CoverAndInfo_02-02

 

สวัสดีครับผมครับ วันนี้พี่เกรย์แมนผู้มีแฟนคลับหลักหมื่นจากเพจ Mr.GraymanV2 จะมาเล่าเรื่องราวดีๆให้ฟังเกี่ยวกับงานสัมมนาเปลี่ยนชีวิตพวกคุณทุกคนครับ พอดีว่าช่วงนี้พี่เกรย์เห็นมีงานสัมมนาเยอะแยะมากมายออกมาให้เลือกซื้อไม่ว่างเว้นแต่ละวัน จนคิดว่าตกลงนี่มันเทศกาลสัมมนาชมซากุระหรืออย่างไร

 

แหมๆๆๆ ใครๆก็อยากจะพัฒนาตัวเองใช่ไหมครับ พัฒนาแล้วเปลี่ยนชีวิตเดิมๆของเราเป็นความรู้เป็นเงินล้าน เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่เปลี่ยนอะไรเพื่อสิ่งที่ดีกว่า โว๊ะโอ๊โอโนโน่ พูดแล้วสุดยอดไปเลยครับ!!! แหม่พลังมันหลั่้งไหลเข้ามาทั่วร่างอย่างกับไฟชอตกระดุกกระดิกอยู่อย่างนั้น

 

แต่เมื่อวานก่อนพี่เกรย์เพิ่งอ่านข่าวเจอครับว่า ดัชนีชี้วัดคุณภาพชีวิตคนไทยล่าสุด พบว่า คนส่วนใหญ่ ไม่มีเวลาออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย  มีความเครียด ด้านชีวิตความเป็นอยู่ และยังชักหน้าไม่ถึงหลัง รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ความสามารถเก็บออมเงินต่ำ

 

อ้าวบร๊ะจ๊ะเมี๊ยว!! สรุปที่เห็นหลายคนไปสัมมนาขึ้นมากันตั้งเยอะแยะนี่ไม่ได้มีชีวิตดีขึ้นหรือเนี่ยยยย แหมๆๆๆ #ตบปากสามที พี่เกรย์คงจะพูดอย่างน้ั้นไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าพี่เกรย์เหมารวม เหมือนที่พวกคุณชอบเหมารวมความดีไว้ที่ตัวเอง #อุ้ย  คือแบบนี้ครับผมครับ พี่เกรย์แค่ยกตัวอย่างขึ้นมาให้เผื่อคนจิตอ่อนจะฟังแล้วคิดตามว่า อุ้ยพวกสัมมนานี้มันแย่จังเลย มาปลุกไฟบันดาลฝันแต่สุดท้ายกลายเป็นไบโพลาร์อย่างที่ครูเปิ้ลแห่ง Mind Director ได้เคยกล่าวไว้

 

เข้าเรื่องกันดีกว่า.. ที่พี่เกรย์เล่ามาทั้งหมดเนี้ย เพราะวันนี้พี่เกรย์เลยจะมาปล่อยของบอกเคล็ดลับ 3 ข้อในการเลือกสัมมนาที่ดีให้พวกคุณฟังกัน เผื่อว่าพวกคุณจะไปใช้ปฎิบัติในชีวิตไม่ให้ความโลภมันบังตา ปัญญาบังใจ จนไม่เห็นว่าอะไรดีไม่ดีกับชีวิต เอาล่ะจะมะค่ะ มาฟังกันเลยนะคะเบบี๋

 

1. ค่าสัมมนาไม่ควรเกิน 10% ของรายได้

ข้อแรกนั้นมาจากหลักการวางแผนการเงินที่ดี คือ การวางแผนค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ พี่เกรย์อยากจะให้พวกคุณพยายามพิจารณาเงินในกระเป๋าก่อนตัดสินใจจ่ายเงินไปฟังสัมมนา เพราะว่ารายจ่ายที่มากไปมันจะทำให้คุณชักหน้าไม่ถึงหลังไงล่ะครับผม

 

พี่เกรย์เห็นแล้วกังวลใจกับคอร์สสัมนาราคาแพง แล้วคุณแห่แหนกันไปฟังโดยไม่ดูว่าอะไรดีไม่ดี คือ บางทีความรู้ฟรีๆดีๆมันก็มีในอินเตอร์เน็ตนะ แต่พวกคุณไม่ค่อยชอบหาไง อยากไปฟังสรุปจบภายใน 1 วัน แล้วก็ภูมิใจว่ามันดีแสนดีชีวิตนี้ไม่เคยเจอความรู้แบบนี้

 

ถ้าใครมีเงินก็ฟังไปตามสบายใจครับ
ไม่เสียหายต่อการเงินชีวิตก็โอเค


แต่ถ้าคุณไม่มีเงิน
คุณต้องรู้จักใช้เสมองให้มากขึ้นนะครับผม

 

อันนี้พี่เกรย์ไม่ได้บอกว่าถ้าคุณไม่มีเงินแล้วห้ามไปสัมมนาราคาแพงนะครับ แต่ให้คุณพิจารณาค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้เหมาะสม เพราะคนที่ฉลาดที่สุดไม่ใช่คนที่จ่ายเงินฟังสัมมนามากที่สุด แต่เป็นคนที่สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้ได้ต่างหากครับ

 

2. วิทยากรต้องมี "ของ"

คำว่า "มีของ" ไม่ใช่แปลว่าเป็นคนเล่นของนะจ๊ะบร๊ะเฮ้ย แต่วิทยากรต้องมีความรู้เพียงพอที่จะสอนในเรื่องนั้นๆ ลองไปหาดูโปรไฟล์ที่ผ่านมาว่าคนๆนั้นทำอะไร ผ่านอะไรมา มีความสำเร็จแค่ไหน มีชีวิตที่ผ่านมายังไงบ้าง ลองตรวจสอบดูหน่อยนะครับ อย่าสนใจแค่ว่า “ความดัง” แต่ให้สนใจฟังสิ่งที่วิทยากรคนนั้น “สอน” ว่ามันมาจาก "ความจริง" เป็นประโยชน์ต่อชีวิตไหม

 

การฟังคนดัง
ทำให้เราได้ประสบการณ์ที่ดี


แต่ประสบการณ์คนขี้โม้
ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเราดีนะจ๊ะ เบบี๋

 

ช่วงหลังๆมานี้พี่เกรย์เห็นท่านวิทยากรหลายคนจัดสัมมนา แล้วแอบสงสัยว่าบางทีพี่อาจจะต้องไปสอนตัวเองก่อนนะครับ เพราะดูล้วไม่น่าจะสอนใครได้เลย #อุ้ยด่าแรงจัง แต่ก็อย่างนั้นแหละครับ ความรู้ดีๆอย่าไปดูที่หน้าคนพูด แต่ให้ดูที่ความสามารถ “จริงๆ” ไม่ใช่มาอิงเพ้อเจ้อโวยวายถึงความสำเร็จไปวันๆ แล้วชวนขายฝันขายคอร์สไปเรื่อยๆครับ แบบนี้เซย์กู้ดบายลูกเดียว

 

ลองหางานเก่าที่เค้าเคยพูด ลองหาบทสัมภาษณ์ ความคิด แนวทางการใช้ชีวิตมาฟังก่อนนะครับ อย่ามองแค่ความสำเร็จในวันนี้ เพราะบางทีโปรไฟล์หลอกๆมันก็ทำง่าย แถมมีคนรับทำตั้งมากมายและช่วยกันโปรโมทใหญ่เลยอ้าา #อุ้ยแรงอีกละ

 

3. ต้องวัดผลได้

ถ้าอยากรู้ว่าสัมมนาไหนดีไม่ดีนั้นต้องวัดผลได้นะครับ ถ้าวัดผลไม่ได้ว่าชีวิตหลังจากไปฟังเปลี่ยนไปยังไง อันนั้นก็ไม่ควรจะไปฟังให้เปลืองเงินครับ แนะนำเก็บเงินค่าสัมมนาไปลงทุนอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ภัสสร #ฮันนี่ ไม่ใช่ #ฮั่นแน่ หลายคนคงมีคำถามในใจว่าแล้วจะวัดผลยังไงใช่ไหมครับ พี่เกรย์แนะนำให้ 2 ข้อย่อยครับผม

 

  • ลองถามคนที่ไปฟังดูสิครับว่า ฟังแล้วได้อะไรจากงานนี้ เช่น ถ้าคุณไปงานสัมมนาสร้างแรงบันดาลใจห่าเหวอะไรสักอย่าง ลองไปดูเพื่อนๆคุณหรือคนรู้จักที่ไปสิครับว่า ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นเปลี่ยนไปหรือยัง คำว่าเปลี่ยนนี่ไม่ใช่นั่ง Post คำคมทุกวันใน Facebook นะครับ แต่ต้องเปลี่ยนแบบจับต้องได้ หรือว่าไปฟังสัมมนาแนวคิดธุรกิจ ก็ดูว่าธุรกิจนั้นได้พัฒนาไปอย่างไร แต่ถ้ามาบอกประมาณว่า ดีนะได้เพื่อนใหม่เยอะแยะดี อันนี้แนะนำไปสมัครสโมสรไลออนส์ดีกว่านะครับ

 

  • วัดจำนวนด้วยสถิติ ว่าลูกศิษย์ของเค้าเหล่านั้นประสบความสำเร็จกี่คน อันนี้อาจจะยาก แต่แนะนำให้ลองดูคอร์สที่จัดบ่อยๆครับ ถ้าเป็นคอร์สสอนความรู้ ก็ดูเลยว่าลูกศิษย์ได้ความรู้นั้นไปทำมาหากินได้จริงๆหรือเปล่า เช่น สอนทำคลิปในยูทูปแต่ออกมาแล้วไม่มีใครตัดต่อเป็นสักคน แบบนี้ไม่ต้องไปเรียนนะครับนะ เสียเวลาฟังกันเปล่าๆ


ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ พี่เกรย์แค่อยากบอกว่า บางทีแล้วสัมมนาก็ไม่ได้เปลี่ยนชีวิตอะไรเรามากหรอกครับ เพราะถ้าคุณขาดแรงบัน&#

Related Story