เชื่อว่าหลายคนอยากจะมีเงินออมมากขึ้น ยิ่งมีเงินออมเพิ่มขึ้นง่ายๆ เพิ่มขึ้นเร็วๆจะยิ่งรู้สึกดี บางคนคิดไปไกลว่าแค่หายใจก็มีเงินออมเพิ่มขึ้น แต่โลกของความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้น หลายคนพยายามทำทุกวิถีทางแล้วก็ยังเริ่มออมไม่ได้สักทีเพราะติดปัญหาค่าครองชีพสูง มีหนี้สินกองโต รายได้น้อยเกินไป จึงมุ่งแต่จะหาเงินเพิ่มเพราะจะได้มีเงินออมมากขึ้น

แต่ว่า...

บางครั้งเราอาจจะมองไกลตัวเกินไป ไกล ไกล ไกล ไกลม๊ากจนลืมสิ่งสำคัญที่อยู่ใกล้ตัวเอง เราลืมมองดูตัวเอง เราควรสำรวจการเงินของตัวเองให้รอบด้านก่อนที่จะออกไปหารายได้เพิ่ม โดยเริ่มถามตัวเองด้วยคำถามง่ายๆนี้ว่า...

ระหว่างหาเงินเพิ่ม 100 บาท

กับประหยัดเงิน 100 บาท

แบบไหนทำง่ายกว่ากัน? 

เราเจอคำถามนี้ในกระทู้ Pantip เป็นคำพูดที่พ่อกำลังสอนเด็กชายให้รู้จักวิธีใช้เงิน แล้วเด็กคนนั้นก็ตอบว่า "ประหยัดทำง่ายกว่า" หลังจากนั้นเด็กชายก็รู้ว่าควรใช้เงินอย่างไร ถ้าการประหยัดทำได้ง่ายกว่า แสดงว่าเราก็มีเงินออมมากขึ้นจากการประหยัด แต่จะทำอย่างไรได้บ้างลองอ่านดูนะจ๊ะ

3 วิธีมีเงินออมเพิ่มขึ้นง่ายๆ 50% ทันที!!

1. ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

ฟุ่มเฟือย คือ อะไร??

  • เดินไปที่ชั้นวางรองเท้าที่มีนับ 10 คู่ เปิดตู้เสื้อผ้าที่ใส่ทั้งเดือนก็ไม่ซ้ำ...แล้วก็ชอบพูดว่า "ไม่มีอะไรจะใส่"
  • เครื่องประทินผิวที่อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ครีมทาผิวหน้าที่ใช้เพียง 2-3 ครั้งและมีกล่องใหม่ที่ซื้อตุนไว้ตั้งอยู่ข้างๆ...เยอะเกินไปไหม
  • น้ำหอมกลิ่นใหม่ล่าสุดที่ฉีดไม่ถึงครึ่งขวดวางคู่กับน้ำหอมขวดเก่าที่ใช้ไม่หมดอีก 4-5 ขวด
  • เป็นคนขี้เหงาต้องนัดเพื่อนออกมาสังสรรค์แทบทุกวัน ... เข้าสังคมได้ แต่ไม่ควรมากเกินไป
  • สูบบุหรี่เพราะคิดว่าพบทางสว่าง อารมณ์ดีเวลาสูบ...แต่ไม่คิดถึงช่วงก่อนตายว่าทรมานแค่ไหน  

สิ่งเหล่านี้ล้วนเกินความจำเป็นและเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย ของบางอย่างชำรุดเสียหายเพราะเก่าเก็บไม่ถูกใช้งาน บางอย่างหมดอายุไปแล้ว ของบางชิ้นสภาพใหม่มากไม่เคยผ่านการใช้งาน ถ้าเราลดรายจ่ายส่วนนี้ลงได้ก็จะทำให้มีเงินออมมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยหละ อาจจะมีมากกว่า 50% เลยหละ

สมมติว่า ถ้าเรามีพฤติกรรม 3 อย่างนี้ ลองบวกตัวเลขดูว่าถ้าลดรายจ่ายส่วนนี้ได้ เราจะมีเงินออมเพิ่มขึ้นเท่าไหร่?

  • ซื้อเสื้อผ้าและของประดับจิปาถะ 6,000 บาท
  • เลี้ยงฉลองลงขวดเหล้า - เบียร์ 7,500 บาท
  • อารมณ์ดีทุกทีที่สูบบุหรี่ 840 บาท

แทนที่เราจะมีเงินออมเดือนละ 14,340 บาท แต่กลับต้องเสียมันไปอย่างน่าเสียดาย สมมติว่าถ้าเรามีเงินเดือน 28,000 บาท แล้วใช้จ่ายแบบนี้เท่ากับว่าเราใช้เงินฟุ่มเฟือย 51.21% (มาจาก 14,340 x 100 / 28,000 ) แล้วถ้าเงินส่วนนี้กลายเป็นเงินออมของเราล่ะ นี่มันยิ่งกว่าถูกหวยชัดๆ  นั่นแสดงว่า ถ้าเราประหยัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยนี้ได้ เราจะมีเงินออมเพิ่มขึ้น  51.21% ว้าว ว้าว ว้าว...  

2. ตรวจสอบใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง

เราเคยตรวจใบเสร็จรับเงินไหม?

เราเคยถามตัวเองไหมว่าทำไมไม่ตรวจ?

แล้วเราตรวจใบเสร็จไปเพื่ออะไร?

เราเคยเชื่อในระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในห้างค้าปลีกแห่งหนึ่ง จนกระทั่งวันหนึ่งที่เราเลือกซื้อของเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปที่ช่องจ่ายเงิน ระหว่างที่พนักงานนำของใส่ถุง เราก็ดูที่หน้าจอบอกราคาแล้วเห็นว่ามีของชิ้นหนึ่งราคาไม่ตรงกับป้ายที่เขียนไว้ พอได้รับบิลรายการมาแล้วจึงไปสอบถามที่ช่องประชาสัมพันธ์ สรุปว่าเราได้เงินคืนมา 30 บาท

ป้ายติดแจ้งราคาที่สินค้ามีราคาต่ำกว่าใบเสร็จรับเงิน บางคนอาจจะมองว่าแค่เงิน 30 บาทไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าเราซื้อ 10 ชิ้นหละแสดงว่าเราจ่ายเงินมากกว่าความเป็นจริงไป 300 บาท เงินตรงนี้ก็จะกลายเป็นเงินของห้างฯแทนที่จะเป็นเงินออมของเรา “การตรวจใบเสร็จรับเงิน” คือ ช่องโหว่เล็กๆเป็นรอยรั่วของค่าใช้จ่ายที่หลายคนมักมองข้าม อย่าลืมว่า แม้ระบบจะดีแค่ไหนก็ผิดพลาดได้ เรื่องคิดเงินผิดแบบนี้น้องฝ้ายเลขาก็เคยเจอในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เก็บเงินเกิน ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าพนักงานคีย์ข้อมูลผิด ถ้าไม่ทักท้วงก่อนก็คงเสียเงินฟรีๆ  

3. อย่ามองข้ามค่าธรรมเนียม

เราจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าสอบ ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ ได้หลายช่องทางมากขึ้น เช่น ตัดผ่านธนาคาร จ่ายผ่านบัตรเครดิต ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีก จ่ายผ่าน ATM จ่ายผ่านมือถือ อีกหลายช่องทางที่จะอำนวยความสะดวกให้เราจ่ายบิลง่ายขึ้น แล้วเราจะเลือกช่องทางไหนดีหละ?

เราควรตัดสินใจที่ค่าธรรมเนียม ถ้าเลือกได้เราต้องการเลือกฟรีค่าธรรมเนียมใช่ไหมคะ บางคนคิดว่าไม่สำคัญเน้นที่ความสะดวกมากกว่า ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมบิลละ 10-15 บาท ถ้าจ่ายเพียงเดือนเดียวอาจจะดูไม่เยอะ แต่ถ้าสะสมเป็นปีหละจะเป็นเท่าไหร่ เช่น เราจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ 3 บิลๆละ 15 บาท รวมเดือนนึงก็ 45 บาท แล้วถ้ารวมเป็น 1 ปีจะเป็นเงิน 540 บาท!! ซึ่งเป็นเงินที่เราไม่ควรจะเสีย

ปัจจุบันวิธีการเสียค่าไฟไร้ค่าธรรมเนียมมันทำง่ายมาก อยู่ใกล้ๆแค่ในมือถือของเรานี่เอง มีวิธีการจ่ายอย่างไรบ้างอ่านต่อได้ที่บทความ "วิธีจ่ายค่าไฟค่าธรรมเนียม 0 บาท " คลิกที่นี่