3 ช่วงเวลาสู่อิสรภาพทางการเงิน

เท่าที่ผมสังเกตบรรดาเพื่อนพ้องเพื่อนฝูงมา หลายๆคนมีความใฝ่ฝันที่จะมีอิสรภาพทางการเงินและแต่ละคนก็จะมีช่วงเวลาต่างๆที่จะก้าวไปสู่จุดนั้น หลายคนเริ่มมาจากพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว ไม่มีหนี้สินก็จะสามารถเดินเข้าไปสู่การสร้างความมั่งคั่งได้ง่ายกว่าคนที่มีพื้นฐานที่น้อยกว่า แต่ผมว่ามันก็ไม่แน่เสมอไปนะเพราะคนที่ติดลบมาก่อนอาจจะสามารถเรียนรู้และเข้าใจในความเสี่ยงและกล้ายอมรับความเสี่ยงจนสามารถบรรลุเป้าหมายตัวเองก่อนผู้ที่มีพื้นฐานดีก่อนก็ได้ หลายๆอย่างมันอยู่ที่ Mindset และการลงมือกระทำครับ เท่าที่ผมสังเกตมาเลยอยากจะขอแบ่งคนที่ไปสู่อิสรภาพทางการเงินได้เป็น 3 ลำดับกลุ่มนะครับ ใครอยู่ในระดับไหนบ้างครับ

 

3 ช่วงเวลาสู่อิสรภาพทางการเงิน

 

 

ช่วงเวลาเป็นมนุษย์เงินฝาก (A General Saver)

สำหรับทั้งมนุษย์เงินเดือนและไม่ใช่มนุษย์เงินเดือนก็ตาม บางครั้งเราได้เงินมาจากการทำงานก็จะมานั่งคิดๆกันว่าจะเอาเงินเก็บไว้ที่ไหนดี โดยคนส่วนมากจะเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ซึ่งได้ดอกเบี้ยที่ยิ่งใหญ่มากพอๆกับความเสี่ยงที่แสนต่ำ ก็รู้สึกว่า ทำไมชีวิตเรานั้นไม่รวยซักที คนเหล่านี้ก็จะพยายามหาหนทางในการก้าวไปสู่ความมั่งคั่งที่มากขึ้นและพยายามรับความเสี่ยงให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น เชื่อผมไหมครับว่าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่เป็นมนุษย์เงินฝากก็เพราะ อาจจะยังไม่รู้ว่าการลงทุนมีอะไรบ้างต้องทำอย่างไร หรือ ไม่ก็ ไม่ต้องการจะรับความเสี่ยงใดๆ ขอทำงานต่อไปดีกว่า การทำงานไปเรื่อยๆมีเงินใช้นั่นล่ะปลอดภัยที่สุดแล้ว

 

ช่วงเวลาเป็นมนุษย์นักลงทุน (A Wealth Achiever) 

แต่พอเราก้าวขึ้นมาเป็น Step นักลงทุนแล้ว เป้าหมายจะเปลี่ยนไปคือการมีอิสรภาพทางการเงิน มีการลงทุนและเริ่มรับความเสี่ยงได้ ยอมขาดทุนได้เพราะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นอย่างไร หลายๆคนเริ่มจากการเป็นเม่าก่อน และเริ่มเรียนรู้วิธีการลงทุนให้เป็นในแบบของตัวเอง และในจุดนี้มันจะส่งผลต่อความสำเร็จในเชิงปริมาณที่ไม่เท่ากัน บางคนอาจจะไปสู่อิสรภาพทางการเงินด้วย Port ระดับ 1,000 ล้าน บางคนอาจจะมาถึงพอร์ทระดับ 10 ล้านบาท นักลงทุนจำนวนไม่น้อยจะสร้างเป้าหมายในจุดนี้และคิดว่าการ Maximize Profit นั้นคือคำตอบให้กับชีวิต หลายคนกลัวการเสียเงินกับเรื่องอื่นๆรอบตัวเพราะคิดว่าชีวิตนี้จะต้องบรรลุเป้าหมายเงินทองให้สำเร็จก่อน ไม่เช่นนั้นจะรู้สึกว่าอิสรภาพทางการเงินเกิดไม่ได้ การใช้เงิน 10% ไปกับการซื้อของอาจจะเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับเขาเพราะคิดว่าถ้าเอามาลงทุนอาจจะสามารถสร้างความมั่งคั่งได้เพิ่มขึ้นอีก

 

ช่วงเวลาเป็นมนุษย์ผู้สร้างความสุข (A Happiness Creator)

เชื่อผมไหมครับว่าตัวเลขเชิงปริมาณ เช่น Port 1,000 ล้าน หรือ 10 ล้าน อาจจะไม้ได้เป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับใครหลายๆคนก็ได้ เท่าที่ผมเห็นมาจากผู้ประสบความสำเร็จในการลงทุน ท้ายสุดเขาจะเปลี่ยนกลับมองถึงการ "สร้างความสุขในชีวิต" ซึ่งมันเป็นลักษณะของการวัดความสำเร็จในเชิงคุณภาพ หลายๆคนเลือกที่จะลงทุนไม่เสี่ยงและได้รับผลตอบแทนน้อย ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้เก่งอะไร แต่เขาอาจจะมองว่าชีวิตเขานั้นควรจะสมดุลในทุกๆด้านและความสำคัญกับเรื่องทางการเงินอื่นๆรอบตัว เช่น ความปลอดภัยในสถานะทางการเงินของครอบครัว การแบ่งเงินไปทำอย่างอื่นเพื่อให้รางวัลกับชีวิตและสังคม คนเหล่านี้สามารถเกิดความมั่งคั่งในระดับหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่เขารับได้ เขาอาจจะมีเงิน 1,000 ล้าน ก็ได้ 10 ล้านก็ได้ แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่ความสำคัญอะไรสำหรับเขา เพราะความสุขของการบริหารเงินในแต่ละด้านมีความสำคัญกว่า

 

ผมเชื่อว่าหลายๆคนอยู่ในจุดที่เป็นผู้สร้างความสุขแล้วใช่ไหมครับ? แน่นอนว่าคุณน่าอิจฉามาก ที่มีอิสรภาพทางการเงินที่เลือกได้ ^_^

ปล. โลกนี้อาจจะไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทองและการลงทุนเท่านั้นนะ