเงิน คุณอาจจะต้องจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน อันนี้ง่ายที่สุดแต่ต้องจ่ายเงินตอบแทนเพื่อแลกความรู้

อีกทางก็คือการเป็นเพื่อนกับผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเสียเพราะมันทำให้คุณเรียนรู้วิธีคิดทางการเงินแบบอ้อมๆ

หรือจะอ่านความรู้ทางการเงินบ่อยๆเพื่อเป็นการฝึกตัวเองไปในตัวก็ได้ครับ วิธีนี้เติมความรู้ให้ตัวเองช้าหน่อยเพราะไม่มีคนมาคอยแนะนำ แต่เราได้เรียนรู้จริง ทางไหนก็ได้ครับที่ทำให้คุณได้เรียนรู้ พอรู้มาก เราก็ลงมือทำได้ง่ายมากขึ้น

10. จงพิจารณาค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ (สำหรับผู้ที่ละเลี่ยงการเรียนรู้การใช้จ่ายเงิน)

ทั้งสิบข้อที่ว่ามา มีการพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายถึง 4 ข้อ และข้อนี้เป็นข้อที่ 5 ครับ สิ่งที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้คนรวยแตกต่างกับคนจนคือการใช้จ่าย คนรวยหลายคนเลือกใช้จ่ายเพื่อให้เงินในกระเป๋าตังค์เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับคนจนหลายคนที่ใช้จ่ายเงินที่ยิ่งทำให้ตัวเองจนลงเข้าไปอีก

เราไม่ได้เหมารวมว่าฐานะรวยหรือจนมีการใช้จ่ายแบบใดแบบเดียวนะครับ แต่เราอยากให้คุณจงระมัดระวังค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ลองหยิบ 10 ข้อนี้ไปพิจารณาปรับปรุง เปลี่ยนแปลงนะครับ ค่อยๆ เปลี่ยน เดี๋ยวก็ปรับได้เองนะ สู้ๆ ครับ

ที่มา

CNBC https://cnb.cx/2JPbiY5
การจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ https://bit.ly/2HY8jek
DCA ครั้งแรก เริ่มเดือนละเท่าไรดี https://bit.ly/2CWw9Tz
ซื้อประกันอย่างไรให้ถูกต้องและสบายใจ https://bit.ly/2K4mPmm
7 พฤติกรรมที่ทำให้คุณรวย https://bit.ly/2VhvmDI

aomMONEY เปิดรับนิสิต นักศึกษาฝึกงาน สนใจส่ง email มาสมัครพร้อม resume แนะนำตัวได้ที่ ratthapat@likemeasia.com ครับ อ่านรายละเอียดทุกตำแหน่งฝึกงานได้ที่นี่ https://bit.ly/2IZ6P2z

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY
Line@ : @aommoney
Website : www.aomMONEY.com
Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH