ในบทความก่อนหน้านี้ ผมได้แนะนำวิธีที่ใช้งานเส้น EMA ที่ไม่ถูกต้อง โดยการลงมือซื้อหรือขายหุ้นทันทีจากเงื่อนไขจาก 1) การตัดกันระหว่างกราฟราคาหุ้นกับเส้น EMA หรือ 2) การตัดกันระหว่างเส้น EMA ระยะสั้นกับเส้น EMA ระยะยาว ซึ่งในตอนที่แล้วผมได้ให้ข้อสังเกตไว้ด้วยว่าทำไมผมจึงไม่แนะนำให้ใช้วิธีดังกล่าว ในตอนที่ 4 นี้ ผมจะแนะนำวิธีใช้งานเส้น EMA ที่ถูกต้องและเป็นวิธีที่นำไปใช้ซื้อขายหุ้นแล้วได้ผลดี ถ้าทุกคนพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ

วิธีใช้งานเส้น EMA ที่ถูกต้อง คือ

ใช้เส้น EMA ระบุทิศทางของแนวโน้มของราคาหุ้นในปัจจุบัน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าควรจะ 1) หาจังหวะซื้อหุ้น 2) ห้ามซื้อหุ้น 3) หาจังหวะ Short หุ้น 4) ห้าม Short หุ้น หรือ 5) อยู่เฉยๆไม่ทำอะไร

หมายเหตุ : การ Short หุ้น เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในกรณีที่เราคาดว่าราคาหุ้นน่าจะลดต่ำลงในอนาคต วิธีการ Short หุ้นสามารถทำได้โดยการยืมหุ้นจากผู้ให้ยืมหุ้น แล้วนำมาขายในตลาดที่ราคาสูง และถ้าราคาหุ้นในอนาคตปรับตัวลดลงจริง ก็ค่อยซื้อหุ้นคืนจำนวนเท่าเดิมโดยใช้เงินที่น้อยลง และนำหุ้นจำนวนเท่าเดิมที่ยืมมาก่อนหน้ามาคืนให้แก่ผู้ให้ยืมหุ้น กำไรที่ได้รับจะเกิดจากส่วนต่างของราคาที่ขายหุ้นได้ในตอนแรกกับราคาที่ซื้อหุ้นคืนในตอนหลัง

ลำดับแรกใช้เส้น EMA เพื่อระบุว่าตอนนี้ทิศทางของแนวโน้มเป็นอย่างไร?

การใช้เส้น EMA เพื่อระบุทิศทางของแนวโน้มของราคาหุ้น เป็นวิธีการนำเส้น EMA ไปใช้วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่ทำความง่ายที่สุดและได้รับความนิยมที่สุด เนื่องจากมีข้อสังเกตของความสัมพันธ์ระหว่างกราฟราคาหุ้นและเส้น EMAในช่วงที่กราฟราคาหุ้นมีทิศทางแนวโน้มในแบบต่างๆ ดังนี้

ทิศทางหุ้นเป็น “ขาขึ้น”

ถ้าทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นมีทิศทางเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน จะพบลักษณะของเส้น EMA ดังนี้

1) เมื่อเปรียบเทียบตำแหน่งของกราฟราคาหุ้นกับตำแหน่งของเส้น EMA ส่วนใหญ่กราฟราคาหุ้นจะอยู่เหนือเส้น EMA

2) เมื่อพิจารณาความชันของเส้น EMA จะพบว่า เส้น EMA มีความชันที่เฉียงขึ้น

3) เมื่อเปรียบเทีบ ตำแหน่งของเส้น EMA ระยะสั้นจะอยู่เหนือเส้น EMA ระยะยาว

และเมื่อเราพบกราฟราคาหุ้นและ EMA ที่มีลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่งหรือทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมา เราจะสรุปว่าทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นมีโอกาสสูงที่จะมีทิศทางของแนวโน้มเป็นขาขึ้น

ทิศทางหุ้นเป็น “ขาลง”

ถ้าทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นมีทิศทางเป็นขาลงอย่างชัดเจน จะพบลักษณะของเส้น EMA ดังนี้

1) เมื่อเปรียบเทียบตำแหน่งของกราฟราคาหุ้นกับตำแหน่งของเส้น EMA ส่วนใหญ่กราฟราคาหุ้นจะอยู่ใต้เส้น EMA

2) เมื่อพิจารณาความชันของเส้น EMA จะพบว่า เส้น EMA มีความชันที่เฉียงลง

3) เมื่อเปรียบเทียบ ตำแหน่งของเส้น EMA ที่คำนวณจากระยะเวลาย้อนหลังที่สั้นกว่าจะอยู่ใต้เส้น EMA ที่คำนวณด้วยระยะเวลาย้อนหลังที่นานกว่า ใช้คำสรุปว่า เส้น EMA ระยะสั้นอยู่ใต้เส้น EMA ระยะยาว ได้ไหมครับ

และเมื่อเราพบกราฟราคาหุ้นและ EMA ที่มีลักษณะตามข้อใดข้อหนึ่งหรือทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมาก็จะสรุปว่าทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นมีโอกาสสูงที่จะมีทิศทางของแนวโน้มเป็นขาลง

สาเหตุที่ผมใช้คำว่า ”มีโอกาสสูง” จะขออธิบายด้วยความรู้ทางด้านตรรกศาสตร์ (Logic) ซึ่งในทางตรรกศาสตร์มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเชื่อมประโยค 2 ประโยคด้วยคำว่า “ถ้า..แล้ว” โดยมีข้อสรุปว่า

ถ้า (เหตุการณ์ที่ 1) แล้ว (เหตุการณ์ที่ 2) เป็นข้อความที่เป็นจริง เราไม่สามารถสรุปว่า ถ้า (เหตุการณ์ที่ 2) แล้ว (เหตุการณ์ที่ 1) จะเป็นข้อความที่เป็นจริงด้วยเสมอไป

ยกตัวอย่างประโยคที่เป็นความจริง คือ

ถ้า ทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นเป็นทิศทางขาขึ้น (เหตุการณ์ที่ 1) แล้ว เส้น EMA ระยะสั้นจะอยู่เหนือเส้น EMA ระยะยาว (เหตุการณ์ที่ 2)

แต่เราไม่สามารถสรุปได้ว่าข้อความด้านล่างนี้จะเป็นจริงเสมอไป

ถ้า เส้น EMA ระยะสั้นจะอยู่เหนือเส้น EMA ระยะยาว (เหตุการณ์ที่ 2) แล้ว ทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นเป็นทิศทางขาขึ้น (เหตุการณ์ที่ 1)

เวลาที่เราวิเคราะห์กราฟราคาหุ้นไปพร้อมๆ กับเส้น EMA ลักษณะของกราฟที่เราจะเห็น คือ เหตุการณ์ที่ 2 คือ เส้น EMA ระยะสั้นอยู่เหนือเส้น EMA ระยะยาว หรือไม่ก็เส้น EMA ระยะสั้นอยู่ใต้เส้น EMA ระยะยาว ดังนั้นลักษณะของกราฟราคาหุ้นกับเส้น EMA ที่เห็น ก็ยังไม่สามารถสรุปทิศทางของแนวโน้มของราคาได้ถูกต้อง 100% เพียงแต่ว่ามีโอกาสสูงที่ทิศทางแนวโน้มของราคาจะเป็นทิศทางนั้น เนื่องจากในช่วงที่ทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นเป็นแบบไม่ขึ้นไม่ลงอย่างชัดเจน หรือ Sideways บางช่วงกราฟราคาหุ้นก็อยู่เหนือเส้น EMA และบางช่วงกราฟราคาหุ้นก็อยู่ใต้เส้น EMA สลับไปมา หรือบางช่วงเวลาเส้น EMA ที่คำนวณจากระยะเวลาย้อนหลังสั้นกว่าก็อยู่เหนือเส้น EMA ที่คำนวณจากระยะเวลาย้อนหลังนานกว่า และบางช่วงเส้น EMA ที่คำนวณจากระยะเวลาย้อนหลังที่สั้นกว่าก็อยู่ใต้เส้น EMA ที่คำนวณจากระยะเวลาย้อนหลังนานกว่า สลับกันไปมา แต่จะมีข้อสังเกตที่ดูค่อนข้างง่ายในช่วงที่ทิศทางแนวโน้มของราคาเป็นแบบ Sideways  คือให้ดูที่ความชันของเส้น EMA ถ้าหากเส้น EMA มีความชันไม่มากหรือเป็นเส้นในแนวราบ ก็หมายความว่าทิศทางแนวโน้มของราคาขณะนั้นอาจจะเป็น Sideways

รูปตัวอย่างลักษณะของเส้น EMA เมื่อแนวโน้มของราคาหุ้นมีทิศทางเป็น Sideways

ขั้นตอนต่อมาเมื่อเราระบุทิศทางแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาหุ้นได้แล้ว จะรู้ว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร?

การที่จะวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคให้ประสบความสำเร็จควรจะ